arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๙. ชยทิสจริยา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๙ (Royal Thai)19/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

นวมํ ชยทิสจริยํ

ชยทิสจริยาที่ ๙

ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระเจ้าชยทิส

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก ชยทิสจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปญฺจาลรฏฺเฐ นครวเร ๕ กปฺปิลายํ ปุรุตฺตเม

ราชา ชยทิโส นาม สีลคุณมุปาคโต ฯ

ตสฺส รญฺโญ อหํ ปุตฺโต สุตธมฺโม สุสีลวา

อลีนสตฺโต คุณวา อนุรกฺขาปริชโน ๑ สทา ฯ

ปิตา เม มิควํ คนฺตฺวา โปริสาทํ อุปาคมิ

โส เม ปิตุมคฺคเหสิ ภกฺโขสิ มม มา จลิ ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ภีโต ตสิตเวธิโต

อุรุกฺขมฺโภ ๒ อหุ ตสฺส ทิสฺวาน โปริสาทกํ ฯ

มิควํ คเหตฺวา มุญฺจสฺสุ กตฺวา อาคมนํ ปุน

พฺราหฺมณสฺส ธนํ ทตฺวา ปิตา อามนฺตยี มมํ ฯ

รชฺชํ ปุตฺต ปฏิปชฺช มา ปมชฺช ๓ ปุรํ อิทํ

กตํ เม โปริสาเทน มม อาคมนํ ปุน ฯ

มาตุปิตุญฺจ วนฺทิตฺวา นิมฺมินิตฺวาน อตฺตานํ ๔

นิกฺขมิตฺวา ธนุํ ขคฺคํ โปริสาทมุปาคมึ ฯ

สสตฺถหตฺถูปคตํ กทาจิ โส ตสิสฺสติ

เตน ภิชฺชิสฺสตี สีลํ ปริตฺตาสํ กเต มยิ ฯ

สีลขณฺฑภยา มยฺหํ ตสฺส เทสฺสํ น พฺยาหรึ

เมตฺตจิตฺโต หิตวาที อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ

อุชฺชเลหิ มหาอคฺคึ ปปติสฺสามิ รุกฺขโต

สุปกฺกกาลมญฺญาย ๕ ภกฺขย ๖ ตฺวํ ปิตามหา ฯ

อิติ สีลวตํ เหตุ นารกฺขึ มม ชีวิตํ

ปพฺพาเชสิมหนฺตสฺส สทา ปาณาติปาติกนฺติ ฯ

๑ ยุ. อสฺมา ฯ ๒ ม. ยุ. โอกฺกมนตฺถาย ฯ ๓ ม. ยุ. ชเนโนกฺกมิตฺวา ฯ

๔ ม. โอกฺกนฺเต ฯ ยุ. โอกฺกนฺโต ฯ ๕ ยุ. นคเร ฯ

๑ ยุ. อนุตฺตรปริชโน ฯ ๒ ยุ. อุรุถมฺโภ ฯ ๓ ม. ยุ. ปมชฺชิ ฯ ๔ ม. อตฺตนา ฯ

๕ ยุ. สปตฺตกามญฺญลาย ฯ ๖ ม. อกฺขย มํ ปิตามห ฯ

Royal Thai

พระราชาทรงพระนามว่าชัยทิศ ทรงประกอบด้วยศีลคุณเสวยสมบัติในพระนครอันประเสริฐชื่อกัปปิลาเป็นนครอุดมในปัญจาลรัฐ เราเป็นโอรสของพระราชาพระองค์นั้น มีธรรมอันสดับแล้ว มีศีลงามมีพระนามว่าอลีนสัตตกุมารมีคุณสงเคราะห์บริวารชนทุกเมื่อพระบิดาของเราเสด็จไปประพาศเนื้อ ได้ทรงพบพระยาโปริสาทพระยาโปริสาทนั้นได้จับพระบิดาของเราแล้วกล่าวว่า ท่านเป็นอาหารของเราอย่าดิ้นรน พระบิดาของเราทรงสดับคำของพระยาโปริสาทนั้นทรงกลัวสะดุ้งหวาดหวั่น

พระองค์มีพระเพลาแข็งกระด้างเพราะทอดพระเนตรเห็นพระยาโปริสาท พระยาโปริสาทรับเอาเนื้อแล้วปล่อยไปโดยบังคับให้กลับมาอีก พระราชบิดา พระราชทานทรัพย์แก่พราหมณ์ แล้วตรัสเรียกเรามาว่าพ่อลูกชาย จงปกครองราชสมบัติอย่าประมาทปกครองนครนี้ พระยาโปริสาทบังคับเราให้เรากลับไปหาอีก เราถวายบังคมพระมารดาพระบิดาแล้ว ตกแต่งร่างกายสพายธนูเหน็บ พระแสงขรรค์ ออกไปหาพระยาโปริสาท (เราคิดว่า)พระยาโปริสาทเห็นมีมือถืออาวุธ บางทีจักสะดุ้งกลัว แต่เพราะเมื่อเราทำความสะดุ้งกลัวแก่พระยาโปริสาท ศีลของเราจะเศร้าหมองเพราะเรากลัวศีลจะขาดจึงไม่นำสิ่งที่น่าเกลียด (อาวุธ) เข้าไปใกล้พระยาโปริสาทนั้น เรามีเมตตาจิต กล่าวคำเป็นประโยชน์ ได้กล่าวคำนี้ว่า ท่านจงเอาแก่นไม้มาก่อไฟให้เป็นกองใหญ่ เราจะโดดเข้าไฟท่านผู้เป็นพระปิตุจฉาทราบเวลาว่าเราสุกดีแล้วจงกินเถิด เราไม่ได้รักษาชีวิตของเราเพราะเหตุแห่งพระบิดาผู้ทรงศีล เราได้ให้พระยาโปริสาทผู้ฆ่าสัตว์เป็นปรกติทุกเมื่อนั้นบวชแล้ว ฉะนี้แล.

จบชยทิสจริยาที่ ๙

End of ๙. ชยทิสจริยา