พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๒. โสมนัสสจริยา เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๒ (Royal Thai)22/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ทุติยํ โสมนสฺสจริยํ
โสมนัสสจริยาที่ ๒
ว่าด้วยพระจริยาวัตรของโสมนัสสกุมาร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก โสมนัสสจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเม
กามิโต ทยิโต ปุตฺโต โสมนสฺโสติ วิสฺสุโต ฯ
สีลวา คุณสมฺปนฺโน กลฺยาณปฏิภานวา
วุฑฺฒาปจายี หิริมา สงฺคเหสุ จ โกวิโท ฯ
ตสฺส รญฺโญ ปฏิกโร อโหสิ กุหกตาปโส
อารามํ มาลาคจฺฉญฺจ โรปยิตฺวาน [๑] ชีวติ ฯ
ตมหํ ทิสฺวาน กุหกํ ถุสราสึว อตณฺฑุลํ
ทุมํว อนฺโตสุสิรํ กทลึว อสารกํ ฯ
นตฺถิมสฺส สตํ ธมฺโม สามญฺญา อปคโต อยํ
หิริสุกฺกธมฺมชหิโต ชีวิตวุตฺติการณา ฯ
กุปิโต อาสิ ๒ ปจฺจนฺโต อฏวีหิ จรนฺติหิ ๓
ตํ นิเสเธตุํ คจฺฉนฺโต อนุสาสิ ปิตา มม ฯ
มา ปมชฺช ตุวํ ตาต ชฏิเล ๔ อุคฺคตาปเน
ยทิจฺฉกํ ปวตฺเตหิ สพฺพกามทโท หิ โส ฯ
ตมหํ คนฺตฺวานุปฏฺฐานํ อิทํ วจนมพฺรวึ
กจฺจิ เต คหปติ กุสลํ กึ วา เต อาหรียตุ ฯ
เตน โส กุปิโต อาสิ กุหโก มานนิสฺสิโต
ฆาฏาเปมิ ตุวํ อชฺช รฏฺฐา ปพฺพาชยามิ วา ฯ
นิเสธยิตฺวา ปจฺจนฺตํ ราชา กุหกมพฺรวิ
กจฺจิ ๑ ขมนียํ ตว สมฺมาโน เต ปวตฺติโต ฯ
ตสฺส อาจิกฺขตี ปาโป กุมาโร ยถา นาสิโย ๒
ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา อาณาเปสิ มหีปติ ฯ
สีสํ ตตฺเถว ฉินฺทิตฺวา กตฺวาน จตุขณฺฑิกํ
รถิยา รถิยํ ทสฺเสถ สา คติ ชฏิลหีฬิตา ฯ
ตตฺถ ๓ เต กรณี คนฺตฺวา จณฺฑา ลุทฺธา ๔ อการุณา
มาตุ องฺเก นิสินฺนสฺส อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติ มํ ฯ
เตสาหํ เอวมวจํ พนฺธตํ คาฬฺหพนฺธนํ
รญฺโญ ทสฺเสถ มํ ขิปฺปํ ราชกิริยานิ อตฺถิ เม ฯ
เต มํ รญฺโญ ทสฺสยึสุ ปาปสฺส ปาปเสวิโน
ทิสฺวาน ตํ สญฺญาเปสึ มม จ วสมานยึ ฯ
โส มํ ตตฺถ ขมาเปสิ มหารชฺชํ อทาสิ เม
โสหํ ตมํ ทาลยิตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ
น เม เทสฺสํ มหารชฺชํ กามโภโค น เทสฺสิโย
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา รชฺชํ ปริจฺจชินฺติ ฯ
โสมนสฺสจริยํ ทุติยํ ฯ
๑ ยุ. โส ฯ ๒ ม. อหุ ฯ ยุ. อโหสิ ฯ ๓ ยุ. อปรนฺติหิ ฯ ๔ ม. ยุ. ชฏิลํ
อุคฺคตาปนํ ฯ
๑ ม. ยุ. กิจฺจิ เต ภนฺเต ขมนียํ ฯ ๒ ยุ. นาสิโต ฯ ๓ ม. ตตฺถ การณิกา คนฺตฺวา ฯ
ยุ. ... การุณิกา ... ฯ ๔ ม. ยุ. ลุทฺทา ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชบุตรสุดที่รัก เป็นที่ปรารถนาของพระมารดาพระบิดาปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในอินทปัตถนครอันอุดม เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีปฏิภาณอันเฉียบแหลม เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญมีหิริ และฉลาดในสังคหธรรมครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปราน ของพระราชาพระองค์นั้น ดาบสนั้นปลูกต้นผลไม้ ดอกไม้และผัก เก็บขายเลี้ยงชีวิตเราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบอันไม่มีข้าวสาร เหมือนไม้เป็นโพลงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้ ดาบสโกงผู้นี้ไม่มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมขาวเพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิตปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น
เพราะโจรอันเที่ยวอยู่ในดง พระราชบิดาของเราเมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบนั้น ตรัสสั่งเราว่า พ่ออย่าประมาทในชฎิลผู้มีความเพียรอันแรงกล้านะ ลูก พ่อจะอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ให้ความสำเร็จความปรารถนาทั้งปวงเราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้กล่าวดังนี้ว่า ดูกรคฤหบดี ท่านสบายดีดอกหรือ หรือว่าท่านจะให้นำเอาอะไรมา เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่าเราจะให้พระราชาฆ่าท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้ขับไล่เสียจากแว่นแคว้น พระราชาทรงปราบปัจจันตชนบทสงบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิลโกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือสักการะสัมมานะยังเป็นไปแก่พระผู้เป็นเจ้าหรือชฏิลโกงนั้น
กราบทูลแด่พระราชา เหมือนว่าพระราชกุมารให้ฉิบหายพระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้นทรงบังคับว่าจงตัดศีรษะเสียในที่นี้นั่นแหละ จงสับฟันบั่นออกเป็น ๔ ท่อนทิ้งไว้ในท่ามกลางถนนให้คนเห็นว่า นั่นเป็นผลของคนเบียดเบียนชฎิล พวกโจรฆาตก็ใจดุร้ายไม่มีกรุณาเหล่านั้น เพราะรับสั่งบังคับเมื่อรับนั่งอยู่บนตักของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป เราได้กล่าวแก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูดมัดอย่างมั่นคงอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่ เขาเหล่านั้นเป็นคนลามกและเสพคนลามก พาเราไปเฝ้าพระราชา เราไปเฝ้าพระราชาแล้วทูลให้ทรงเข้าพระทัย และนำมาสู่อำนาจของเราพระบิดาขมาเรา ณ ที่นั้นแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติอันใหญ่หลวงแก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมัวเมาแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิตเราจะเกลียดราชสมบัติ อันใหญ่หลวงก็หามิได้จะเกลียดกามโภคสมบัติก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้นเราจึง สละราชสมบัติเสีย ฉะนี้แล.
จบโสมนัสสจริยาที่ ๒
End of ๒. โสมนัสสจริยา