พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๖. รุรุมิคจริยา เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖ (Royal Thai)16/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ฉฏฺฐํ รุรุมิคจริยํ
รุรุมิคจริยาที่ ๖
ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยาเนื้อ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก รุรุมิคจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ สุตตฺตกนกสนฺนิโภ
มิคราชา รุรุ นาม ปรมสีลสมาหิโต ฯ
รมฺเม ปเทเส รมฺมณีเย วิวิตฺเต อมนุสฺสเก
ตตฺถ วาสํ อุปคญฺฉึ คงฺคากูเล มโนรเม ฯ
อถ อุปริ คงฺคาย ธนิเกหิ ปริปีฬิโต
ปุริโส คงฺคาย ปตติ ชีวามิ วา มรามิ วา ฯ
รตฺตินฺทิวํ โส คงฺคาย วุยฺหมาโน มโหทเก
รวนฺโต กรุณํ รวํ มชฺเฌ คงฺคาย คจฺฉติ ฯ
ตสฺสาหํ สทฺทํ สุตฺวาน กรุณํ ปริเทวโต
คงฺคาย ตีเร ฐตฺวา ๑ อปุจฺฉึ โกสิ ตฺวํ นโร ฯ
โส เม ปุฏฺโฐ [๒] วิยากาสิ อตฺตโน การณํ ตทา
ธนิเกหิ ภีโต ตสิโต ปกฺขนฺโนมํ ๓ มหานทึ ฯ
ตสฺส กตฺวาน การุญฺญํ จชิตฺวา มม ชีวิตํ
ปวิสิตฺวา นีหรินฺตสฺส อนฺธการมฺหิ รตฺติยา ฯ
อสฺสตฺถกาลมญฺญาย ตสฺสาหํ อิทมพฺรวึ
เอกนฺตํ วรํ ยาจามิ มา มํ กสฺสจิ ปาวท ฯ
นครํ คนฺตฺวาน อาจิกฺขิ ปุจฺฉิโต ธนเหตุโก
ราชานํ โส คเหตฺวาน อุปคญฺฉิ มมนฺติกํ ฯ
ยาวตา การณํ สพฺพํ รญฺโญ อาโรจิตํ มยา
ราชา สุตฺวาน วจนํ อุสุํ ตสฺส ปกปฺปยิ ฯ
อิเธว ฆาฏยิสฺสามิ มิตฺตทุพฺภึ อนริยํ
ตมหํ อนุรกฺขนฺโต นิมฺมินึ มม อตฺตนา ฯ
ติฏฺฐ เต โส มหาราช กามกาโร ภวามิ เต
อนุรกฺขึ มม สีลํ นารกฺขึ มม ชีวิตํ
สีลวา หิ ตทา อาสึ โพธิยาเยว การณาติ ฯ
รุรุมิคจริยํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. ยุ. น เมวายํ มญฺญมาโน อญฺเญเปวํ กริสฺสติ
เตว ตสฺส วธิสฺสนฺติ สา เม มุตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
๑ ม. ยุ. ฐตฺวาน ฯ ๒ ม. ยุ. จ ฯ ๓ ม. ปกฺขนฺโทหํ ฯ ยุ. ปกฺขนฺโตหํ ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาเนื้อชื่อรุรุ มีขนสีเหลืองคล้ายหลอมทองคำ ประกอบด้วยศีลอันบริสุทธิ์ยิ่ง เราเข้าไปอาศัยอยู่ ณประเทศน่ารื่นรมย์ เป็นรัมณียสถาน สงัดเงียบปราศจากมนุษย์ เป็นที่ยินดีแห่งใจ ใกล้ฝั่งคงคา ครั้งนั้น บุรุษถูกเจ้าหนี้ทวงถาม จึงโดดลงในแม่น้ำ ในกระแสน้ำข้างเหนือ ด้วยคิดว่า เราจะเป็นหรือตายก็ตามที เขาถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำใหญ่ ตลอดคืนตลอดวันร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสาร ลอยไปในท่ามกลางคงคา เราฟังเสียงของเขาผู้ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสารแล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งคงคาได้ถามว่า ท่านเป็นคนเช่นไร เขาอันเราถามแล้ว ได้แจ้งเหตุของตนในกาลนั้นว่า
เราเป็นผู้ถูกเจ้าหนี้ทำให้สะดุ้งกลัว จึงแล่นมายังมหานทีนี้เราทำความกรุณาแก่เขา สละชีวิตของเราให้ว่ายน้ำไปนำเขามาในเวลากลางคืน ข้างแรมเรารู้กาลว่า เขาหายเหน็ดเหนื่อยล้าแล้วได้กล่าวกะเขาดังนี้ว่า เราจะขอพรกะท่านสักข้อหนึ่ง คือ ท่านอย่าบอกเราแก่ใครๆ เขาไปยังพระนครแล้ว พระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลเพราะต้องการทรัพย์ เขาได้พาพระราชาเข้ามายังที่อยู่ของเรา เรากราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเราแล้วทรงสอดลูกศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่า เราจักฆ่าคนลามกผู้ประทุษร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ เราตามรักษาคนประทุษร้ายมิตรนั้น ได้มอบตนของเราถวายว่า ข้าแต่มหาราชา ขอได้ทรงโปรดก่อนเถิดพระเจ้าข้า ข้าพระบาทจะกระทำตามพระราชประสงค์ของพระราชาเราตามรักษาศีลของเรา ไม่ใช่เราตามรักษาชีวิตของเราเพราะในกาลนั้น เราเป็นผู้มีศีลเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง ฉะนี้แล.
จบรุรุมิคจริยาที่ ๖
End of ๖. รุรุมิคจริยา