พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๒. สังขพราหมณจริยา เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒ (Royal Thai)2/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ทุติยํ สงฺขพฺราหฺมณจริยํ
สังขพราหมณจริยาที่ ๒
ว่าด้วยจริยาวัตรของสังขพราหมณ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก สังขพราหมณจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ พฺราหฺมโณ สงฺขสวฺหโย
มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม อุปคจฺฉามิ ปฏฺฏนํ ฯ
ตตฺถทฺทสามิ ๑ ปฏิปเถ สยมฺภุํ อปราชิตํ
กนฺตารมทฺธานํ ปฏิปนฺนํ ตตฺตาย กฐินภูมิยา ฯ
ตมหํ ปฏิปเถ ทิสฺวา อิมมตฺถํ วิจินฺตยึ
อิมํ ๒ เขตฺตํ อนุปฺปตฺตํ ปุญฺญกามสฺส ชนฺตุโน ฯ
ยถาปิ กสฺสโก ปุริโส เขตฺตํ ทิสฺวา มหารามํ ๓
น ตตฺถ พีชํ โรเปติ น โส ธญฺเญน อตฺถิโก ฯ
เอวเมวาหํ ปุญฺญกาโม ทิสฺวา เขตฺตํ วรุตฺตมํ
ยทิ [๑] การํ น กโรมิ นาหํ ปุญฺเญน อตฺถิโก ฯ
ยถา อมจฺโจ มุทฺทกาโม ๒ รญฺโญ อนฺเตปุเร ชเน
น เทติ เตสํ ธนธญฺญํ มุทฺทโต ๓ ปริหายติ ฯ
เอวเมวาหํ ปุญฺญกาโม วิปุลํ ทิสฺวาน ทกฺขิณํ
ยทิ ตตฺถ ๔ ทานํ น ทามิ ปริหายิสฺสามิ ปุญฺญโต ฯ
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน โอโรหิตฺวา อุปาหนา
ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา อทาสึ ฉตฺตุปาหนํ ฯ
เตนาหํ ๕ สตคุณโต สุขุมาโล สุเขธิโต
อปิจ ทานํ ปริปูเรนฺโต เอวํ ตสฺส อทาสหนฺติ ฯ
สงฺขพฺราหฺมณจริยํ ทุติยํ ฯ
๑ ม. ตตฺถทฺทสํ ฯ ยุ. ตตฺถ อทสฺสึ ฯ ๒ ม. ยุ. อิทํ ฯ ๓ ม. ยุ. มหาคมํ ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นพราหมณ์มีนามว่าสังขะ ต้องการจะข้ามมหาสมุทรไปอาศัยปัฏฏนคามอยู่ ในกาลนั้น เราได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้รู้เอง ใครๆ ชนะไม่ได้ ซึ่งเดินสวนทางมาตามทางกันดารบนภาคพื้นอันแข็ง ร้อนจัด ครั้นเราเห็นท่านเดินสวนทางมา จึงคิดเนื้อความนี้ว่า บุญเขตนี้มาถึงแก่เราผู้เป็นสัตว์ที่ต้องการบุญเปรียบเหมือนบุรุษชาวนาเห็นนาอันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ (เป็นที่น่ายินดีมาก) ไม่ปลูกพืชลงในนานั้น เขาชื่อว่าเป็นผู้ไม่ต้องการด้วยข้าวเปลือกฉันใดเราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นผู้ต้องการบุญ เห็นเขตบุญอันประเสริฐสุดแล้ว ถ้าไม่ทำบุญ (สักการะ) เราก็ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ต้องการบุญเปรียบเหมือนอำมาตย์ต้องการจะให้ชนชาวเมืองของพระราชายินดีแต่ไม่ให้ทรัพย์และข้าวเปลือกแก่เขา ก็ย่อมเสื่อมจากความยินดีฉันใด เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นผู้ต้องการบุญ เห็นทักขิเณยยบุคคลอันไพบูลย์แล้ว ถ้าไม่ให้ทานในทักขิเณยยบุคคลนั้นก็จักเสื่อมจากบุญ ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้วจึงถอดรองเท้า ไหว้เท้าของท่านแล้ว ได้ถวายร่มและรองเท้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้ละเอียดอ่อนเจริญสุขได้ร้อยเท่าพันทวี อนึ่ง เมื่อเราบำเพ็ญทานให้บริบูรณ์ได้ถวายแก่ท่านนั้น อย่างนี้แล.
จบสังขพราหมณจริยาที่ ๒
End of ๒. สังขพราหมณจริยา