arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๔. มหาสุทัสนจริยา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๔ (Royal Thai)4/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ มหาสุทสฺสนจริยํ

มหาสุทัสนจริยาที่ ๔

ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระมหาสุทัสนจักรพรรดิ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มหาสุทัสนจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

กุสาวติมฺหิ นคเร ยทา อาสึ มหีปติ

มหาสุทสฺสโน นาม จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ตตฺถาหํ ทิวเส ติกฺขตฺตุํ โฆสาเปมิ ตหึ ตหึ

โก กึ อิจฺฉติ ปตฺเถติ กสฺส กึ ทิยฺยตู ธนํ ฯ

โก ฉาตโก โก ตสิโต โก มาลํ โก วิเลปนํ

นานารตฺตานิ วตฺถานิ โก นคฺโค ปริทหิสฺสติ

โก ปเถ ฉตฺตมาเทติ โกปาหนา มุทู สุภา ฯ

อิติ สายญฺจ ปาโต จ โฆสาเปมิ ตหึ ตหึ

น ตํ ทสสุ ฐาเนสุ น หิ ๑ ฐานสเตสุ วา ฯ

อเนกสตฐาเนสุ ปฏิยตฺตํ ยาจเก ธนํ

ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ ยทิ เอติ วณิพฺพโก ฯ

ลทฺธา ยทิจฺฉกํ โภคํ ปูรหตฺโถว คจฺฉติ

เอวรูปํ มหาทานํ อทาสึ ยาวชีวิกํ ฯ

นปาหํ เทสฺสํ ธนํ ทมฺมิ นปิ นตฺถิ นิจโย มยิ

ยถาปิ อาตุโร นาม โรคโต ปริมุตฺติยา ฯ

ธเนน เวชฺชํ ตปฺเปตฺวา โรคโต ปริมุจฺจติ

ตเถวาหํ ชานมาโน ปริปูเรตุํ อเสสโต ฯ

อูนมนํ ปูรยิตุํ เทมิ ทานํ วณิพฺพเก

นิราลโย อปจฺจาโส สมฺโพธิมนุปตฺติยาติ ฯ

มหาสุทสฺสนจริยํ จตุตฺถํ ฯ

๑-๒ ยุ. ตสฺมึ ฯ

Royal Thai

ในเมื่อเราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงพระนามว่ามหาสุทัสนะมีพลานุภาพมาก ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เสวยราชสมบัติในพระนครกุสาวดี ในกาลนั้น เราได้สั่งให้ประกาศทุกๆ วัน วันละ ๓ ครั้งว่าใครอยากปรารถนาอะไร เราจะให้ทรัพย์อะไรแก่ใคร ใครหิว ใครกระหาย ใครต้องการดอกไม้ ใครต้องการเครื่องลูบไล้ ใครขาดแคลนผ้าสีต่างๆ ก็จงมาถือเอาไปนุ่งห่ม ใครต้องการร่มไปในหนทางก็จงมารับเอาไป ใครต้องการรองเท้าอันอ่อนงาม ก็จงมารับเอาไปเราให้ประกาศดังนี้ทั้งเวลาเย็น ทั้งเวลาเช้า ทุกวัน ทานนั้นมิใช่เราตกแต่งไว้ในที่ ๑๐ แห่ง หรือมิใช่ ๑๐๐ แห่งเราตกแต่งทรัพย์ไว้สำหรับยาจกในที่หลายร้อยแห่ง วณิพกจะมาในเวลากลางวันก็ตามหรือในเวลากลางคืนก็ตามก็ได้โภคะตามความปรารถนา พอเต็มมือกลับไป

เราได้ให้มหาทานเห็นปานนี้จนตราบเท่าสิ้นชีวิต เราได้ให้ทรัพย์ที่น่าเกลียดก็หามิได้ และเราไม่มีการสั่งสมก็หามิได้ เปรียบเหมือนคนไข้กระสับกระส่าย เพื่อจะพ้นจากโรค ต้องการให้หมอพอใจด้วยทรัพย์จึงหายจากโรคได้ ฉันใด เราก็ฉันนั้น รู้อยู่ (ว่า ทานบริจาคเป็นอุบายเครื่องเปลื้องตนและสัตว์โลกทั้งสิ้น ให้พ้นจากโลกคือสังขารทุกข์ทั้งสิ้นได้) จึงบำเพ็ญทานให้บริบูรณ์โดยไม่มีเศษเหลือเพื่อยังใจที่บกพร่องให้เต็มเราจึงให้ทานแก่วณิพกเรามิได้อาลัย มิได้หวังอะไร ได้ให้ทานเพื่อบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี้แล.

จบมหาสุทัสนจริยาที่ ๔

End of ๔. มหาสุทัสนจริยา