พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · อุพพรีวรรค
๗. ธนปาลเปตวัตถุ เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๓ ในอุพพรีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๗. ธนปาลเปตวัตถุ
ว่าด้วยบุพกรรมของธนปาลเปรต
พวกพ่อค้าถามเปรตตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุพพรีวรรค ธนปาลเปตวัตถุ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๗ นคฺโค ทุพฺพณฺณรูโปสิ กีโส ธมนิสณฺฐิโต
อุปฺผาสุลิโก กีสิโก โก นุ ตฺวํ อสิ มาริสาติ ฯ
อหํ ภทนฺเต เปโตมฺหิ ทุคฺคโต ยมโลกิโก
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คโตติ ฯ
กึ นุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ
กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คโตติ ฯ
นครํ อตฺถิ ทสนฺนานํ ๕ เอรกจฺฉนฺติ วิสฺสุตํ
ตตฺถ เสฏฺฐี ปุเร อาสึ ธนปาโลติ มํ วิทู ฯ
อสีติ สกฏวาหานํ หิรญฺญสฺส อโหสิ เม
ปหูตํ เม ชาตรูปํ มุตฺตาเวฬุริยา พหู ฯ
ตาว มหาธนสฺสาปิ ๖ น เม ทาตุํ ปิยํ อหุ
ปิทหิตฺวา ทฺวารํ ภุญฺชามิ ๑ มา มํ ยาจนกาทฺทสุํ ฯ
อสทฺโธ มจฺฉรี วาสึ ๒ กทริโย ปริภาสโก
ททนฺตานํ กโรนฺตานํ วารยิสฺสํ พหุชฺชนํ ๓ ฯ
วิปาโก นตฺถิ ทานสฺส สํยมสฺส กุโต ผลํ
โปกฺขรญฺโญทปานานิ อารามานิ จ โรปิเต
ปปาโย จ วินาเสสึ ทุคฺเค สงฺกมนานิ จ ฯ
สฺวาหํ อกตกลฺยาโณ กตปาโป ตโต จุโต
อุปฺปนฺโน ปิตฺติวิสยํ ๔ ขุปฺปิปาสสมปฺปิโต
ปญฺจปญฺญาสวสฺสานิ ตโต กาลกโต อหํ ฯ
นาภิชานามิ ภุตฺตํ วา ปีตํ วา ปน ปานิยํ
โย สํยโม โส วินาโส โย วินาโส โส สํยโม
เปตา หิ กิร ชานนฺติ โย ๕ สํยโม โส วินาโส ฯ
อหํ ปุเร สํยมิสฺสํ นาทาสึ พหุเก ธเน
สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ ทีปํ นากาสิมตฺตโน ฯ
สฺวาหํ ปจฺฉานุตปฺปามิ อตฺตกมฺมผลูปโค
อุทฺธํ จตูหิ มาเสหิ กาลกิริยา ภวิสฺสติ ฯ
เอกนฺตํ กฏุกํ โฆรํ นิรยํ ปปติสฺสหํ
จตุกฺกณฺณํ จตุทฺวารํ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ
อโยปาการปริยนฺตํ อยสา ปฏิกุชฺชิตํ ฯ
ตสฺส อโยมยา ภูมิ ชลิตา เตชสา ยุตฺตา
สมนฺตา โยชนสตํ ผริตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทา ฯ
ตตฺถาหํ ทีฆมทฺธานํ ทุกฺขํ เวทิสฺส เวทนํ
ผลํ ปาปสฺส กมฺมสฺส ตสฺมา โสจามหํ ภุสํ ฯ
ตํ โว วทามิ ภทฺทํ ๑ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา
มา กตฺถ ปาปกํ กมฺมํ อาวึ ๒ วา ยทิ วา รโห ฯ
สเจ ตํ ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสถ กโรถ วา
น โว ทุกฺขา ปมุตฺตตฺถิ ๓ อุปจฺฉาปิ ปลายิตํ ๔
มตฺเตยฺยา โหถ เปตฺเตยฺยา กุเล เชฏฺฐาปจายิกา
สามญฺญา โหถ พฺรหฺมญฺญา เอวํ สคฺคํ คมิสฺสถาติ ฯ
น ๕ อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ
น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส
น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส
ยตฺรฏฺฐิโต มุญฺเจยฺย ปาปกมฺมาติ ฯ
ธนปาลเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ
๑ ม. ภาติก ฯ ๒ ยุ. วินิวตฺตยติ ฯ ๓ ยุ. อมจฺจปริจาริกา ฯ ๔ ยุ. อเนฺวสิ ฯ
๕ ม. ปณฺณานํ ฯ ๖ ยุ. มหทฺธนสฺสามิ ฯ
๑ ม. ภุญฺชึ ฯ ๒ ม. จาสึ ฯ ๓ ม. พหูชเน ฯ ๔ ยุ. เปตวิสยํ ฯ ๕ ยุ. โส ฯ
ท่านเปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เห็นกระดูกซี่โครง แน่ะเพื่อนยาก ท่านเป็นใครหนอ?
เปรตนั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าเป็นเปรต ทุกข์ยาก เกิดอยู่ในยมโลก ได้ทำกรรมอันลามกไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก.
พวกพ่อค้าถามว่า
ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ เพราะวิบากแห่งอะไร
ท่านจึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก?
เปรตนั้นตอบว่า
มีพระนครของพระเจ้าทสันนราช ปรากฏนามว่า เอรกัจฉะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีอยู่ในนครนั้น ประชาชนเรียกข้าพเจ้าว่า ธนปาลเศรษฐี ข้าพเจ้ามีเงิน ๘๐ เล่มเกวียน ทองคำ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ก็มีมากมายเหลือที่จะนับ แม้ข้าพเจ้าจะมีทรัพย์มากมายถึงเพียงนั้น ก็ไม่รักที่จะให้ทาน ปิดประตูแล้วจึงบริโภคอาหารด้วยคิดว่า พวกยาจกอย่าได้เห็นเรา ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ได้ด่าว่าพวกยาจก และห้ามปรามมหาชนผู้ให้ทานทำบุญ เป็นต้น ด้วยคำว่าผลแห่งทานไม่มี ผลแห่งการสำรวม จักไม่มีแต่ที่ไหน ได้ทำลายสระน้ำบ่อน้ำที่เขาขุดไว้ สวนดอกไม้ สวนผลไม้ ศาลาน้ำ และสะพานในที่เดินลำบาก
ที่เขาปลูกสร้างให้พินาศ ข้าพเจ้านั้นไม่ได้ทำความดีไว้เลยทำแต่ความชั่วไว้ จุติจากชาตินั้นแล้ว บังเกิดในปิตติวิสัย เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวกระหายตลอด ๕๕ ปี ตั้งแต่ตายแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่ได้กินข้าวและน้ำเลยแม้แต่น้อย การสงวนทรัพย์ คือ ไม่ให้แก่ใครๆเป็นความพินาศของสัตว์ทั้งหลาย ความฉิบหายก็คือการสงวนทรัพย์ ได้ยินว่าเปรตทั้งหลายรู้ว่า การสงวนทรัพย์คือการไม่ให้แก่ใครๆ เป็นความพินาศ เมื่อก่อนข้าพเจ้าสงวนทรัพย์ไว้ เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นอันมากไม่ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ทำที่พึ่งแก่ตน ข้าพเจ้าได้รับผลแห่งกรรมของตนจึงเดือดร้อนในภายหลัง พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ข้าพเจ้าจักตาย
จักไปตกนรกอันเผ็ดร้อนสาหัส มี ๔ เหลี่ยม ๔ ประตู จำแนกเป็นห้องๆ ล้อมด้วยกำแพงเหล็ก พร้อมด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกนั้น ล้วนแล้วด้วยทองแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อนแผ่ไปตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ ตั้งอยู่ทุกเมื่อ ข้าพเจ้าจักต้องเสวยทุกขเวทนาในนรกนั้นตลอดกาลนาน ก็การเสวยทุกขเวทนาเช่นนี้ เป็นผลแห่งกรรมอันชั่ว เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเศร้าโศกที่จะไปเกิดในนรกอันเร่าร้อนนั้น ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลายขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลายผู้มาประชุมกันในที่นี้ พวกท่านอย่าได้ทำบาปกรรมในที่ไหนๆ คือ ในที่แจ้งหรือในที่ลับ ถ้าพวกท่านจักกระทำหรือกระทำบาปกรรมนั้นไว้ แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปอยู่ที่ไหน ก็ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ ขอท่านทั้งหลายจงเลี้ยงมารดา จงเลี้ยงบิดา ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล เป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะและพราหมณ์ ท่านทั้งหลายจักไปสวรรค์ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ บุคคลจะอยู่ในอากาศในท่ามกลางมหาสมุทร หรือเข้าไปสู่ช่องภูเขา พึงพ้นจากบาปกรรมไม่มีหรือบุคคลอยู่ในส่วนแห่งภาคพื้นใด พึงพ้นจากบาปกรรม ส่วนแห่งภาค
พื้นนั้นไม่มี.
จบ ธนปาลเปตวัตถุที่ ๗
จบ ๗. ธนปาลเปตวัตถุ