arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · อุพพรีวรรค

๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๓ ในอุพพรีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อุพพรีวรรคที่ ๒

๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ

ว่าด้วยไม่ทำบุญไปเป็นนางเปรต

ท่านพระสารีบุตรเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุพพรีวรรค สังสารโมจกเปตวัตถุ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ กีสา ธมนิสณฺฐิตา ๔

อุปฺผาสุฬิเก กีสิเก กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ

อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกมิโต คตาติ ฯ

กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ

กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ

อนุกฺกมฺปกา มยฺหํ นาเหสุํ ภนฺเต

ปิตา มาตา จ อถ วาปิ ญาตกา

เย มํ นิโยเชยฺยุํ ททาหิ ทานํ

ปสนฺนจิตฺตา สมณพฺราหฺมณานํ ฯ

อิโต อหํ วสฺสสตานิ ปญฺจ

ยํ เอวรูปา วิจรามิ นคฺคา

ขุทาย ตณฺหาย จ ขชฺชมานา

ปาปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ ฯ

วนฺทามิ ตํ อยฺย ปสนฺนจิตฺตา

อนุกมฺป มํ วีร มหานุภาว

ทตฺวา จ เม อาทิส ยาหิ ๑ กิญฺจิ

โมเจหิ มํ ทุคฺคติยา ภทนฺเตติ ฯ

สาธูติ โส ตสฺสา ๒ ปฏิสุณิตฺวา สารีปุตฺโต อนุกมฺปโก

ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา ปาณิมตฺตญฺจ โจลกํ

ถาลกสฺส จ ปานียํ ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ

สมนนฺตรา อนุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ ฯ

โภชนจฺฉาทนปานียํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ

ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี

วิจิตฺตวตฺถาภรณา สารีปุตฺตํ อุปสงฺกมิ ฯ

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา ฯ

เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา

ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว

มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ

เกนาปิ ๓ เอวํ ชลิตานุภาวา

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ

อุปฺปณฺฑุกึ ๑ กิสํ ฉาตํ นคฺคสมุฏิตจฺฉวึ ๒

มุนิ การุณิโก โลเก ตํ มํ อทกฺขิ ทุกฺขิตํ ๓

ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา ปาณิมตฺตญฺจ โจลกํ

ถาลกสฺส จ ปานียํ มม ทกฺขิณมาทิสิ ฯ

อาโลปสฺส ผลํ ปสฺส ภตฺตํ วสฺสสตํ ทส

ภุญฺชามิ กามกามินี อเนกรสพฺยญฺชนํ ฯ

ปาณิมตฺตสฺส โจลสฺส วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ

ยาวตา นนฺทราชสฺส วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉทา

ตโต พหุตรา ภนฺเต วตฺถานิจฺฉาทนานิ เม

โกเสยฺยกมฺพลียานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ

วิปุลา จ มหคฺฆา จ เตปากาเสว ลมฺพเร

สาหํ ตํ ปริทหามิ ยํ ยํ หิ มนโส ปิยํ

ถาลกสฺส จ ปานียํ วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ ฯ

คมฺภีรา จตุรสฺสา จ โปกฺขรญฺญา ๔ สุนิมฺมิตา

เสโตทกา สุปติตฺถา สีตา อปฺปฏิคนฺธิยา

ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา วาริกิญฺชกฺขปูริตา

สาหํ รมามิ กีฬามิ โมทามิ อกุโตภยา

มุนึ การุณิกํ โลเก ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ

สํสารโมจกเปตวตฺถุ ปฐมํ ฯ

๑ ตสฺสุทฺทานํ ฯ

๒ ม. เขตฺตํ จ สูกรํ ปูติ ปิฏฺฐํ จาปิ ติโรกุฏฺฏํ

ปญฺจาปิ สตฺตปุตฺตญฺจ โคณํ เปสการกญฺจ

ตถา ขลฺลาฏิยํ นาคํ ทฺวาทสํ อุทคญฺเจวาติ ฯ

๓ ยุ. อิทํ อุทฺทานํ น ทิสฺสติ ฯ ๔ ม. ธมนิสนฺถตา ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๑ ม. ยํ หิ ฯ ๒ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๓ ม. เกนาสิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๑ ยุ. อุปกณฺฑกึ ฯ ๒ สี. อาปติตจฺฉวึ ฯ ม. นคฺคํ สมฺปติตจฺฉวึ ฯ ยุ. นคฺคํ

อปฺปฏิจฺฉวึ ฯ ๓ ม. ทุคฺคตํ ฯ ๔ ม. โปกฺขรญฺโญ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ดูกรนางผู้ซูบผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นใครเล่ามายืนอยู่ในที่นี้?

นางเปรตนั้นตอบว่า

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต เข้าถึงทุคติเกิดในยมโลก ได้ทำกรรม

อันชั่วไว้ จึงไปจากมนุษยโลกสู่เปตโลก.

พระเถระถามว่า

ท่านทำกรรมชั่วอะไรด้วยกาย วาจา ใจ เล่า ท่านไปจากมนุษยโลกนี้

สู่เปตโลก เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร?

นางเปรตนั้นตอบว่า

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ชนเหล่าใดเป็นบิดาก็ดี มารดาก็ดี หรือแม้เป็นญาติผู้มีจิตเลื่อมใส พึงชักชวนดิฉันว่า จงให้ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลายชนผู้อนุเคราะห์แก่ดิฉันเช่นนั้นมิได้มี เพราะไม่ได้ทำกุศลกรรมมีทานเป็นต้น ดิฉันจึงเป็นเปรตเปลือยกาย ถูกความหิวและความกระหายเบียดเบียนเที่ยวไปเช่นนี้ตลอด ๕๐๐ ปี นี่เป็นผลแห่งบาปกรรมของดิฉัน ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ดิฉันมีจิตเลื่อมใสจะขอไหว้ท่าน ข้าแต่ท่านผู้แกล้วกล้า มีอานุภาพมาก ขอท่านจงอนุเคราะห์แก่ดิฉันเถิด ขอท่านจงให้ทานอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วจงอุทิศกุศลมาให้ดิฉันบ้าง ขอ

ท่านจงเปลื้องดิฉันจากทุคติด้วยเถิด.

ท่านพระสารีบุตรเถระผู้มีใจอนุเคราะห์ รับคำของนางเปรตนั้นแล้ว จึงถวายข้าวคำหนึ่ง ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง และน้ำดื่มขันหนึ่ง แก่ภิกษุรูปหนึ่งแล้ว อุทิศส่วนบุญไปให้นางเปรตนั้น พอท่านพระสารีบุตรเถระอุทิศส่วนบุญให้ ข้าวน้ำและเครื่องนุ่งห่ม ก็บังเกิดขึ้นทันที นี่เป็นผลแห่งทักษิณา ภายหลังนางเปรตนั้นมีร่างกายบริสุทธิ์ นุ่งห่มผ้าอันสะอาด มีค่ามากยิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี มีวัตถาภรณ์อันวิจิตรงดงาม

เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเถระ.

พระสารีบุตรเถระถามว่า

ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไรอิฏฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เราขอถามท่าน ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว

ทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร?

นางเทพธิดานั้นตอบว่า

เมื่อก่อนดิฉันเป็นเปรต พระคุณเจ้าเป็นมุนีมีความกรุณาในโลก ได้เห็นดิฉันซูบผอม ถูกความหิวแผดเผา เปลือยกาย มีหนังแตกเป็นริ้วรอยเสวยทุกขเวทนา ได้ให้ข้าวคำหนึ่ง ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง น้ำขันหนึ่ง แก่ภิกษุ แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ดิฉัน ขอท่านจงดูผลแห่งข้าวคำหนึ่งที่พระคุณเจ้าให้แล้ว ดิฉันเป็นผู้ประกอบด้วยกามที่น่าปรารถนา บริโภคอาหารมีกับข้าวมีรสหลายอย่าง ตั้งพันๆ ปี ขอพระคุณท่านจงดูผลแห่งการให้ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือ ดิฉันได้รับนี้เถิด ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ผ้าในแว่นแคว้นของพระเจ้านันทราชมีประมาณเท่าใด ผ้านุ่งผ้าห่มของดิฉันมีมากกว่านั้นอีก คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ผ้าป่าน ผ้าฝ้าย ผ้าแม้เหล่านั้น ทั้งกว้างทั้งยาว ทั้งมีค่ามาก ห้อยอยู่ในอากาศ ดิฉันเลือกเอาแต่ผืนที่พอใจนุ่งห่ม ขอพระคุณท่านจงดูผลแห่งการให้น้ำขันหนึ่งซึ่งดิฉันได้รับอยู่นี้ สระโบกขรณี ๔ เหลี่ยมลึกอันบุญกรรมสร้างให้ดีแล้ว มีน้ำใส มีท่าราบเรียบ มีน้ำเย็น มีกลิ่นหอมหาสิ่งเปรียบมิได้ ดาดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล เต็มไปด้วยน้ำอันดาดาษไปด้วยเกษรบัว ดิฉันปราศจากภัย ย่อมรื่นรมย์ ชื่นชมบันเทิงใจ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันมาเพื่อจะไหว้พระคุณเจ้าผู้เป็น

ปราชญ์ มีความกรุณาในโลก.

จบ สังสารโมจกเปตวัตถุที่ ๑.

จบ ๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ