พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · อุพพรีวรรค
๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๓ ในอุพพรีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒. สาริปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ
ว่าด้วยนางเปรตเคยเป็นมารดาพระสารีบุตร
พระสารีบุตรเถระถามหญิงเปรตตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุพพรีวรรค สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ กีสา ธมนิสณฺฐิตา
อุปฺผาสุฬิเก กีสิเก กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ
อหนฺเต สกิยา มาตา ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ
อุปฺปนฺนา ปิตฺติวิสยํ ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา
ฉฑฺฑิตํ ขิปิตํ เขฬํ สิงฺฆาณิกํ สิเลสุมํ
วสญฺจ ฑยฺหมานานํ วิชาตานญฺจ โลหิตํ
วณิตานญฺจ ๑ ยํ ฆานํ สีสจฺฉินฺนญฺจ ๒ โลหิตํ
ขุทาปเรตา ภุญฺชามิ อิตฺถีปุริสนิสฺสิตํ
ปุพฺพโลหิตํ ภกฺขามิ ๓ ปสูนํ มนุสฺสานญฺจ
อเลณา จ อนคารา จ นีลมญฺจปรายนา
เทหิ ปุตฺตก เม ทานํ ทตฺวา อุทฺทิสาหิ ๔ เม
อปฺเปว นาม มุญฺเจยฺยํ ปุพฺพโลหิตโภชนาติ ฯ
มาตุยา วจนํ สุตฺวา อุปติสฺโสนุกมฺปโก
อามนฺตยิ โมคฺคลฺลานํ อนุรุทฺธญฺจ กปฺปินํ
จตสฺโส กุฏิโย กตฺวา สงฺเฆ จตุทฺทิเส อทา
กุฏิโย อนฺนปานญฺจ มาตุ ทกฺขิณมาทิสิ ฯ
สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ
โภชนํ ปานียํ วตฺถํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ
ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี
วิจิตฺตวตฺถาภรณา โกลิตํ อุปสงฺกมิ ฯ
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาปิ ๑ เอวํ ชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สารีปุตฺตสฺสาหํ มาตา ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ
อุปฺปนฺนา ปิตฺติวิสยํ ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา
ฉฑฺฑิตํ ขิปิตํ เขฬํ สิงฺฆาณิกํ กิเลสุมํ
วสญฺจ ฑยฺหมานานํ วิชาตานญฺจ โลหิตํ
วณิตานญฺจ ยํ ฆานํ สีสจฺฉินฺนญฺจ โลหิตํ
ขุทาปเรตา ภุญฺชิสฺสํ ๒ อิตฺถีปุริสนิสฺสิตํ
ปุพฺพโลหิตํ ภกฺขิสฺสํ ปสูนํ มนุสฺสานญฺจ
อเลณา จ อนคารา จ นีลมญฺจปรายนา ฯ
สารีปุตฺตสฺส ทาเนน โมทามิ อกุโตภยา
มุนึ การุณิกํ โลเก ตํ ๓ ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ
สารีปุตฺตตฺเถรสฺส มาตุเปติวตฺถุ ทุติยํ ฯ
๑ ม. วณิกานญฺจ ฯ ๒ ม. ฆาน-สีสจฺฉินฺนาน โลหิตํ ฯ ๓ สี. --โลหิตภกฺขาสฺมิ ฯ
๔ ม. อนฺวาทิสาหิ เม ฯ
ดูกรนางเปรตผู้ผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียดซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ท่านเป็นใครหรือ มายืนอยู่ในที่นี้?
นางเปรตนั้นตอบว่า
เมื่อก่อนดิฉันเป็นมารดาของท่าน ในชาติเหล่าอื่น ดิฉันเข้าถึงเปรตวิสัยเพรียบพร้อมไปด้วยความหิวและความกระหาย เมื่อถูกความหิวครอบงำแล้ว ย่อมกินน้ำลาย น้ำมูก เสมหะอันเขาถ่มทิ้งแล้ว และกินมันเหลวแห่งซากศพที่เขาเผาอยู่ที่เชิงตะกอน กินโลหิตของหญิงทั้งหลายที่คลอดบุตรและโลหิตแห่งบุรุษทั้งหลายที่ถูกตัดมือ เท้า และศีรษะที่เป็นแผลกินเนื้อ เอ็น และข้อมือข้อเท้าเป็นต้นของชายหญิง กินหนองและและเลือดแห่งปศุสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัยนอนบนเตียงของผู้ตาย ซึ่งเขาทิ้งไว้ในป่าช้า ลูกเอ๋ย ขอลูกจงให้ทานแล้วอุทิศส่วนบุญมาให้แม่บ้าง ไฉนหนอ แม่จึงจะพ้นจากการกินหนอง
และเลือด.
ท่านพระสารีบุตรเถระผู้มีจิตอนุเคราะห์ ได้ฟังคำของมารดาแล้ว จึงปรึกษากับท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ท่านพระอนุรุทธะ และท่านพระกัปปินะ แล้วให้สร้างกุฎี ๔ หลัง ในทิศทั้ง ๔ แล้วถวายกุฎีเหล่านั้น ข้าวและน้ำแก่สงฆ์ อุทิศส่วนกุศลไปให้มารดา ในทันใดนั้นเอง ข้าว น้ำและผ้า ก็บังเกิดเป็นวิบาก นี้เป็นผลแห่งทักษิณาภายหลังนางมีร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอันมีค่ายิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสีประดับด้วยวัตถาภรณ์อันวิจิตรเข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ.
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระจึงถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไรอิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมบังเกิดแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมีรัศมีกายสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้นตอบว่า
เมื่อก่อน ดิฉันเป็นมารดาของท่านพระสารีบุตรเถระ ในชาติอื่นๆ เกิดในเปตวิสัย เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวและความกระหาย เมื่อถูกความหิวครอบงำแล้ว จึงกินน้ำลาย น้ำมูก เสมหะอันเขาถ่มทิ้งไว้และกินมันเหลวแห่งซากศพที่เขาเผาอยู่บนเชิงตะกอน กินโลหิตของหญิงที่คลอดบุตรและโลหิตแห่งบุรุษทั้งหลายซึ่งถูกตัดมือ เท้า และศรีษะที่เป็นแผล กินเนื้อ เอ็น ข้อมือและข้อเท้าของชายหญิง กินหนองและเลือดของปศุสัตว์และมนุษย์ ดิฉันไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัยนอนบนเตียงของคนตาย ที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า ดิฉันเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ บันเทิงอยู่ เพราะทานของท่านพระสารีบุตร ข้าแต่ท่านผู้เจริญดิฉันมาครั้งนี้ เพื่อจะไหว้ท่านสารีบุตรผู้เป็นนักปราชญ์ มีความกรุณา
ในโลก.
จบ สาริปุตตเถรมาตุเปติวัตถุที่ ๒.
จบ ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ