arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ทวาทสกนิบาต

๒. สุนีตเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในทวาทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒. สุนีตเถรคาถา

คาถาภาษิตของพระสุนีตเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทวาทสกนิบาต สุนีตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๒ นีเจ กุลมฺหิ ชาโตหํ ทลิทฺโท อปฺปโภชโน

หีนํ กมฺมํ มมํ อาสิ อโหสึ ปุปฺผฉฑฺฑโก ฯ

ชิคุจฺฉิโต มนุสฺสานํ ปริภูโต จ วมฺภิโต

นีจํ มนํ กริตฺวาน วนฺทิสฺสํ พหุกํ ชนํ ฯ

อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ

ปวิสนฺตํ มหาวีรํ มคธานํ ปุรุตฺตมํ ฯ

นิกฺขิปิตฺวาน พฺยาภงฺคึ วนฺทิตุํ อุปสงฺกมึ

มเมว อนุกมฺปาย อฏฺฐาสิ ปุริสุตฺตโม ฯ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท เอกมนฺตํ ฐิโต ตทา

ปพฺพชฺชํ อหมายาจึ สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ ฯ

ตโต การุณิโก สตฺถา สพฺพโลกานุกมฺปโก

เอหิ ภิกฺขูติ มํ อาห สา เม อาสูปสมฺปทา ฯ

โสหํ เอโก อรญฺญสฺมึ วิหรนฺโต อตนฺทิโต

อกาสึ สตฺถุ วจนํ ยถา มํ โอวที ชิโน ฯ

รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ

รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ ๑

รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ ฯ

ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ

อินฺโท พฺรหฺมา จ อาคนฺตฺวา มํ นมสฺสึสุ ปญฺชลี

นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม

ยสฺส เต อาสวา ขีณา ทกฺขิเณยฺโยสิ มาริส ฯ

ตโต ทิสฺวาน มํ สตฺถา เทวสงฺฆปุรกฺขตํ

สิตํ ปาตุกริตฺวาน อิมมตฺถํ อภาสถ

ตเปน พฺรหฺมจริเยน สญฺญเมน ทเมน จ

เอเตน พฺราหฺมโณ โหติ เอตํ พฺราหฺมณมุตฺตมนฺติ ฯ

สุนีโต เถโร ฯ

อุทฺทานํ

สีลวา จ สุนีโต จ เถรา เทฺวเต มหิทฺธิกา

ทฺวาทสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย จตุวีสตีติ ฯ

ทฺวาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ

๑ ยุ. อภิภาสนํ ฯ ๒ ม. ยุ. สีลมาภรณํ ฯ ๓ โป. สพลเมวคฺคํ ฯ

๑ ยุ. วิโสธิตํ ฯ

ฉบับหลวง

เราเกิดมาในสกุลต่ำ เป็นคนยากจน มีเครื่องบริโภคน้อย การงานของเราเป็นการงานต่ำ เราเป็นคนเทดอกไม้ เราถูกมนุษย์เกลียดชัง ดูหมิ่นและแช่งด่า เราถ่อมตนไหว้หมู่ชนเป็นอันมาก ครั้งนั้น เราได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ ห้อมล้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้าไปสู่พระนครอันอุดม ของชาวมคธเพื่อบิณฑบาต เราจึงวางกระเช้าลงแล้วเข้าไปถวายบังคม พระองค์ผู้เป็นอุดมบุรุษได้ประทับยืนอยู่เพื่ออนุเคราะห์เรา ครั้งนั้นเราได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วจึงทูลขอบรรพชากะพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง ลำดับนั้น

พระศาสดาผู้มีพระกรุณาอนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ได้ตรัสเรียกเราว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด พระดำรัสนั้นเป็นอุปสมบทของเรา เมื่อเราอุปสมบทแล้ว อยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ไม่เกียจคร้าน ได้ทำตามพระดำรัสของพระศาสดาผู้พิชิตมาร ที่ทรงสั่งสอนเราในราตรีปฐมยาม เราก็ระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้ในมัชฌิมยาม ก็ได้ทิพยจักษุ ในปัจฉิมยาม เราก็ทำลายกองแห่งความมืด คือ อวิชชาได้ ครั้นรุ่งราตรีพระอาทิตย์อุทัย เทพเจ้าเหล่าอินทร์และพรหมทั้งหลาย พากันประนมอัญชลีนมัสการเราพร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้เป็นอุดมบุรุษ ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นผู้สิ้นอาสวะ เป็นทักขิไณยบุคคลลำดับนั้น พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเราห้อมล้อมด้วยหมู่เทพเจ้าจึงทรงยิ้มแย้ม แล้วได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะคุณธรรม ๔ ประการ คือ ตบะ ๑ พรหมจรรย์ ๑ สัญญมะ ๑ทมะ ๑ ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้ประกอบด้วยคุณธรรม ๔ ประการ

มีตบะเป็นต้นนั้นว่า เป็นพราหมณ์ผู้อุดม.

ในทวาทสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูป คือ พระสีลวเถระ ๑ พระสุนีตเถระ ๑ ล้วนแต่มีมหิทธิฤทธิ์ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๒ คาถา รวมเป็น

๒๔ คาถา ฉะนี้.

จบ ทวาทสกนิบาต.

จบ ๒. สุนีตเถรคาถา