พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · สุนิกขิตวรรค
๖. โคปาลวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๑ ในสุนิกขิตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ สุนิกขิตวรรค โคปาลวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๑๖๒–๑๖๔
[๑๑๕๗] ข้าพเจ้าได้ทำกรรมนั้นเท่านี้เองในชาตินั้น ละร่าง มนุษย์ แล้วได้มาเกิดในสวนนันทวัน
[๑๑๕๘] ข้าพเจ้ามีหมู่นางเทพอัปสรฟ้อนรำขับร้องห้อมล้อมรื่นรมย์ อยู่ในสวนนันทวันอันประเสริฐ เป็นที่รื่นรมย์ เกลื่อนไปด้วยหมู่นกนานาพันธุ์
จบ อัมพวิมานที่ ๕
๖. โคปาลวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในโคปาลวิมาน
{๘๐}[๑๑๕๙] ภิกษุ(พระมหาโมคคัลานะ)เห็นเทวดาองค์หนึ่งผู้จะดำรง อยู่ได้นานในวิมานที่สูง สวมเครื่องประดับมือ เรืองยศ อยู่ในวิมานทิพย์ จึงไต่ถามว่า ท่านมีมือสวมเครื่อง ประดับ เรืองยศ รุ่งโรจน์อยู่ในวิมานอันสูง[๑๑๖๐] ท่านประดับประดาแล้ว ทัดทรงดอกไม้ นุ่งห่มผ้าทิพย์ ใส่ต่างหูอันงาม แต่งผมและหนวดเรียบร้อย สวมเครื่องประดับมือ เรืองยศ อยู่ในวิมานทิพย์ งามดุจดวงจันทร์ ในวันเพ็ญ[๑๑๖๑] อนึ่ง มีพิณทิพย์บรรเลงไพเราะ ในแต่ละวิมานก็มีนางเทพอัปสรผู้มีรูปงดงาม ๖๔ นาง ซึ่งล้วนฝึกปรือมาแล้ว มีสมบัติมากมาย อยู่ในชั้นไตรทศ พากันออกมาฟ้อนรำ ขับร้องให้ท่านบันเทิงใจ
[๑๑๖๒] ท่านถึงความเป็นเทวดาผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมาก เมื่อครั้ง ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง อย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร[๑๑๖๓] เทพบุตรนั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
[๑๑๖๔] ครั้งเมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้ร่วมกันเฝ้าแม่โคนมของคนอื่น ภายหลังมีสมณะเดินมาที่สำนักของข้าพเจ้า แม่โคทั้งหลายก็เดินไปเพื่อจะกินถั่วราชมาส
[๑๑๖๕] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดอยู่แต่ว่า ‘เดี๋ยวนี้เรามีกิจจะต้องทำ ๒ อย่าง และจักต้องทำทั้ง ๒ อย่าง, ภายหลังกลับได้สัญญาโดยอุบายอันแยบคาย จึงโยนขนมกุมมาสไปยังผ้าเก่า ๆ พร้อมกับกล่าวว่า ‘ถวายแล้ว ขอรับ,[๑๑๖๖] ข้าพเจ้าได้รีบเข้าไปยังไร่ถั่วราชมาส ก่อนที่ฝูงโคนั้นจะหักรานทรัพย์ของเจ้าของไร่ถั่ว ขณะนั้น งูเห่าซึ่งมีพิษ มากได้กัดเท้าของข้าพเจ้าผู้รีบไปในไร่ถั่วนั้น
[๑๑๖๗] ข้าพเจ้านั้นถูกทุกข์บีบคั้นแล้วก็เดือดร้อน ภิกษุได้แก้ผ้าเก่านั้นออกแล้วฉันขนมกุมมาสนั้นเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทำกาละ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วไป เกิดเป็นเทวดา[๑๑๖๘] กุศลกรรมนั้นเท่านั้นที่ข้าพเจ้าทำแล้ว และข้าพเจ้าก็ได้เสวยกรรมอันเป็นสุขด้วยตนเอง ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่พระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่งข้าพเจ้า ขอนมัสการพระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู
[๑๑๖๙] มุนีอื่นในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลกที่เป็นผู้อนุเคราะห์ ยิ่งกว่าพระคุณเจ้ามิได้มี ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า เป็นผู้ที่พระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอนมัสการพระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู[๑๑๗๐] มุนีอื่นในโลกนี้หรือในโลกหน้าที่เป็นผู้อนุเคราะห์ยิ่งกว่า พระคุณเจ้ามิได้มี ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่พระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู
จบ โคปาลวิมานที่๖
๗. กัณฐกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกัณฐกวิมาน
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนี่งว่า)
{๘๑}[๑๑๗๑] ดวงจันทร์ในวันเพ็ญที่รายล้อมด้วยหมู่ดาวนักษัตร เป็นใหญ่กว่าหมู่ดาว มีรูปกระต่าย ย่อมหมุนเวียนไปโดยรอบฉันใด
[๑๑๗๒] วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ยอดเยี่ยมอยู่ในเทพบุรี ไพโรจน์ยิ่งด้วยรัศมี ดุจดวงอาทิตย์ที่อุทัยมาฉะนั้น
จบ ๖. โคปาลวิมาน