พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค
๕. กัญชกทายิกาวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค กัญชกทายิกาวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๙๕–๙๗
[๗๑๒-๗๑๓] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร ... และรัศมีกาย ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร
[๗๑๔] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจ ยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
[๗๑๕] ชาติก่อน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในพระนครพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมกุมมาสแห้งแด่ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ด้วยมือทั้งสองของตน[๗๑๖] ขอพระคุณเจ้าดูผลแห่งก้อนขนมกุมมาสแห้งอันหารสเค็ม มิได้เถิดใครได้เห็นผู้ถวายขนมแห้งแล้วได้รับความสุขเช่นนี้ ไฉนจักไม่ทำบุญเล่า[๗๑๗-๗๑๘] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น ... และมีรัศมีกาย สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น
จบ อโลมวิมานที่ ๔
๕. กัญชิกทายิกาวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกัญชิกทายิกาวิมาน
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
{๔๓}[๗๑๙] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงดงาม มีรัศมีรุ่งเรือง สว่างไปทั่วทุกทิศเหมือนดาวประกายพรึกฉะนั้น
[๗๒๐-๗๒๑] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร ... และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร
[๗๒๒] นางเทพธิดานั้นถูกพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
[๗๒๓] ชาติก่อน เมื่อพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ประทับอยู่ ณ พระนครอันธกวินทะ ดิฉันได้ถวายน้ำข้าว ที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศและใส่น้ำมันที่เจียวแล้ว
[๗๒๔] และปรุงด้วยดีปลี กระเทียม ขิง ข่า กระชาย แด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้มีจิตซื่อตรง ดิฉันจึงได้เสวยทิพยสมบัติเช่นนี้
[๗๒๕] นางแก้วผู้งามทั่วสรรพางค์ สามีมองอย่างไม่จืดจาง ได้รับอภิเษกเป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายนํ้าข้าวนั้นเลย
[๗๒๖] ทองคำตั้ง ๑๐๐ แท่งก็ดี ม้ามีกำลังเร็วตั้ง ๑๐๐ ตัวก็ดี ราชรถที่เทียมด้วยม้าอัศดรตั้ง ๑๐๐ คันก็ดี นางราชกัญญาผู้ประดับ ประดาแล้วด้วยแก้วมุกดา แก้วมณี และต่างหูตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ นางก็ดี ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายนํ้าข้าวนั้นเลย[๗๒๗] คชสารตั้ง ๑๐๐ ที่เกิดแต่ป่าหิมพานต์ เป็นช้างตระกูล มาตังคะ มีงางอนงามดุจงอนรถ มีสายรัดทำด้วยทองคำ มีข่ายทองคำปกเหนือกระพองศีรษะ ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายนํ้าข้าวนั้นเลย
[๗๒๘] ถึงแม้พระเจ้าจักรพรรดิได้เสวยราชสมบัติ เป็นใหญ่ในมหาทวีปทั้ง ๔ ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายนํ้าข้าวนั้นเลย
จบ กัญชิกทายิกาวิมานที่ ๕
๖. วิหารวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมาน
(ท่านพระอนุรุทธเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
{๔๔}[๗๒๙] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงดงาม มีรัศมีรุ่งเรือง สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมือนดาวประกายพรึกฉะนั้น[๗๓๐] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์อันน่าฟังวังเวงใจ เปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่พร้อม ๆ กัน[๗๓๑] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ กลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งขจรออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุก ๆ ส่วน[๗๓๒] เมื่อท่านพริ้วกายไปมา เครื่องประดับที่ช้องผมก็ส่งเสียงไพเราะ เหมือนเสียงดนตรีเครื่องห้า[๗๓๓] ต่างหูที่กระทบลมเข้าก็สั่นไหว ส่งเสียงไพเราะเหมือนเสียงดนตรีเครื่องห้า
[๗๓๔] แม้กลิ่นแห่งดอกไม้ประดับศีรษะท่านก็หอมหวนชวนให้ชื่นใจ หอมฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศดังต้นอุโลกฉะนั้น
จบ ๕. กัญชกทายิกาวิมาน