arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปิฐวรรค

๑๗. เปสการิยวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๗/๑๗ ในปิฐวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค เปสการิยวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๑–๓๔

หน้า ๓๑

[๑๔๙] ครั้นได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระมุนีแล้ว ก็อิ่มเอิบปลาบปลื้มใจ ดิฉันขอถวายบังคมพระตถาคต ผู้ทรงเป็นสารถีของบุคคลที่ควรสิกอย่างยอดเยี่ยม ทรงตัดตัณหาเสียได้ ทรงยินดีแล้วในกุศลธรรม ผู้ทรงแนะนำ เวไนยสัตว์ให้พ้นทุกข์ ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์โลกในทางที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

จบ สิริมาวิมานที่ ๑๖

๑๗. เปสการิยวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในเปสการิยวิมาน

{๑๗}(นางเปสการีเทพธดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถาประพันธ์ว่า)

[๑๕๐] วิมานนี้เป็นวิมานที่งดงามรุ่งเรือง มีเสาเป็นแก้วไพฑูรย์ ใหญโต สะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานนี้เกิดเพราะผลกรรมของเรา

[๑๕๑] นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ประจำอยู่ในวิมานนี้ก็เพราะกรรมของตน

(สมเด็จอัมรินทราธิราชทรงมีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาประพันธ์ ต่อว่า)

เธอเกิดมาเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยบริวารยศ รุ่งเรือง กว่าเทพเจ้าที่เกิดก่อนอยู่

หน้า ๓๒

[๑๕๒] ดวงจันทร์ซึ่งเป็นราชาแห่งดาวนักขัตฤกษ์ ย่อมสุกใส ข่มหมู่ดาว ฉันใด เธอก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสร ทั้งหมดด้วยยศ ฉันนั้นเหมือนกัน

[๑๕๓] ดูก่อนแม่นางผู้มองดูไม่ด้อยเลย เธอมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ ทวยเทพชาวไตรทศ รวมทั้งพระอินทร์ พระพรหม ทั้งหมดดูเหมือนจะไม่รู้สึกอิ่ม ในการดูเธอ

(นางเทพธิดาเมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น จึงกราบทูลเป็นคาถาประพันธ์ว่า)

[๑๕๔] ขอเดชะพระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉัน ถึงตระกูลเดิมของหม่อมฉันว่าเธอจุติมาจากภพไหน จึงได้ มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อมฉันได้จุติมาจากพระนครพาราณสึ ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะที่อยู่ในพระนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดาของช่างหูก[๑๕๕] หม่อมฉันเป็นผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดยส่วนเดียว ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทไม่ด่างพร้อย ได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้มีอนามัยดี(สมเด็จอัมรินทราธิราชเมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติของนางเทพธิดา นั้น จังตรัสคาถาประพันธ์ว่า)

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ทวยเทพชาวไตรทศ หมายถึงเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ (ขุ.วิ.อ. ๙๗)
หน้า ๓๓

[๑๕๖] เราขอแสดงความยินดีต่อเธอผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี เธอเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยบริวารยศ มีใจเลื่อมใสในพระ พุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ซึ่งเธอถึงแล้วโดยส่วนเดียวไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทไม่ด่างพร้อย ได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ธรรม ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้มีอนามัยดี

จบ เปสการิยวิมานที่ ๑๗

รวมพระสูตรที่มืในวรรคนี้ คือ

๑.ปฐมปีฐวิมาน ๒. ทุติยปีฐวิมาน

๓.ตติยปีฐวิมาน ๔. จตุตถปีฐวิมาน

๕.กุญชรวิมาน ๖. ปฐมนาวาวิมาน

๗.ทุติยนาวาวิมาน ๘. ตติยนาวาวิมาน

๙.ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน

๑๑.ปฐมปติพพตาวิมาน ๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน

๑๓.ปฐมสุณิสาวิมาน ๑๔. ทุติยสุณิสาวิมาน

๑๕.อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน

๑๗.เปสการิยวิมาน

จบ วรรคที่ ๑ ในอิตถีวิมาน

หน้า ๓๔

๒. จิตตลตาวรรค

๑. ทาสิวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในทาสีวิมาน

{๑๘}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๑๕๗] ท่านมีหมู่นางเทพนารีห้อมล้อม เที่ยวชมไปโดยรอบ ในสวนจิตรลดาวันอันน่ารื่นรมย์ประดุจท้าวสักกเทวราช ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวเหมือนดาวประกายพรึกฉะนั้น[๑๕๘] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฏฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รัก แห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร[๑๕๙] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านนั้น มี อานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร[๑๖๐] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจ ยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า

[๑๖๑] เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นทาสี รับใช้คนอื่นอยู่ในตระกูล

[๑๖๒] ดิฉันนั้นเป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดมผู้ทรงมีพระจักษุผู้เรืองพระยศ การออกไปจากกิเลสได้เกิดมีแก่ดิฉันนั้น ในศาสนาของพระสมณโคดมผู้คงที่เพราะมีมนสิการมั่นอยู่ในจิตว่า

จบ ๑๗. เปสการิยวิมาน