arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปิฐวรรค

๑๗. เปสการิยวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๗/๑๗ ในปิฐวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๗. เปสการิยวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในเปสการิยวิมาน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค เปสการิยวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรํ

เวฬุริยตฺถมฺภํ สตตํ สุนิมฺมลํ ๑

สุวณฺณรุกฺเขหิ สมนฺตโมตฺถตํ

ฐานํ มมํ กมฺมวิปากสมฺภวํ

ตตฺรูปปนฺนา ปุริมจฺฉรา อิมา

สตํ สหสฺสานิ สเกน กมฺมุนา

ตุวํสิ อชฺฌูปคตา ยสสฺสินี

โอภาสยํ ติฏฺฐสิ ปุพฺพเทวตา

สสี อธิคฺคยฺห ยถา วิโรจติ

นกฺขตฺตราชาริว ตารกาคณํ

ตเถว ตฺวํ อจฺฉราสงฺคณํ อิมํ

ททฺทลฺลมานา ยสสา วิโรจสิ

กุโต นุ อาคมฺม อโนมทสฺสเน

อุปปนฺนา ตฺวํ ภวนํ มมํ อิทํ

พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา

สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ตนฺติ ฯ

ยเมตํ สกฺก อนุปุจฺฉเส มมํ

กุโต จุตา อิธ อาคตา ตุวํ

พาราณสี นาม ปุรตฺถิ กาสินํ

ตตฺถ ปุเร อโหสึ เปสการิกา ๒

พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานสา

สงฺเฆ จ เอกนฺตคตา อสํสยา

อขณฺฑสิกฺขาปทา อาคตปฺผลา

สมฺโพธิธมฺเม นิยตา อนามยาติ

ตนฺตฺยาภินนฺทามเส สฺวาคตญฺจ เต

ธมฺเมน จ ตฺวํ ยสสา วิโรจสิ

พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานเส

สงฺเฆ จ เอกนฺตคเต อสํสเย

อขณฺฑสิกฺขาปเท อาคตปฺผเล

สมฺโพธิธมฺเม นิยเต อนามเยติ ฯ

เปสการิยวิมานํ สตฺตรสมํ ฯ

อุทฺทานํ

ปญฺจ ปีฐา ตโย นาวา ปทีปา ติลทกฺขิณา

เทฺว ปตี เทฺว สุณิสา อุตฺตรา สิริมา เปสการิกา

วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ

อิตฺถีวิมาเน วคฺโค ปฐโม ฯ

๑ โป. ม. ยุ. สุนิมฺมิตํ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. เกสการิกา ฯ

ฉบับหลวง

นางเปสการีเทพธิดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถา กึ่งคาถาความว่า วิมานหลังนี้เป็นวิมานงามรุ่งเรือง มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใหญ่โตสะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานหลังนี้เกิดเพราะผลกรรมของเรา นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ ซึ่งเกิดประจำในวิมาน

ก็เพราะกรรมของเรา

สมเด็จอัมรินทราธิราช มีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาสองคาถากึ่งความว่า

ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยบริวาร มีรัศมีกายแผ่ซ่านกว่าเทพเจ้าที่เกิดก่อน พระจันทร์มีรัศมีสุกสะกาวยิ่งกว่าหมู่ดาวนักขัตฤกษ์ ฉันใด ท่านก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสรทั้งหมด โดยเชิงบริวาร ฉันนั้นเหมือนกัน แน่ะนางงามผู้มีพักตร์ควรพิศ ท่านมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ เทพเจ้าชาวไตรทศรวมหมดทั้งพระอินทร์ พระพรหม ดูเหมือน

จะไม่รู้สึกอิ่มในการดูท่าน?

นางเทพธิดา อันสมเด็จอัมรินทราธิราชมีเทวโองการตรัสถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาสองคาถาความว่า

ขอเดชะ พระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉันถึงตระกูลเดิมของหม่อมฉันว่า ท่านจุติมาจากภพไหนจึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อมฉันได้จุติมาจากกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะที่อยู่ในนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดานายช่างหูก ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดยใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทอันได้สมาทานแล้ว ไม่ด่างพร้อยได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรม ของสัมมาสัม

พุทธเจ้า เป็นผู้มีพระอนามัยดี.

สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติ ของนางเทพธิดานั้นจึงตรัสคาถาถึ่งความว่า

เราขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี ท่านเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยยศ มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อย่างใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย เป็นผู้ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างบริบูรณ์ เป็นได้สำเร็จอริยผล เป็นคนหมดโรค ควรที่จะได้ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมา

สัมพุทธเจ้าแน่นอน.

จบเปสการิยวิมานที่ ๑๗.

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปิฐวิมานที่ ๑ ๒. ปิฐวิมานที่ ๒

๓. ปิฐวิมานที่ ๓ ๔. ปิฐวิมานที่ ๔

๕. กุญชรวิมาน ๖. นาวาวิมานที่ ๑

๗. นาวาวิมานที่ ๒ ๘. นาวาวิมานที่ ๓

๙. ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน

๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒

๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒

๑๕. อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน

๑๗. เปสการิยวิมาน.

จบ วรรคที่ ๑ ในอิตถีวิมาน.

จบ ๑๗. เปสการิยวิมาน