arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปิฐวรรค

๑๓. สุณิสาวิมาน ที่ ๑ เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๑๗ ในปิฐวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค สุณิสาวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๒๒–๒๔

หน้า ๒๒

[๑๐๕] ยินดีเฉพาะสามีของตน ไม่กล่าวคำเท็จ และไม่ดื่มนํ้าเมา อนึ่ง ดิฉันมีใจเลื่อมใสได้ให้ข้าวและนํ้าอย่างดีเลิศเป็นทานโดยเคารพ

[๑๐๖] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้ เพราะการไม่ฆ่าสัตว์เป็นต้นนั้น อิฏฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะการไม่ฆ่าสัตว์ เป็นต้นนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้น แก่ดิฉันเพราะการไม่ฆ่าสัตว์เป็นต้นนั้น[๑๐๗] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันนั้นมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะบุญนั้น

จบ ทุติยปติพพตาวิมานที่ ๑๒

๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน

ว่าด้วยอานิสงส์แห่งถารถวายขนม สูตรที่ ๑

{๑๓}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๑๐๘] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงดงาม มีรัศมีรุ่งเรือง สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมีอนกับดาวประกายพรึกฉะนั้น

[๑๐๙] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฏฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะกันเป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร

หน้า ๒๓

[๑๑๐] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อครั้งท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร[๑๑๑] นางเทพธิดานั้นถูกพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า

[๑๑๒] เมื่อครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นหญิง สะใภ้อยู่ในตระกูลแห่งพ่อสามี

[๑๑๓] ดิฉันพบภิกษุรูปหนึ่งผู้ปราศจากธุลีกิเลส มีอินทรีย์ ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดิฉันเลื่อมใสจึงได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูป นั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นถวายขนมกึ่งส่วนแล้วดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน[๑๑๔] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะการถวายขนมนั้น อิฏฐผล ย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะการถวายขนมนั้น อนึ่ง โภคะ อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ดิฉันเพราะการถวายขนมนั้น[๑๑๕] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน (เมื่อ ครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้) ดิฉันนั้นมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะบุญนั้น

จบ ปฐมสุณิสาวิมานที่ ๑๓

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑หมายถึงมาบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งพระเถระพบขณะอยูในสวนนันทวัน (ขุ.วิ.อ. ๖๖)
หน้า ๒๔

๑๔. ทุติยสุณิสาวิมาน

ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการถวายขนม สูตรที่ ๒

{๑๔}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๑๑๖] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงดงาม มีรัศมีรุ่งเรือง สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดาวประกายพรึกฉะนั้น

[๑๑๗] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฏฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนี่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร

[๑๑๘] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อครั้งท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศเพราะบุญอะไร[๑๑๙] นางเทพธิดานั้นถูกพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า

[๑๒๐] เมื่อครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นหญิง สะใภ้อยู่ในตระกูลแห่งพ่อสามี

[๑๒๑] ดิฉันพบภิกษุรูปหนึ่งผู้ปราศจากธุลีกิเลส มีอินทรีย์ ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดิฉันเลื่อมใสจึงได้ถวายขนมกุมมาส ส่วนหนึ่งแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นถวายขนมกุมมาสก้อนหนึ่งแล้วดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน

จบ ๑๓. สุณิสาวิมาน ที่ ๑