arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปิฐวรรค

๖. นาวาวิมาน ที่ ๑ เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๗ ในปิฐวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค นาวาวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๑๑–๑๓

หน้า ๑๑

๖. ปฐมนาวาวิมาน

ว่าด้วยอานิสงส์การถวายนํ้าฉัน สูตรที่ ๑

{๖}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๔๓] ดูก่อนแม่เทพนารี ท่านขึ้นวิมานเรือที่บุด้วยทองคำ ยืน เข้าไปตามสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ ด้วยมือทั้งสอง ของตน

ปราสาทที่อยู่ของท่านถูกเนรมิตแยกออกเป็นส่วน ๆ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่โดยรอบทั้ง ๔ ทิศด้วยบุญอะไร

[๔๔] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฏฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รัก แห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร[๔๕] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อครั้งท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศ เพราะบุญอะไร[๔๖] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจ ยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า

[๔๗] ในชาติก่อนเมื่อครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ทั้งหลายในมนุษยโลก ได้พบพวกภิกษุผู้เหน็ดเหนื่อย กระหายน้ำมา จึงได้ขมีขมันถวายนํ้าฉัน

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑-๑ข้อความนี้ บางฉบับไม่ปรากฏ
หน้า ๑๒

[๔๘] ผู้ใดแลขมีขมันถวายน้ำฉันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อย กระหายนํ้ามา แม่น้ำที่มีน้ำเยือกเย็น เต็มไปด้วยพวง มาลัยมากมาย มีบัวขาวมากมาย ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น[๔๙] แม่นํ้าหลายสายที่มีนํ้าไหล มีนํ้าเย็นสนิท ดาดาษด้วย ทราย หมู่ต้นมะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้นหมากหอม หมู่ต้นหว้า หมู่ต้นราชพฤกษ์ และต้นแคฝอย ที่มีดอกผล ชูสล้างย่อมเกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้นตลอดเวลา[๕๐] ผลวิบากนี้คือวิมานชั้นดีเยี่ยมงามหนักหนา ประกอบด้วยภูมิภาคที่ควรสรรเสริญ จัดเป็นผลวิบากแห่งกรรม นั้นทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วย่อมต้องได้ผล วิบากเช่นนี้ปราสาทที่อยู่ของดิฉันถูกเนรมิตแยกออกเป็นส่วน ๆ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่โดยรอบทั้ง ๔ ทิศ ก็ด้วยผลวิบากนั้น

[๕๑] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฏฐผลย่อมสำเร็จแก่ ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ดิฉันก็เพราะบุญนั้น

[๕๒] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อ ครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันนั้นมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะบุญนั้น

จบ ปฐมนาวาวิมานที่ ๖

หน้า ๑๓

๗. ทุติยนาวาวิมาน

ว่าด้วยอานิสงส์การถวายนํ้าฉัน สูตรที่ ๒

{๗}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๕๓] ดูก่อนแม่เทพนารี ท่านขึ้นวิมานเรือที่บุด้วยทองคำ ยืน เข้าไปตามสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ ด้วยมือทั้งสอง ของตน

ปราสาทที่อยู่ของท่านถูกเนรมิตแยกออกเป็นส่วน ๆ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่โดยรอบทั้ง ๔ ทิศด้วยบุญอะไร

[๕๔] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฎฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รัก แห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร[๕๕] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อครั้งท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศ เพราะบุญอะไร[๕๖] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า

[๕๗] ในชาติก่อนเมื่อครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ทั้งหลายในมนุษยโลก ได้พบภิกษุรูปหนึ่งผู้เหน็ดเหนื่อย กระหายนํ้ามา จึงได้ขมีขมันถวายนํ้าฉัน[๕๘] ผู้ใดแลขมีขมันถวายนั้าฉันแก่ภิกษุผู้เหน็ดเหนื่อยกระหาย นํ้ามา แม่นั้าที่มีนํ้าเยือกเย็น เต็มไปด้วยพวงมาลัยมากมาย มีบัวขาวมากมายย่อมเกิดแก่ผู้นั้น

จบ ๖. นาวาวิมาน ที่ ๑