พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปิฐวรรค
๗. นาวาวิมาน ที่ ๒ เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๗ ในปิฐวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค นาวาวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๑๓–๑๔
๗. ทุติยนาวาวิมาน
ว่าด้วยอานิสงส์การถวายนํ้าฉัน สูตรที่ ๒
{๗}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
[๕๓] ดูก่อนแม่เทพนารี ท่านขึ้นวิมานเรือที่บุด้วยทองคำ ยืน เข้าไปตามสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ ด้วยมือทั้งสอง ของตน
ปราสาทที่อยู่ของท่านถูกเนรมิตแยกออกเป็นส่วน ๆ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่โดยรอบทั้ง ๔ ทิศด้วยบุญอะไร
[๕๔] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฎฐผลย่อมสำเร็จ แก่ท่านในที่นี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รัก แห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร[๕๕] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อครั้งท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศ เพราะบุญอะไร[๕๖] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
[๕๗] ในชาติก่อนเมื่อครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ทั้งหลายในมนุษยโลก ได้พบภิกษุรูปหนึ่งผู้เหน็ดเหนื่อย กระหายนํ้ามา จึงได้ขมีขมันถวายนํ้าฉัน[๕๘] ผู้ใดแลขมีขมันถวายนั้าฉันแก่ภิกษุผู้เหน็ดเหนื่อยกระหาย นํ้ามา แม่นั้าที่มีนํ้าเยือกเย็น เต็มไปด้วยพวงมาลัยมากมาย มีบัวขาวมากมายย่อมเกิดแก่ผู้นั้น
[๕๙] แม่นั้าหลายสายที่มีนํ้าไหล มีนํ้าเย็นสนิท ดาดาษด้วยทราย หมู่ต้นมะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้นหมากหอม หมู่ต้นหว้า หมู่ต้นราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยที่มีดอกผล ชูสล้างย่อมเกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้นตลอดเวลา[๖๐] ผลวิบากนี้คือวิมานชั้นดีเยี่ยม งามหนักหนา ประกอบด้วย ภูมิภาคที่ควรสรรเสริญ จัดเป็นผลวิบากแห่งกรรมนั้นทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วย่อมต้องได้ผลวิบากเช่นนี้[๖๑] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฏฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ดิฉันก็เพราะบุญนั้น
[๖๒] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันนั้นมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะบุญนั้น
จบ ทุติยนาวาวิมานที่ ๗
๘. ตติยนาวาวิมาน
ว่าด้วยอานิสงส์การถวายนํ้าฉัน สูตรที่ ๓
{๘}(พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า)
[๖๓] ดูก่อนแม่เทพนารี ท่านขึ้นวิมานเรือที่บุด้วยทองคำ ยืนเข้าไปตามสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ด้วยมือทั้งสองของตน
จบ ๗. นาวาวิมาน ที่ ๒