arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค

๑. อุฬารวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค อุฬารวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๕๓–๕๔

หน้า ๕๓

๓. ปาริฉัตตกวรรค

๑. อุฬารวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุฬารวิมาน

{๒๙}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

[๒๘๖] ดูก่อนแม่เทพธิดา ยศและวรรณะของท่านใหญ่ยิ่งสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหล่าเทพนารีและเหล่าเทพบุตร ประดับประดาดีแล้วฟ้อนรำขับร้องอยู่

[๒๘๗] ทำให้ท่านร่าเริง ห้อมล้อมเพื่อบำเรอท่านอยู่ วิมานของท่านเหล่านี้ล้วนแต่เป็นทองคำ น่าดูน่าชมมาก

[๒๘๘] ทั้งท่านเล่าก็เป็นใหญ่กว่าเทพเจ้าเหล่าที่สมบูรณ์ด้วยความปรารถนาทุกอย่าง มีความเป็นอยู่อันยิ่งใหญ่ ร่าเริงใจ อยู่ในหมู่ทวยเทพ คูก่อนแม่เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอจงบอก ผลนี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร(นางเทพธิดาตอบว่า)

[๒๘๙] ในชาติก่อนเมื่อครั้งดีฉันเป็นมนุษย์อยู่ในหมูมนุษย์ทั้งหลาย ในมนุษยโลก เป็นสะใภ้ในตระกูลของคนทุศีลซึ่งเป็น ตระกูลที่มีพ่อผัวแม่ผัวไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่[๒๙๐] ดิฉันถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล (ยินดีในการจำแนกแจกทาน) ได้ถวายขนมเบื้องแก่ท่านซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่

หน้า ๕๔

[๒๙๑] ตอนนั้นดิฉันได้บอกแก่แม่ผัวว่า ‘มีพระสมณะมาที่นี่ ดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมเบื้องแก่ท่านด้วยมือของตน,[๒๙๒] แม่ผัวด่าดิฉันว่า ‘เจ้าเป็นคนที่ไม่มีใครสั่งสอน ทำไมเจ้าจึงไม่ถามฉันเสียก่อนว่าจะถวายทานแก่สมณะ’[๒๙๓] เพราะการถวายขนมเบื้องนั้น แม่ผัวก็เกรี้ยวกราดทุบตีดิฉันด้วยสาก ดิฉันไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้นานจึงสิ้นชีพลง[๒๙๔] ดิฉันนั้นตายจากพ้นไปได้ จุติจากมนุษย์นั้นแล้วจึงได้มา เกิดบนสวรรค์ เป็นพวกเดียวกันกับเทพเจ้าชั้นดาวดึงส์[๒๙๕] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น ... และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น

จบ อุฬารวิมานที่ ๑

๒. อุจฉุทายิกาวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน

{๓๐}(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดานั้นด้วยคาถาประพันธ์ว่า)

[๒๙๖] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีสิริ มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง มียศและเดช สว่างไสวรุ่งเรืองทั่วแผ่นดินรวมทั้งเทวโลก เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เหมือนท้าวมหาพรหม รุ่งเรืองอยู่ในหมู่เทพชั้นไตรทศพร้อมทั้งพระอินทร์[๒๙๗] อาตมาขอถามท่านผู้ทัดทรงดอกอุบล ประดับด้วยพวงมาลัยแก้ว มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับ

จบ ๑. อุฬารวิมาน