arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรีคาถา

กีสาโคตมีเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา กีสาโคตมีเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๖๕๗–๖๕๙

หน้า ๖๕๗

๑๐. เอกาทสกนิบาต

๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของพระกีสาโคตมีเถรี

(พระกีสาโคตมีเถรีครั้นบรรลุอรหัตแล้วพิจารณาดูข้อปฏิบัติของตน ได้

ภาษิตคาถาเหล่านี้โดยมุ่งสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร ความว่า)

{๔๖๔}[๒๑๓] นักปราชญ์กล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตรไว้ เฉพาะในโลกว่า ‘บุคคลผู้คบกัลยาณมิตร ถึงแม้จะเป็นพาล ก็พึงเป็นบัณฑิตได้บ้าง,[๒๑๔] จึงควรคบสัตบุรุษ เพราะปัญญาย่อมเจริญแก่บุคคลผู้คบสัตบุรุษโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์เป็นต้น เมื่อคบสัตบุรุษทั้งหลายพึงพ้นแม้จากทุกข์ทั้งปวงได้[๒๑๕] และพึงรู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับแห่งทุกข์ และอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘

(พระกีสาโคตมีเถรีนำคาถา ๒ คาถาที่ยักษิณีตนหนึ่งเมื่อตำหนิความ เป็นหญิงกล่าวไว้มากล่าวแสดงโทษในความเป็นหญิง ความว่า)

[๒๑๖] พระพุทธเจ้าผู้เป็นสารถีฝึกบุรุษผู้ควรฝึกได้ตรัสไว้ว่า ‘ความเป็นหญิงมีแต่ทุกข์, คือ การอยู่ด้วยกันกับหญิงผู้ร่วมสามีกันก็เป็นทุกข์ หญิงบางพวกคลอดบุตรครั้งแรก ทนทุกข์ไม่ไหว

หน้า ๖๕๘

[๒๑๗] จึงเชือดคอตนเองเสียก็มี พวกหญิงที่เป็นสุขุมาลชาติกิน ยาพิษตายเสียก็มี มีครรภ์หลงจึงได้รับความวิบัติ ทั้งสองคนแม่ลูกก็มี(พระกีสาโคตมีเถรีปรารภประวัติของพระปฏาจาราเถรีที่กล่าวว่า)

[๒๑๘] เราผู้มีครรภ์ใกล้คลอดเดินทางไป ได้พบสามีตายแล้ว ยังไม่ทันถึงบ้านของตนก็คลอดบุตรกลางทาง

[๒๑๙] บุตรทั้งสองคนก็ตาย สามีก็ตายในหนทาง มารดาบิดา และพี่ชายของเราผู้น่าสงสารก็ถูกเผาอยู่บนเชิงตะกอนเดียวกัน

(พระกีสาโคตมีเถรีเมื่อเปิดเผยประวัติของตน จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

[๒๒๐] เมื่อเป็นคนกำพร้า สิ้นตระกูลแล้ว ท่านจึงเสวยทุกข์หาประมาณมิได้ ก็นํ้าตาของท่านไหลมาแล้วหลายพันชาติ

[๒๒๑] เนี้อบุตรถูกสุนัขเป็นต้นกัดกินแล้วที่กลางป่าช้าเราก็เห็น เรามีวงค์ตระกูลขาดสิ้นแล้ว ถูกคนทั้งปวงตำหนิ ทั้งเป็นม่ายสามีตาย ได้บรรลุอมตธรรม[๒๒๒] อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นที่ให้ถึงอมตธรรม เราได้เจริญแล้ว แม้นิพพานเราก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว เราได้เห็นแว่นธรรมแล้ว[๒๒๓] เราเป็นผู้ตัดความโศกศัลย์ได้แล้ว ปลงภาระลงแล้ว กิจที่ควรทำเราก็ได้ทำเสร็จแล้ว พระกีสาโคตมีเถรีเป็น ผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว ได้กล่าวเนื้อความนี้ ดังนี้แล

จบ เอกาทสกนิบาต

หน้า ๖๕๙

๑๑. ทวาทสกนิบาต

๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของพระอุบลวัณณาเถรี

(วันหนึ่ง พระอุบลวัณณาเถรีได้กล่าวย้อนถึงคาถาที่มารดาของพระ คังคาตีริยเถระกล่าวไว้ด้วยความสลดใจที่มีสามีร่วมกับธิดาของตน ความว่า){๔๖๕}[๒๒๔] เราทั้งสองคือมารดาและธิดาเป็นผู้มีสามีร่วมกัน เรา นั้นได้มีความสลดใจและขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคย มีมาก่อน[๒๒๕] น่าติเตียนนัก กามทั้งหลายไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น มีหนามเป็นอันมาก เพราะเป็นเหตุที่ทำให้เราทั้งสอง คือ มารดาและธิดาร่วมเป็นภรรยาด้วยกันได้[๒๒๖] เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย เห็นการออกจากกามโดย เป็นความเกษม เราจึงออกจากเรือนมาบวชในพระธรรมวินัยที่พระนครราชคฤห์

(พระอุบลาวัณณาเถรีได้กล่าวคาถาแสดงความยินดีที่ตนได้บรรลุคุณวิเศษ ความว่า)

[๒๒๗] เราระลึกชาติก่อน ๆ ได้ ทิพพจักขุญาณ เจโตปริยญาณ และโสตธาตุเราก็ชำระให้หมดจดแล้ว

[๒๒๘] แม้ฤทธิ์เราก็ทำให้แจ้งแล้ว เราบรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว ได้ทำให้แจ้งอภิญญา ๖ ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว

จบ กีสาโคตมีเถรีคาถา