arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรีคาถา

วัฑฒมาตาเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา วัฑฒมาตาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๖๕๕–๖๕๗

หน้า ๖๕๕

[๒๐๑] พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมอันเป็นธรรมไม่หวั่นไหว ไม่มีใครชั่งได้ ที่ปุถุชนเสพไม่ได้แก่เรา ใจของเรายินดีแล้วในธรรมนั้น[๒๐๒] เราได้ฟังพระดำรัสของพระองค์แล้วยินดีอยู่ในพระศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว[๒๐๓] เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว ดูก่อนมารใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ตัวท่านเองก็ถูกเรากำจัดแล้ว

จบ อัฏฐกนิบาต

...

๙. นวกนิบาต

๑. วัฑฒมาตาเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของหระวัฑฒมาตาเถรี

(พระวัฑฒมาตาเถรีเมื่อจะกล่าวตักเตือนพระวัฑฒเถระผู้เป็นบุตร ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ความว่า)

{๔๖๓}[๒๐๔] ลูกวัทฒะ กิเลสดุจหมู่ไม้ในป่าอย่าได้มีแก่เธอในโลกในกาลไหน ๆ เลย เธออย่าเป็นผู้มีส่วนแห่งทุกข์ร่ำไปเลย[๒๐๕] ลูกวัฑฒะเอย มุนีทั้งหลายที่ไม่หวั่นไหว ตัดความสงสัยเสียได้ มีความเย็นใจ ถึงความฝึกฝนแล้ว ไม่มีอาสวะ ย่อมอยู่เป็นสุข[๒๐๖] ลูกวัฑฒะ เธอพึงเพิ่มพูนมรรคอันฤๅษีเหล่านั้นสั่งสมแล้ว เพื่อบรรลุญาณทัสสนะ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์

(พระวัฑฒเถระกล่าวว่า)

[๒๐๗] ท่านแม่ ท่านกล้ากล่าวข้อความนี้แก่ฉัน ฉันเข้าใจว่า ป่าคือความรักในตัวฉันของท่านแม่คงไม่มีเป็นแน่

(พระเถรีตอบว่า)

[๒๐๘] ลูกวัฑฒะ มิใช่ในตัวลูกเท่านั้น สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งเลว อุกฤษฏ์ และปานกลางบรรดามี แม้กิเลสดุจหมู่ไม้ในป่าเพียงเล็กน้อยในสังขารเหล่านั้นของแม่ก็ไม่มี

หน้า ๖๕๖

[๒๐๙] เพราะอาสวะทั้งปวงของแม่ผู้ไม่ประมาทเพ่งอยู่สิ้นไปแล้ว แม่ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ทำตามคาสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว(ต่อมาภายหลัง พระวัฑฒเถระได้เจริญวิปัสสนา บรรลุอรหัตแล้ว จึงกล่าวคาถาแสดงความยินดี ความว่า)

[๒๑๐] มารดาของเราได้แทงเราด้วยปฏักคือโอวาทอันใหญ่หนอ ท่านมีถ้อยคำคาถาประกอบด้วยประโยชน์อย่างยิ่ง เหมือน คนผู้อนุเคราะห์แก่กันฉะนั้น[๒๑๑] เราได้ฟังคำสั่งสอนของท่านแล้วได้เกิดธรรมสังเวช ขึ้นเพื่อบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ

[๒๑๒] เรานั้นถูกมารดาตักเตือนแล้ว จึงมีใจมุ่งไปเพื่อความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน ได้บรรลุสันติอันสูงสุดแล้ว

จบ นวกนิบาต

หน้า ๖๕๗

๑๐. เอกาทสกนิบาต

๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา

คาถาสุภาษิตของพระกีสาโคตมีเถรี

(พระกีสาโคตมีเถรีครั้นบรรลุอรหัตแล้วพิจารณาดูข้อปฏิบัติของตน ได้

ภาษิตคาถาเหล่านี้โดยมุ่งสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร ความว่า)

{๔๖๔}[๒๑๓] นักปราชญ์กล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีกัลยาณมิตรไว้ เฉพาะในโลกว่า ‘บุคคลผู้คบกัลยาณมิตร ถึงแม้จะเป็นพาล ก็พึงเป็นบัณฑิตได้บ้าง,[๒๑๔] จึงควรคบสัตบุรุษ เพราะปัญญาย่อมเจริญแก่บุคคลผู้คบสัตบุรุษโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์เป็นต้น เมื่อคบสัตบุรุษทั้งหลายพึงพ้นแม้จากทุกข์ทั้งปวงได้[๒๑๕] และพึงรู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับแห่งทุกข์ และอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘

(พระกีสาโคตมีเถรีนำคาถา ๒ คาถาที่ยักษิณีตนหนึ่งเมื่อตำหนิความ เป็นหญิงกล่าวไว้มากล่าวแสดงโทษในความเป็นหญิง ความว่า)

[๒๑๖] พระพุทธเจ้าผู้เป็นสารถีฝึกบุรุษผู้ควรฝึกได้ตรัสไว้ว่า ‘ความเป็นหญิงมีแต่ทุกข์, คือ การอยู่ด้วยกันกับหญิงผู้ร่วมสามีกันก็เป็นทุกข์ หญิงบางพวกคลอดบุตรครั้งแรก ทนทุกข์ไม่ไหว

จบ วัฑฒมาตาเถรีคาถา