arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค

๗. เสสวดีวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๗. เสสวดีวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในเสสวดีวิมาน

เมื่อพระวังคีสเถระจะไต่ถามถึงบุรพกรรมของนางเทพธิดานั้น จึงสรรเสริญวิมานของ

เธอเสียก่อนเป็นปฐม ด้วยคาถา ๗ คาถา ความว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค เสสวดีวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๗ ผลิกรชตเหมชาลจฺฉนฺนํ

วิวิธวิจิตฺรตลมทฺทสํ สุรมฺมํ

พฺยมฺหํ สุนิมฺมิตํ โตรณูปปนฺนํ

รุจกูปกิณฺณมิทํ สุภํ วิมานํ

ภาติ จ ทส ทิสา นเภว สุริโย

สรเท ตมนุโท สหสฺสรํสี

ตถา ตปติมิทํ ตว วิมานํ

ชลมิว ธูมสิโข นิเส นภคฺเค

มุสตีว นยนํ สเตริตาว

อากาเส ฐปิตมิทํ มนุญฺญํ

วีณามุรชสมฺมตาฬฆุฏฺฐํ

อิทฺธํ อินฺทปุรํ ยถา ตว ยิทํ

ปทุมกุมุทอุปฺปลกุวลยํ

โยถิกาภณฺฑิกาโนชกา จ สนฺติ

สาลกุสุมิตปุปฺผิตา อโสกา

วิวิธทุมคฺคสุคนฺธเสวิตมิทํ

สลฬลพุชสุชกสํยุตฺตา

กุสกสุผุลฺลิตลตาวลมฺพินีหิ

มณิชาลสทิสา ยสสฺสินี

รมฺมา โปกฺขรณี อุปฏฺฐิตา เต

อุทกรุหา จ เยตฺถิ ปุปฺผชาตา

ถลชา เย จ สนฺติ รุกฺขชาตา

มานุสฺสกา อมานุสฺสกา จ ทิพฺพา

สพฺเพ ตุยฺหํ นิเวสนมฺหิ ชาตา

กิสฺส สมทมสฺส ๑ อยํ วิปาโก

เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺนา

ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ

ตทนุปทํ อวจาสิ อาฬารปขุเมติ ฯ

ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ

โกญฺจมยุรจโกรสงฺฆจริตํ

ทิพฺยปิลวหํสราชจิณฺณํ

ทิชการณฺฑวโกกิลาภินาทิตํ

นานาสนฺตานกปุปฺผรุกฺขวิวิธา

ปาฏลิชมฺพุอโสกรุกฺขวนฺตํ

ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ

ตนฺเต ปเวทิสฺสามิ สุโณหิ ภนฺเต

มคธวรปุรตฺถิเมน

นาฬกคามโก นาม อตฺถิ ภนฺเต

ตตฺถ อโหสึ ปุเร สุณิสา

เสสวตีติ ตตฺถ ชานึสุ มมํ

สาหํ อปจิตตฺถธมฺมกุสลํ

เทวมนุสฺสปูชิตํ มหนฺตํ

อุปติสฺสํ นิพฺพุตํ อปฺปเมยฺยํ

มุทิตมนา กุสุเมหิ อพฺโภกิรึ

ปรมคติคตญฺจ ปูชยิตฺวา

อนฺติมเทหธรํ อิสึ อุฬารํ

ปหาย มานุสกํ สมุสฺสยํ

ติทสาคตา อิธมาวสามิ ฐานนฺติ ฯ

เสสวตีวิมานํ สตฺตมํ ฯ

๑ ม. สญฺญมทมสฺสยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรแม่เทพธิดา อาตมาได้เห็นวิมานของท่านนี้ อันมุงและบังด้วยข่ายแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ มีพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้มีผลวิจิตรนานาพรรณเป็นระเบียบเรียบร้อย น่ารื่นรมย์ เป็นวิมานซึ่งเกิดกับสำหรับบุญ มีซุ้มประตูแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ที่ลานวิมานเรี่ยรายไปด้วยทรายทองงดงามมาก มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเหมือนพระอาทิตย์มีรัศมีตั้งพัน ซึ่งกำจัดความมืดมนได้เป็นปกติในยามสรทกาล หรือเหมือนกับแสงเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืน หรือคล้ายกับการลืมตาขึ้นขณะที่ฟ้าแลบในโอกาสฉะนั้น วิมานนี้เป็นวิมานลอยอยู่ในอากาศ ก้องกังวาลไปด้วยเสียง

ดนตรี คือ พิณเครื่องใหญ่ กลอง และกังสดาล ประโคมอยู่มิได้ขาดระยะ สุทัสนะเทพนคร อันเป็นเมืองพระอินทร์ ซึ่งมั่งคั่งไปด้วยสมบัติทิพย์ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็ฉันนั้น วิมานของท่านนี้ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมอย่างยอดเยี่ยมหลายอย่างต่างๆ กัน คือกลิ่นดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลณี ดอกคัดเค้า

ดอกพุดซ้อน ดอกกุหลาบ ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศกแย้มกลีบ ส่งกลิ่นหอมระรื่น ทั้งตั้งอยู่ริมฝั่งสระโบกขรณี น่ารื่นรมย์ เรียงรายไปด้วยไม้หูกวาง ขนุนสำมะรอ และต้นไม้กลิ่นหอม มีทั้งไม้เลื้อยชูดอกออกช่อหอมระรื่น ห้อยย้อยเกาะก่ายลงมาจากปลายใบต้นตาล และมะพร้าว คล้ายกับข่ายแก้วมณี และแก้วประพาฬจัดเป็นของทิพย์ มีขึ้นสำหรับท่านผู้เรืองยศ อนึ่ง ต้นไม้และดอกไม้ผลทั้งหลายซึ่งเป็นต้นไม้เกิดอยู่ในน้ำและบนบก ทั้งเป็นรุกขชาติมีอยู่ในเมืองมนุษย์ และไม่มีในเมืองมนุษย์ ตลอดจนพรรณไม้ทิพย์ประจำเมืองสวรรค์ ก็ได้มีพร้อมอยู่ใกล้วิมานของท่านท่านได้สมบัติทิพย์ทั้งนี้ เป็นผลแห่งการประพฤติทางกาย วาจา ใจและการฝึกฝนอินทรีย์อย่างไร เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงมาเกิดในวิมานนี้ดูกรนางเทพธิดาผู้มีขนตางอนงาม ขอท่านจงตอบถึงผลกรรม เป็นเหตุได้วิมานที่ท่านได้แล้วนี้ เป็นไปตามที่อาตมาถามท่านแล้วตามลำดับด้วย

เถิด?

ลำดับนั้น นางเทพธิดาตอบว่า

ก็วิมานที่ดิฉันได้แล้วนี้ มีฝูงหงส์ นกกระเรียน ไก่ฟ้า นกกดและนกเขาไฟ เที่ยวร่อนร้องไปมา ทั้งเต็มไปด้วยหมู่นกนางนวลนกกะทุง และพญาหงส์ทอง ซึ่งเป็นนกทิพย์ เที่ยวบินไปมาอยู่ตามลำน้ำ และอึงคนึงไปด้วยฝูงนกประเภทอื่นๆ อีก คือ นก

เป็ดน้ำ นกค้อนหอย นกดุเหว่าลาย นกดุเหว่าขาว มีทั้งต้นไม้ดอก ไม้ต้น ไม้ผล อันเกิดเองหลายอย่างต่างพรรณคือ ต้นแคฝอย ต้นหว้า ต้นอโศก พระคุณเจ้าขา ดิฉันได้วิมานเหตุนี้ด้วยเหตุผลอันใด ดิฉันจะเล่าเหตุผลอันนั้นถวายพระคุณเจ้านิมนต์ฟังเถิด คือ มีหมู่บ้านหมู่หนึ่งชื่อนาฬกคาม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระนครราชคฤห์ ดิฉันเป็นบุตรสะใภ้ประจำตระกูลของบ้านนั้นอันตั้งอยู่ภายในบุรี ชุมนุมในหมู่บ้านนั้นเรียกดิฉันว่าเสสวดี ดิฉันมีใจชื่นบาน ได้ก่อสร้างกุศลกรรมไว้ในชาตินั้น คือได้บูชาพระธาตุพระธรรมเสนาบดี นามว่า อุปติสสะ ซึ่งเป็นที่บูชาของทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายผู้มากไปด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้นหาประมาณมิได้ ซึ่งนิพพานไปแล้ว ด้วยเครื่องสักการะหลายอย่าง ล้วนแต่รัตนะและดอกคำ ก็แหละครั้นบูชาพระธาตุของพระผู้แสวงหาซึ่งคุณอย่างยอดยิ่ง ผู้ถึงอนุปทิเสสนิพพานธาตุแล้ว ซึ่งในที่สุดยังเหลืออยู่แต่พระธาตุเท่านั้น ครั้นดิฉันละกายมนุษย์นั้นแล้วจึงได้มาเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ชั้นไตรทศ อยู่ประจำวิมานในเทวโลก.

จบ เสสวดีวิมานที่ ๗.

จบ ๗. เสสวดีวิมาน