arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค

๑. อุฬารวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ตติโย ปาริฉตฺตกวคฺโค

ปาริฉัตตกวรรคที่ ๓

๑. อุฬารวิมาน

ว่าด้วยอุฬารวิมาน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค อุฬารวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ อุฬาโร เต ยโส วณฺโณ สพฺพา โอภาสเต ทิสา

นาริโย นจฺจนฺติ คายนฺติ เทวปุตฺตา อลงฺกตา

โมทนฺติ ปริวาเรนฺติ ตว ปูชาย เทวเต

โสวณฺณานิ วิมานานิ ตวิมานิ สุทสฺสเน

ตุวํปิ อิสฺสรา เตสํ สพฺพกามสมิทฺธินํ

อภิชาตา มหนฺตาสิ เทวกาเย ปโมทสิ

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ

อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา

ทุสฺสีเล กุเล สุณิสา อโหสึ

อสฺสทฺเธสุ กทริเยสุ สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา

[๑]

ปิณฺฑาย จรมานสฺส อปูวํ เต อทาสิหํ

ตสฺส อทาสิหํ ๒ ปูวํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ

อิติสฺสา สสฺสุ ปริภาสิ อวินีตา ตฺวํ วธู

น มํ สมฺปุจฺฉิตุํ อิจฺฉิ สมณสฺส ททามหํ

ตโต เม สสฺสุ กุปิตา ปหาสิ มุสเลน มํ

กุฏงฺคญฺฉิ อวธิ มํ นาสกฺขึ ชีวิตุํ จิรํ

สาหํ กายสฺส เภทา จ วิปฺปมุตฺตา ตโต จุตา

ตาวตึสานํ เทวานํ อุปปนฺนา สหพฺยตํ

เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ...

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ

อุฬารวิมานํ ปฐมํ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. ตทาหํ สสฺสุยาจิกฺขึ สมโณ อาคโต อิธ ฯ ๒ ม. ยุ. อทาสหํ ฯ

ฉบับหลวง

พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามนางเทพธิดาด้วยคาถาความว่า ดูกรนางเทพธิดา ยศและวรรณะของท่านใหญ่ยิ่ง สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหล่าเทพนารีและเหล่าเทพบุตรทั้งหลายประดับประดาดีแล้ว ฟ้อนรำขับร้องทำให้ท่านร่าเริง ห้อมล้อมเพื่อบำเรอท่านอยู่ วิมานของท่านเหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิมานทองคำ น่าดูน่าชมมาก ทั้งท่านเล่าก็เป็นใหญ่กว่าเทพเจ้า เหล่าที่สมบูรณ์ด้วยความปรารถนาทุกอย่าง มีความเป็นอยู่อันยิ่งใหญ่ ร่าเริงใจอยู่ในหมู่ทวยเทพ ดูกรนางเทพธิดา ท่านอันอาตมา

ถามแล้ว ขอจงบอกผลนี้แห่งกรรมอะไร?

นางเทพธิดาตอบว่า

ดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นบุตรสะใภ้ในตระกูลของคนทุศีล ซึ่งเป็นตระกูลที่มีพ่อผัวแม่ผัวไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่ดิฉันถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ได้ถวายขนมเบื้องแก่ท่านซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ แล้วจึงได้บอกแก่แม่ผัวว่า มีพระสมณะมาที่นี่ ดิฉันเลื่อมใส ได้ถวายขนมเบื้องแก่ท่านด้วยมือของตน แม่ผัวด่าดิฉันว่านางสู่รู้ ทำไมเธอจึงไม่ถามฉันเสียก่อนว่า จะถวายทานแก่สมณะดังนี้เล่าเพราะการถวายขนมเบื้องนั้น แม่ผัวเกรี้ยวกราดเอา ทุบตีดิฉันด้วยสากดิฉันไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้นานจึงสิ้นชีพลง พ้นจากการทรมานอย่างสาหัสจุติจากมนุษย์นั้นแล้วจึงได้มาเกิดบนสวรรค์ เป็นพวกเดียวกันกับเทพเจ้าชั้นดาวดึงส์ เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และ

มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น.

จบ อุฬารวิมานที่ ๑.

จบ ๑. อุฬารวิมาน