arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

สโมธานกถา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๖ (Royal Thai)36/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก สโมธานกถา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 642–643

Page 642

สโมธานกถา

สรุปการบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ

{๓๖} การบำเพ็ญบารมีอันเป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณเหล่านี้ จัดเป็นบารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี ๑๐ คือ

การบำเพ็ญทานในภพที่ตถาคตเป็นพระเจ้าสีวีราชผู้ประเสริฐ จัดเป็นทานบารมี ในภพที่เราเป็นเวสสันดรและเป็นเวลามพราหมณ์จัดเป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นอกิตติดาบส อดอาหารนั้นจัดเป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นพญาไก่ป่าสีลวนาค และพญากระต่าย จัดเป็นทานปรมัตถบารมีในภพที่เราเป็นพญาวานร ช้างฉัททันต์ และช้างเลี้ยงมารดาจัดเป็นศีลบารมี พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสไว้ดังนี้ การรักษาศีลในภพที่เราเป็นจัมเปยยกนาคราชและภูริทัตตนาคราชจัดเป็นศีลอุปบารมี ในภพที่เราเป็นสังขปาลบัณฑิต จัดเป็นศีลปรมัตถบารมีในภพที่เราเป็นยุธัญชยกุมาร มหาโควินทพราหมณ์ คนเลี้ยงช้าง อโยฆรราชโอรส ภัลลาติ สุวัณณสาม มฆเทวะและเนมิราช บารมีเหล่านี้เป็น(เนกขัมม)อุปบารมี

ในภพที่เราเป็นมโหสธผู้เป็นทรัพย์ของรัฐ กุลฑลตัณฑิละและนกกระทา บารมีเหล่านี้จัดเป็นปัญญาอุปบารมี ในภพที่เราเป็นวิธูรบัณฑิตและสุริยพราหมณ์ มาตังคะผู้เป็นศิษย์เก่าของอาจารย์ บารมีทั้ง ๒ ครั้งนี้จัดเป็นปัญญาบารมี ในภพที่เราเป็นพระราชาผู้มีศีล มีความเพียร เป็นผู้ก่อให้เกิดสัตตุภัสตชาดก บารมีนี้แลเป็นปัญญาปรมัตถบารมี

Page 643

ในภพที่เราเป็นพระราชาผู้มีความเพียร บากบั่น จัดเป็น วิริยปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นพญาวานรผู้มีครุธรรม ๕ประการ จัดเป็นวิริยบารมี

ในภพที่เราเป็นธัมมปาลกุมารจัดเป็นขันติบารมีในภพที่ เราเป็นธัมมิกเทพบุตร ทำสงครามกับอธัมมิกเทพบุตรเรียกว่า ขันติอุปบารมี ในภพที่เราเป็นขันติวาทีดาบสแสวงหาพุทธภูมิ ด้วยการบำเพ็ญขันติบารมี ได้ทำกรรมที่ทำได้ยากเป็นอันมาก นี้จัดเป็นขันติบารมี

ในภพที่เราเป็นสสบัณฑิต เป็นนกคุ่มซึ่งประกาศคุณสัจจะ ยังไฟให้ดับด้วยสัจจะนี้จัดเป็นสัจจบารมีในภพที่เราเป็น ปลาอยู่ในนํ้าได้ทำสัจจะอย่างสูงยังฝนให้ตกใหญ่นี้จัดเป็น สัจจบารมีของเรา ในภพที่เราเป็นสุปารบัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ ยังเรือให้ข้ามสมุทรจนถึงฝั่ง เป็นกัณหทีปายนดาบส ระงับ พิษได้ด้วยสัจจะ และเป็นวานรข้ามกระแสแม่น้ำคงคาได้ด้วย สัจจะ นี้จัดเป็นสัจจอุปบารมีของเรา ในภพที่เราเป็นสุตโสม ราชารักษาสัจจะอย่างสูง ช่วยปล่อยกษัตริย์ ๑๐๑ นี้จัดเป็น สัจจปรมัตถบารมีอะไรที่จะเป็นความพอใจไปกว่าอธิฏฐาน นี้จัดเป็นอธิฏฐาน บารมี ในภพที่เราเป็นมาตังคชฎิลและช้างมาตังคะนี้ จัดเป็นอธิษฐานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นมูคผักขกุมารจัดเป็น อธิฏฐานปรมัตถบารมี

ในภพที่เราเป็นมหากัณหฤๅษี และพระเจ้าโสธนะ และ บารมีสองอย่างคือ ในภพที่เราเป็นพระเจ้าพรหมทัตและ คัณฑิติณฑกะที่กล่าวแล้ว จัดเป็นเมตตาบารมี ในภพที่เราเป็นโสณนันทบัณฑิตผู้ทำความรัก บารมีเหล่านั้นจัดเป็นเมตตาอุปบารมี เมตตาบารมีในภพที่เราเป็นพระเจ้าเอกราช เป็นบารมีไม่มีผู้อื่นเหมือน นี้จ้ดเป็นเมตตาปรมัตถบารมี

ในภพที่เราเป็นนกแขกเต้าสองครั้ง จัดเป็นอุเบกขาบารมี ในภพที่เราเป็นโลมหังสบัณฑิต จัดเป็นอุเบกขาปรมัตถบารมี

บารมีของเรา ๑๐ ทัศนี้เป็นส่วนแห่งโพธิญาณอันเลิศ บารมีที่ยิ่งกว่า ๑๐ ไม่มี ที่หย่อนกว่า ๑๐ ก็ไม่มี เราบำเพ็ญบารมีทุกอย่างไม่ยิ่งไม่หย่อน เป็นบารมี ๑๐ ทัศ ฉะนี้แล

End of สโมธานกถา