พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรีคาถา
อุบลวัณณาเถรีคาถา เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๑. ทฺวาทสกนิปาต
๑. อุปฺปลวณฺณาเถรีคาถา
๑๑. ทวาทสกนิบาต
๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา
ภาษิตของพระอุบลวรรณาเถรี
(พระอุบลวรรณาเถรีอาศัยภาษิตที่โยมมารดาของพระคังคาตีริยเถระกล่าว จึง ได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา อุบลวัณณาเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๔๕๘–๔๕๙ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๖ หน้า ๕๙๒–๕๙๓
อุโภ มาตา จ ธีตา จ มยํ อาสุํ สปตฺติโย
ตสฺสา เม อหุ สํเวโค อพฺภูโต โลมหํสโน.
เรา ๒ คน คือ มารดาและธิดามีสามีร่วมกัน
เรานั้นได้มีความสลดใจ ขนพองสยองเกล้าอย่างไม่เคยมี
ธิรตฺถุ กามา อสุจี ทุคฺคนฺธา พหุกณฺฏกา
ยตฺถ มาตา จ ธีตา จ สภริยา มยํ อหุํ.
น่าติเตียนนัก กามทั้งหลายไม่สะอาด
มีกลิ่นเหม็น มีหนามมาก
ที่เรา ๒ คน คือ มารดาและธิดา เป็นภริยาร่วมกัน
กาเมสฺวาทีนวํ ทิสฺวา เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุเขมโต
สา ปพฺพชึ ราชคเห อคารสฺมา อนคาริยํ.
เรานั้นเห็นโทษในกามทั้งหลาย
เห็นการออกจากกามโดยความปลอดโปร่ง
จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตในกรุงราชคฤห์
(พระอุบลวรรณาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ
เจโตปริยญาณญฺจ (๑) โสตธาตุ วิโสธิตา.
- ๑ฉ.ม. เจโต ปริจฺจญฺญาณญฺจ
เราระลึกชาติก่อนได้ ทิพพจักขุ เจโตปริยญาณ
และโสตธาตุ เราชำระให้หมดจดแล้ว
อิทฺธีปิ เม สจฺฉิกตา ปตฺโต เม อาสวกฺขโย
ฉ เม (๑) อภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
- ๑ฉ.ม. ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา
แม้ฤทธิ์เราทำให้แจ้งแล้ว
เราบรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว
ทำอภิญญา ๖ ให้แจ้งแล้ว
ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
อิทฺธิยา อภินิมฺมิตฺวา จตุรสฺสํ รถํ อหํ
พุทฺธสฺส ปาเท วนฺทิตฺวา โลกนาถสฺส สิรีมโต. (๑)
- ๑ฉ. ตาทิโน
เราเนรมิตรถเทียมด้วยม้า ๔ ตัวด้วยฤทธิ์
มาถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นที่พึ่งของโลก ทรงพระสิริ แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร
(มารเห็นพระเถรีนั่งอยู่ที่พักกลางวัน ได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
สุปุปฺผิตคฺคํ อุปคมฺม ปาทปํ
เอกา ตุวํ ติฏฺฐสิ รุกฺขมูเ (๑)
น จาปิ เต ทุติโย อตฺถิ โกจิ
น ตฺวํ พาเล ภายสิ ธุตฺตกานํ.
- ๑ฉ. สาลมูเล
ท่านเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่มีดอกบานสะพรั่งถึงยอด
ยืนอยู่แต่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้
และแม้เพื่อนไร ๆ ของท่านก็ไม่มี
ท่านไม่กลัวความสามหาวของพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ
(พระอุบลวรรณาเถรีเมื่อจะคุกคามมาร จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
สตํ สหสฺสานํปิ ธุตฺตกานํ
สมาคตา เอหิสกา ภเวยฺยุํ
โลมํ น อิญฺเช นปิ สมฺปเวเธ
กึ เม ตุวํ มาร กริสฺสเสโก.
ต่อให้นักเลงเจ้าชู้ตั้งแสนคนเช่นนี้ห้อมล้อม
แม้เพียงขนของเราก็ไม่พึงหวั่นไหว ไม่สะเทือน
มาร ท่านผู้เดียวจะทำอะไรเราได้
เอสา อนฺตรธายามิ กุจฺฉึ วา ปวิสามิ เต
ภมุกนฺตเร ติฏฺฐามิ ติฏฺฐนฺตึ มํ น ทกฺขสิ.
เรานั้น หายตัวก็ได้ เข้าท้องท่านก็ได้
ยืนอยู่ระหว่างคิ้วของท่านก็ได้
เรายืนอยู่ ท่านก็มองไม่เห็น
จิตฺตมฺหิ วสีภูตาหํ อิทฺธิปาทา สุภาวิตา
ฉ เมภิญฺญา (๑) สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
- ๑ฉ.ม. ฉฬภิญฺญา
เรามีจิตเชี่ยวชาญ อบรมอิทธิบาทดีแล้ว
เราทำอภิญญา ๖ ให้แจ้งแล้ว
ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
สตฺติสูลูปมา กามา ขนฺธาน (๑) อธิกุฏฺฏนา
ยํ ตฺวํ กามรตึ พฺรูสิ อรติ (๒) ทานิ สา มม.
- ๑ฉ.ม. ขนฺธาสํ
- ๒ฉ.ม. อารตี
กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว
เป็นเขียงรองสับขันธ์ทั้งหลาย
บัดนี้ เราไม่มีความยินดีในกามที่ท่านพูดถึง
สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต
เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกาติ.
อุปฺปลวณฺณา เถรี.
กำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงได้แล้ว
ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว
มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า
ท่านถูกเรากำจัดแล้ว
ทวาทสกนิบาต จบ
จบ อุบลวัณณาเถรีคาถา