arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · อัฏฐกนิบาต

๑. มหากัจจายนเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๓ ในอัฏฐกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ตสฺสุทฺทานํ

สุนฺทรสมุทฺโท เถโร เถโร ลกุณฺฏกภทฺทิโย

ภทฺโท เถโร จ โสปาโก สรภงฺโค มหาอิสิ

สตฺตเก ปญฺจกา เถรา คาถาโย ปญฺจตึสตีติ.

_______

๘. อฏฺฐกนิปาต

๑. มหากจฺจายนตฺเถรคาถา

ในสัตตกนิบาตนี้ มีพระเถระ ๕ รูป

และมี ๓๕ คาถา ฉะนี้แล

๘. อัฏฐกนิบาต

๑. มหากัจจายนเถรคาถา

ภาษิตของพระมหากัจจายนเถระ

(พระมหากัจจายนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา อัฏฐกนิบาต มหากัจจายนเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๔๒–๓๔๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๖ หน้า ๔๒๓–๔๒๕

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺมํ พหุกํ น การเย ปริวชฺเชยฺย ชนํ น อุยฺยเม

โส อุสฺสุโก รสานุคิทฺโธ อตฺถํ ริญฺจติ โย สุขาธิวาโห.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุไม่พึงทำงานก่อสร้างให้มาก

พึงเว้นห่างหมู่ชน

ไม่พึงขวนขวายเพื่อประจบสกุล

ภิกษุผู้ขวนขวายนั้นชื่อว่าติดในรส

ย่อมละทิ้งประโยชน์ที่จะนำความสุขมาให้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ไม่พึงเริ่มงานก่อสร้างใหม่ ที่ใหญ่ เช่นการสร้างวัดใหม่เป็นต้น ซึ่งขัดต่อการบำเพ็ญสมณธรรม แต่งาน ปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ซึ่งใช้ความพยายามเล็กน้อย ควรทำแท้ เพื่อปฏิบัติบูชาพระดำรัสของ พระศาสดา (ขุ.เถร.อ. ๒/๔๙๔/๑๖๔)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปงฺโกติ หิ นํ อเวทยุํ ยายํ วนฺทนปูชนา กุเลสุ

สุขุมํ สลฺลํ ทุรุพฺพหํ สกฺกาโร กาปุริเสน ทุชฺชโห.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยว่านักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น

ได้กล่าวการไหว้และการบูชาในตระกูลทั้งหลายว่า

เป็นเปือกตม เป็นลูกศรอันแหลมคมซึ่งถอนขึ้นได้ยาก

เป็นสักการะที่คนชั่วละได้ยาก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น ปรสฺสุปนิธาย กมฺมํ มจฺจสฺส ปาปกํ

อตฺตนา ตํ น เสเวยฺย กมฺมพนฺธูหิ มาติยา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุไม่พึงแนะนำให้คนอื่นกระทำกรรมชั่ว

และไม่พึงส้องเสพกรรมชั่วนั้นเสียเอง

เพราะสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น ปเร วจนา โจโร น ปเร วจนา มุนิ

อตฺตานญฺจ ยถา เวทิ (๑) เทวาปิ นํ ตถา วิทู.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อตฺตา จ นํ ยถาเวทิ, สี. ยถา เวตฺติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนเราจะเป็นโจรเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่

จะเป็นมุนีเพราะคำพูดของผู้อื่นก็หาไม่

และบุคคลรู้จักตนเองว่าเป็นอย่างไร

แม้เทพทั้งหลายก็รู้จักเขาว่าเป็นอย่างนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามฺหเส (๑)

เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ยมามเส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกอื่นย่อมไม่รู้ว่า พวกเราย่อยยับอยู่ในโลกนี้

บรรดาชนเหล่านั้น ชนเหล่าใดรู้แจ้งอยู่

ความทะเลาะวิวาทกันย่อมระงับได้จากสำนักของคนเหล่านั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชีวเต วาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขโย (๑)

ปญฺญาย จ อลาเภน (๒) วิตฺตวาปิ น ชีวติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. ปริกฺขยา
  2. ๒สี. อภาเวน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็เป็นอยู่ได้

ส่วนคนมีทรัพย์ แต่ไม่มีปัญญา ก็เป็นอยู่ไม่ได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺพํ สุณาติ โสเตน สพฺพํ ปสฺสติ จกฺขุนา

น จ ทิฏฺฐํ สุตํ ธีโร สพฺพํ อุชฺฌิตุมรหติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุคคลย่อมได้ยินเสียงทุกอย่างด้วยหู

ย่อมเห็นรูปทุกอย่างด้วยตา

ส่วนนักปราชญ์ไม่พึงละทิ้งทุกอย่างที่ได้เห็น ที่ได้ยิน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จกฺขุมาสฺส ยถา อนฺโธ โสตวา พธิโร ยถา

ปญฺญวาสฺส ยถา มูโค พลวา ทุพฺพโลริว

อถ อตฺเถ สมุปฺปนฺเน สเยถ (๑) มตสายิกนฺติ.

มหากจฺจายโน เถโร.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ม. ปสฺเสถ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้เป็นปราชญ์นั้นถึงมีตาดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนตาบอด

ถึงมีหูดี ก็พึงทำเป็นเหมือนคนหูหนวก

ถึงมีปัญญา ก็พึงทำเป็นเหมือนคนใบ้

ถึงมีกำลัง ก็พึงทำเป็นเหมือนคนอ่อนแอ

ครั้นเมื่อประโยชน์เกิดขึ้นแล้ว ถึงจะนอนในเวลาใกล้จะตาย

ก็ยังทำประโยชน์ให้สำเร็จได้

จบ ๑. มหากัจจายนเถรคาถา