arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ทสกนิบาต

๒. เอกวิหาริยเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๗ ในทสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒. เอกวิหาริยเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระเอกวิหาริยเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทสกนิบาต เอกวิหาริยเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๒ ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ อปโร เจ น วิชฺชติ

อตีว ผาสุ ภวติ เอกสฺส วสโต วเน ฯ

หนฺท เอโก คมิสฺสามิ อรญฺญํ พุทฺธวณฺณิตํ

ผาสุํ เอกวิหาริสฺส ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน ฯ

โยคิปีติกรํ รมฺมํ มตฺตกุญฺชรเสวิตํ

เอโก อตฺถวสี ขิปฺปํ ปวิสิสฺสามิ กานนํ ฯ

สุปุปฺผิเต สีตวเน สีตเล คิริกนฺทเร

คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา จงฺกมิสฺสามิ เอกโก ฯ

เอกากิโย อทุติโย รมณีเย มหาวเน

กทาหํ วิหริสฺสามิ กตกิจฺโจ อนาสโว ฯ

เอวํ เม กตฺตุกามสฺส อธิปฺปาโย สมิชฺฌตุ

สาธยิสฺสามหํ เยว นาญฺโญ อญฺญสฺส การโก ฯ

เอส พนฺธามิ สนฺนาหํ ปวิสิสฺสามิ กานนํ

น ๑ ตโต นิกฺขมิสฺสามิ อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ ฯ

มาลุเต อุปวายนฺเต สีเต สุรภิคนฺธเก ๒

อวิชฺชํ ทาลยิสฺสามิ นิสินฺโน นคมุทฺธนิ ฯ

วเน กุสุมสญฺฉนฺเน ปพฺภาเร นูน สีตเล

วิมุตฺติสุเขน สุขิโต รมิสฺสามิ คิริพฺพเช ฯ

โสหํ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป จนฺโท ปณฺณรโส ยถา

สพฺพาสวปริกฺขีโณ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ

เอกวิหาริโย เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. วีโร ฯ ๒ ม. มายนามสฺส ฯ ยุ. มายนามา ฯ

๑ ยุ. เน ฯ ๒ ม. สุรภิคนฺธิเก ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าไม่มีผู้อื่นอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังเรา ความสบายใจอย่างยิ่งคงจะมีแก่เราผู้อยู่ในป่าผู้เดียว ผิฉะนั้น เราผู้เดียวจักไปสู่ป่าอันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า ความผาสุกย่อมมีแก่ภิกษุอยู่แต่ผู้เดียว มีใจเด็ดเดี่ยวเราผู้เดียวเป็นผู้ชำนาญในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จักเข้าไปสู่ป่าใหญ่ อันทำให้เกิดปีติแก่พระโยคาวจร น่ารื่นรมย์ เป็นที่อยู่ของหมู่ช้างตกมันโดยเร็วพลัน เราผู้เดียว จักอาบน้ำในซอกเขาอันเยือกเย็นในป่าอันเย็นมีดอกไม้บานสะพรั่ง จักจงกรมให้เป็นที่สำราญใจ เมื่อไรเราจึงจักได้อยู่ในป่าใหญ่อันน่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อนสอง จักเป็นผู้ทำกิจสำเร็จหาอาสวะมิได้ ขอความประสงค์ของเราผู้ปรารถนาจะทำอย่างนี้จงสำเร็จเถิด เราจักยังความประสงค์ของเราให้สำเร็จจงได้ ผู้อื่นไม่อาจทำผู้อื่นให้สำเร็จได้ เราจักผูกเกราะ คือ ความเพียร จักเข้าไปสู่ป่าใหญ่ เรายังไม่บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว จักไม่ออกไปจากป่านั้นเมื่อลมพัดเย็นมา กลิ่นดอกไม้ก็หอมฟุ้งมา เราจักนั่งอยู่บนยอดเขาทำลายอวิชชา เราจักได้รับความสุขรื่นรมย์อยู่ด้วยวิมุตติสุขในถ้ำที่เงื้อมเขา ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีภาคพื้นเยือกเย็น อันมีอยู่ในป่าใหญ่เป็นแน่ เรามีความดำริอันเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ใน

วันเพ็ญ เป็นผู้สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.

จบ ๒. เอกวิหาริยเถรคาถา