arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค

๑๑. วันทนวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค วันทนวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๑๐๘–๑๐๙

หน้า ๑๐๘

แล้ว และเป็นผู้ที่ทวยเทพชั้นไตรทศอารักขาด้วย จึงเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ

[๘๑๖] ผลบุญเช่นนี้มีมิใช่น้อยเลย การถวายท่อนอ้อยของดิฉัน มีผลยิ่งใหญ่นัก ดิฉันเพียบพร้อมด้วยเทพเจ้าคอยรับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ ด้วยเบญจกามคุณ

[๘๑๗] ผลบุญเช่นนี้มีมิใช่น้อยเลย การถวายท่อนอ้อยของดิฉัน มีผลรุ่งเรืองมาก ดิฉันเป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพทรง คุ้มครองแล้ว และเป็นผู้ที่ทวยเทพชั้นไตรทศอารักขาด้วย ดังท้าวสหัสสนัยน์ในสวนนันทวันฉะนั้น[๘๑๘] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ดิฉันเข้ามานมัสการพระคุณเจ้าผู้มี ความกรุณา มีปัญญารู้แจ้ง เพื่อจะถามถึงความไม่มีโรค เพราะว่าดิฉันมีใจเลื่อมใสด้วยความปีติอย่างหาที่สุดมิได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแก่พระคุณเจ้าในครั้งกระนั้น

จบ อุจฉุวิมานที่ ๑๐

๑๑. วันทนวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวันทนวิมาน

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

{๔๙}[๘๑๙] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงดงาม และมีรัศมีรุ่งเรืองสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมือนดาวประกายพรึกฉะนั้น

หน้า ๑๐๙

[๘๒๐-๘๒๑] ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร ... และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร[๘๒๒] นางเทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจ ยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า[๘๒๓] ชาติก่อน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้พบพระสมณะผู้มีศีลหลายรูป จึงไหว้เท้าทั้งคู่แล้ว ทำใจให้เลื่อมใส มีความปลื้มใจประนมมือไหว้ท่าน[๘๒๔-๘๒๕] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น ... และมีรัศมีกาย สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น

จบ วันทนวิมานที่ ๑๑

๑๒. รัชชุมาลาวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในรัชชุมาลาวิมาน

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

{๕๐}[๘๒๖] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านเป็นใคร มีวรรณะงดงาม กรีดกราย ร่ายรำอยู่ในวิมานอันกึกก้องไปด้วยเสียงเพลงขับทิพย์[๘๒๗] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์อันน่าฟังวังเวงใจเปล่ง ออกจากอวัยวะน้อยใหญ่พร้อม ๆ กัน[๘๒๘] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ กลิ่นทิพย์อันหอมหวนชวนใจก็ฟุ้ง ขจรออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุก ๆ ส่วน

จบ ๑๑. วันทนวิมาน