พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค
อาทีนวญาณนิทเทส เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๕–๑๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๐/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาทีนวญาณนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๑ หน้า ๘๖–๘๘
ชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการพิจารณาอารมณ์แล้ว พิจารณาเห็นความดับไป ชื่อว่าวิปัสสนาญาณ”
จบ ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสที่ ๗
๘. อาทีนวญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในการพิจารณาเห็นโทษ
{๑๑๕} [๑๑๕] ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัย ชื่อว่าอาทีนวญาณ อย่างไร
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความเป็นไปเป็นภัย สังขารนิมิตเป็นภัย ... การประมวลมาเป็นภัย ปฏิสนธิเป็นภัย คติเป็นภัย ความบังเกิดเป็นภัย ความอุบัติเป็นภัย ชาติเป็นภัย ชราเป็นภัย พยาธิเป็นภัย มรณะเป็นภัย ความโศกเป็นภัย ความรำพันเป็นภัย ความคับแค้นใจเป็นภัย” ชื่อว่าอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ๆญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นความปลอดภัย ความไม่เป็นไปเป็นความปลอดภัย ... ความไม่คับแค้นใจเป็นความปลอดภัย
ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความไม่เกิดขึ้นเป็นความปลอดภัย ความเป็นไปเป็นภัย ความไม่เป็นไปเป็นความปลอดภัย ... ความคับแค้นใจเป็นภัย ความไม่คับแค้นใจเป็นความปลอดภัย”
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ... ความคับแค้นใจเป็นทุกข์” ชื่อว่าอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ๆ
ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความไม่เป็นไปเป็นสุข ... ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข”
{๑๑๖} [๑๑๖] ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความเป็นไปเป็นทุกข์ ความไม่เป็นไปเป็นสุข ... ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข”
{๑๑๗} [๑๑๗] ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นมีอามิส ความเป็นไปมีอามิส ... ความคับแค้นใจมีอามิส” ชื่อว่าอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ๆ
ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ... ความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ความเกิดขึ้นมีอามิส ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิส ความเป็นไปมีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ... ความคับแค้นใจมีอามิส ความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส”{๑๑๘} [๑๑๘] ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ... ความคับแค้นใจเป็นสังขาร” เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ๆ
ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ... ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน”
ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความเป็นไปเป็นสังขาร ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ... ความคับแค้นใจเป็นสังขาร ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน”
{๑๑๙} [๑๑๙] ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น ความ
เป็นไปสังขารนิมิต การประมวลมา และปฏิสนธิว่า
‘เป็นทุกข์’ นี้เป็นอาทีนวญาณ
ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความไม่เกิดขึ้น ความ
ไม่เป็นไป ความไม่มีนิมิต ความไม่มีการประมวลมา
และความไม่ปฏิสนธิว่า ‘เป็นสุข’ นี้เป็นญาณในสันติบท
อาทีนวญาณนี้ย่อมเกิดในฐานะ ๕ ญาณในสันติบท
ย่อมเกิดในฐานะ ๕ พระโยคาวจรย่อมรู้ชัดญาณ ๑๐
ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฏฐิต่าง ๆ เพราะเป็นผู้ฉลาด
ในญาณทั้ง ๒ ฉะนี้แล
ชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัย ชื่อว่าอาทีนวญาณ”
จบ อาทีนวญาณนิทเทสที่ ๘
๙. สังขารุเปกขาญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในการพิจารณาวางเฉยสังขาร
{๑๒๐} [๑๒๐] ปัญญาคือความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปทั้งพิจารณาและวางเฉยอยู่ ชื่อว่าสังขารุเปกขาญาณอย่างไร
ปัญญาคือความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปจากความเกิดขึ้น ทั้งพิจารณาและวางเฉยอยู่ ปัญญาคือความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปจากความเป็นไป ทั้งพิจารณาและวางเฉยอยู่ ปัญญาคือความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปจากสังขารนิมิต ... จากการประมวลมา จากปฏิสนธิ จากคติ จากความบังเกิด จากความอุบัติ จากชาติ จากชรา จากพยาธิ จากมรณะ จากความโศก จาก
จบ อาทีนวญาณนิทเทส