arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค

สีลมยญาณนิทเทส เล่ม ๓๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๖–๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๔/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สีลมยญาณนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ สุตฺวาน สํวเร ปญฺญา สีลมเย ญาณํ ปญฺจ สีลานิ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีลนฺติ ฯ

ตตฺถ กตมํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ อนุปสมฺปนฺนานํ ปริยนฺตสิกฺขาปทานํ อิทํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ ฯ

กตมํ อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ อุปสมฺปนฺนานํ อปริยนฺตสิกฺขาปทานํ อิทํ อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ ฯ

กตมํ ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกานํ กุสลธมฺเม ยุตฺตานํ อเสกฺขปริยนฺเต ปริปูริการีนํ ๑ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขานํ ปริจฺจตฺตชีวิตานํ อิทํ ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ ฯ

กตมํ อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ อิทํ อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ ฯ

กตมํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีลํ ตถาคตสาวกานํ ขีณาสวานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ตถาคตานํ อรหนฺตานํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อิทํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีลํ ฯ

๑ ม. ยุ. ปริปูรการีนํ ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญาในการฟังธรรมแล้วสำรวมไว้ ชื่อว่าสีลมยญาณอย่างไร ฯ

ศีล ๕ ประเภท คือ ปริยันตปาริสุทธิศีล ศีลคือความบริสุทธิ์มีส่วนสุด ๑ อปริยันตปาริสุทธิศีล ศีลคือความบริสุทธิ์ไม่มีส่วนสุด ๑ ปริปุณณปาริสุทธิศีล ศีลคือความบริสุทธิ์เต็มรอบ ๑อปรามัฏฐปาริสุทธิศีล ศีลคือความบริสุทธิ์อันทิฐิไม่จับต้อง ๑ ปฏิปัสสัทธิปาริสุทธิศีล ศีลคือความบริสุทธิ์โดยระงับ ๑

ในศีล ๕ ประเภทนี้ ปริยันตปาริสุทธิศีลเป็นไฉน ปริยันตปาริสุทธินี้ ของอนุปสัมบันผู้มีสิกขาบทมีที่สุด ฯ

อปริยันตปาริสุทธิศีลเป็นไฉน อปริยันตปาริสุทธิศีลนี้ ของอุปสัมบัน ผู้มีสิกขาบทไม่มีที่สุด ฯ

ปริปุณณปาริสุทธิศีลเป็นไฉน ปริปุณณปาริสุทธิศีลนี้ ของกัลยาณปุถุชนผู้ประกอบในกุศลธรรม ผู้กระทำให้บริบูรณ์ในธรรมอันเป็นที่สุดของพระอเสขะ ผู้ไม่อาลัยในร่างกายและชีวิตผู้สละชีวิตแล้ว ฯ

อปรามัฏฐปาริสุทธิศีลเป็นไฉน อปรามัฏฐปาริสุทธิศีลนี้ ของพระเสขะ๗ จำพวก ฯ

ปฏิปัสสัทธิปริสุทธิศีลเป็นไฉน ปฏิปัสสัทธิปาริสุทธิศีลนี้ของพระขีณาสพสาวกพระตถาคตเจ้า ของพระปัจเจกพุทธเจ้า และของพระตถาคตอหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ สีลํ ปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ อปริยนฺตํ ฯ ตตฺถ กตมนฺตํ สีลํ ปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ ลาภปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ ยสปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ ญาติปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ องฺคปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ ชีวิตปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ ลาภปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ อิทนฺตํ สีลํ ลาภปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ ยสปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ยสเหตุ ยสปจฺจยา ยสการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ อิทนฺตํ สีลํ ยสปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ ญาติปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ญาติเหตุ ญาติปจฺจยา ญาติการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ อิทนฺตํ สีลํ ญาติปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ องฺคปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ องฺคเหตุ องฺคปจฺจยา องฺคการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ อิทนฺตํ สีลํ องฺคปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ ชีวิตปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ชีวิตเหตุ ชีวิตปจฺจยา ชีวิตการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ อิทนฺตํ สีลํ ชีวิตปริยนฺตํ ฯ เอวรูปานิ สีลานิ ขณฺฑานิ ฉิทฺทานิ สพลานิ กมฺมาสานิ นภุชิสฺสานิ นวิญฺญุปสตฺถานิ ปรามฏฺฐานิ อสมาธิสํวตฺตนิกานิ นอวิปฺปฏิสารวตฺถุกานิ นปามุชฺชวตฺถุกานิ นปีติวตฺถุกานิ นปสฺสทฺธิวตฺถุกานิ นสุขวตฺถุกานิ นสมาธิวตฺถุกานิ นยถาภูตญาณทสฺสนวตฺถุกานิ น เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺติ อิทนฺตํ สีลํ ปริยนฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

ศีลมีที่สุดก็มี ศีลไม่มีที่สุดก็มี ในศีล ๒ อย่างนั้นศีลมีที่สุดนั้นเป็นไฉน ศีล

มีที่สุดเพราะลาภก็ดี ศีลมีที่สุดเพราะยศก็มี ศีลมีที่สุดเพราะญาติก็มี ศีลมีที่สุดเพราะอวัยวะก็มีศีลมีที่สุดเพราะชีวิตก็มี ฯ

ศีลมีที่สุดเพราะลาภนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมล่วงสิกขาบท ตามที่ตนสมาทานไว้เพราะเหตุแห่งลาภ เพราะปัจจัยแห่งลาภ เพราะการณ์แห่งลาภ ศีลนี้เป็นลาภปริยันตศีล ฯ

ศีลมีที่สุดเพราะยศนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ... เพราะเหตุแห่งยศ ... ศีลนี้เป็นยสปริยันตศีล ฯ

ศีลมีที่สุดเพราะญาตินั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ... เพราะเหตุแห่งญาติ ... ศีลนี้เป็นญาติปริยันตศีล ฯ

ศีลมีที่สุดเพราะอวัยวะนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ... เพราะเหตุแห่งอวัยวะ ...

ศีลนี้เป็นอังคปริยันตศีล ฯ

ศีลมีที่สุดเพราะชีวิตนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมล่วงสิกขาบทตามที่ตนสมาทานไว้เพราะเหตุแห่งชีวิต เพราะปัจจัยแห่งชีวิต เพราะการณ์แห่งชีวิต ศีลนี้เป็นชีวิตปริยันตศีลศีลเห็นปานนี้เป็นศีลขาด เป็นศีลทะลุ ด่าง พร้อย ไม่เป็นไทย วิญญูชนไม่สรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิจับต้องแล้ว ไม่เป็นไปเพื่อสมาธิ เป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อน ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความปราโมทย์ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งปีติ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความระงับ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความสุข ไม่เป็นที่ตั้งแห่งสมาธิ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งยถาภูตญาณทัสนะ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว ศีลนี้เป็นปริยันตศีล ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กตมนฺตํ สีลํ อปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ นลาภปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ นยสปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ นญาติปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ นองฺคปริยนฺตํ อตฺถิ สีลํ นชีวิตปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ นลาภปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตํปิ น อุปฺปาเทติ กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ อิทนฺตํ สีลํ นลาภปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ นยสปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ยสเหตุ ยสปจฺจยา ยสการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตํปิ น อุปฺปาเทติ กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ อิทนฺตํ สีลํ นยสปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ นญาติปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ญาติเหตุ ญาติปจฺจยา ญาติการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตํปิ น อุปฺปาเทติ กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ อิทนฺตํ สีลํ นญาติปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ นองฺคปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ องฺคเหตุ องฺคปจฺจยา องฺคการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตํปิ น อุปฺปาเทติ กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ อิทนฺตํ สีลํ นองฺคปริยนฺตํ ฯ

กตมนฺตํ สีลํ นชีวิตปริยนฺตํ อิเธกจฺโจ ชีวิตเหตุ ชีวิตปจฺจยา ชีวิตการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตํปิ น อุปฺปาเทติ กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ อิทนฺตํ สีลํ นชีวิตปริยนฺตํ ฯ เอวรูปานิ สีลานิ อกฺขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญูปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ อวิปฺปฏิสารวตฺถุกานิ ปามุชฺชวตฺถุกานิ ปีติวตฺถุกานิ ปสฺสทฺธิวตฺถุกานิ สุขวตฺถุกานิ สมาธิวตฺถุกานิ ยถาภูตญาณทสฺสนวตฺถุกานิ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺติ อิทนฺตํ สีลํ อปริยนฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

ศีลไม่มีที่สุดนั้นเป็นไฉน ศีลไม่มีที่สุดเพราะลาภก็มี ศีลไม่มีที่สุดเพราะยศก็มีศีลไม่มีที่สุดเพราะญาติก็มี ศีลไม่มีที่สุดเพราะอวัยวะก็มีศีลไม่มีที่สุดเพราะชีวิตก็มี ฯ

ศีลไม่มีที่สุดเพราะลาภเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ แม้ความคิดก็ไม่ให้เกิดขึ้นเพื่อจะล่วงสิกขาบทตามที่ตนสมาทานไว้ เพราะเหตุแห่งลาภเพราะปัจจัยแห่งลาภ เพราะการณ์แห่งลาภ อย่างไรเขาจักล่วงสิกขาบทเล่าศีลนี้เป็นศีลไม่มีที่สุดเพราะลาภ ฯ

ศีลไม่มีที่สุดเพราะยศนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ... เพราะเหตุแห่งยศ ... ศีลนี้เป็นศีลไม่มีที่สุดเพราะยศ ฯ

ศีลไม่มีที่สุดเพราะญาตินั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ... เพราะเหตุแห่งญาติ ... ศีลนี้เป็นศีลไม่มีที่สุดเพราะญาติ ฯ

ศีลไม่มีที่สุดเพราะอวัยวะนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ...เพราะเหตุแห่งอวัยวะ ...

ศีลนี้เป็นศีลไม่มีที่สุดเพราะอวัยวะ ฯ

ศีลไม่มีที่สุดเพราะชีวิตนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ แม้ความคิดก็ไม่ให้เกิดขึ้นเพื่อล่วงสิกขาบท ตามที่ตนสมาทานไว้ เพราะเหตุแห่งชีวิต เพราะปัจจัยแห่งชีวิต เพราะการณ์แห่งชีวิต อย่างไรเขาจักล่วงสิกขาบทเล่าศีลนี้เป็นศีลไม่มีที่สุดเพราะชีวิต ศีลเห็นปานนี้เป็นศีลไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างไม่พร้อย เป็นไทย วิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิไม่จับต้องเป็นไปเพื่อสมาธิ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเดือดร้อน เป็นที่ตั้งแห่งความปราโมทย์ เป็นที่ตั้งแห่งปีติเป็นที่ตั้งแห่งความระงับ เป็นที่ตั้งแห่งความสุข เป็นที่ตั้งแห่งสมาธิ เป็นที่ตั้งแห่งยถาภูตญาณทัสนะย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว ศีลนี้เป็นอปริยันตศีล ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กึ สีลํ กติ สีลานิ กึสมุฏฺฐานํ สีลํ กติธมฺมสโมธานํ สีลํ ฯ

กึ สีลนฺติ เจตนา สีลํ เจตสิกํ สีลํ สํวโร สีลํ อวีติกฺกโม สีลํ ฯ

กติ สีลานีติ ตีณิ สีลานิ กุสลสีลํ อกุสลสีลํ อพฺยากตสีลํ ฯ

กีสมุฏฺฐานํ สีลนฺติ กุสลจิตฺตสมุฏฺฐานํ กุสลสีลํ อกุสลจิตฺตสมุฏฺฐานํ อกุสลสีลํ อพฺยากตจิตฺตสมุฏฺฐานํ อพฺยากตสีลํ ฯ

กติธมฺมสโมธานํ สีลนฺติ สํวรสโมธานํ สีลํ อวีติกฺกมสโมธานํ สีลํ ตถาภาเว ชาตเจตนาสโมธานํ สีลํ ฯ ปาณาติปาตํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ อทินฺนาทานํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ กาเมสุ มิจฺฉาจารํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ มุสาวาทํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ ปิสุณาวาจํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ ผรุสวาจํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ สมฺผปฺปลาปํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ อภิชฺฌํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ พฺยาปาทํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ เนกฺขมฺเมน

กามจฺฉนฺทํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ อวิกฺเขปฏฺเฐน อุทฺธจฺจํ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ ญาเณน อวิชฺชํ ปามุชฺเชน อรตึ ปฐมชฺฌาเนน ๑ นีวรเณ ทุติยชฺฌาเนน วิตกฺกวิจาเร ตติยชฺฌาเนน ปีตึ จตุตฺถชฺฌาเนน สุขทุกฺขํ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา รูปสญฺญํ ปฏิฆสญฺญํ นานตฺตสญฺญํ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติยา อากาสานญฺจายตนสญฺญํ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติยา วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญํ อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญํ

นิพฺพิทานุปสฺสนาย นนฺทึ วิราคานุปสฺสนาย ราคํ นิโรธานุปสฺสนาย สมุทยํ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย อาทานํ ขยานุปสฺสนาย ฆนสญฺญํ วยานุปสฺสนาย อายุหนํ วิปริณามานุปสฺสนาย ธุวสญฺญํ อนิมิตฺตานุปสฺสนาย นิมิตฺตํ อปฺปณิหิตานุปสฺสนาย ปณิธึ สุญฺญตานุปสฺสนาย อภินิเวสํ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย สาราทานาภินิเวสํ ยถาภูตญาณทสฺสเนน สมฺโมหาภินิเวสํ อาทีนวานุปสฺสนาย อาลยาภินิเวสํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย อปฺปฏิสงฺขํ วิวฏฺฏนานุปสฺสนาย สญฺโญคาภินิเวสํ โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺเฐกฏฺเฐ กิเลเส สกทาคามิมคฺเคน โอฬาริเก กิเลเส อนาคามิมคฺเคน อณุสหคเต กิเลเส อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ ฯ

๑ ม. ปฐเมน ฌาเนน ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

อะไรเป็นศีล ศีลมีเท่าไร ศีลมีอะไรเป็นสมุฏฐาน ศีลเป็นที่ประชุมแห่งธรรม

อะไร ฯ

อะไรเป็นศีล คือ เจตนาเป็นศีล เจตสิกเป็นศีล ความสำรวมเป็นศีล ความไม่ล่วงเป็นศีล ฯ

ศีลมีเท่าไร คือ ศีล ๓ คือ กุศลศีล อกุศลศีล อัพยากตศีล ฯ

ศีลมีอะไรเป็นสมุฏฐาน คือ กุศลศีลมีกุศลจิตเป็นสมุฏฐาน อกุศลศีล มีอกุศลจิตเป็นสมุฏฐาน อัพยากตศีลมีอัพยากตจิตเป็นสมุฏฐาน ฯ

ศีลเป็นที่ประชุมแห่งธรรมอะไร คือ ศีลเป็นที่ประชุมแห่งสังวร เป็นที่ประชุมแห่งการไม่ก้าวล่วง เป็นที่ประชุมแห่งเจตนา อันเกิดในความเป็นอย่างนั้น ชื่อว่าศีล เพราะอรรถว่าสำรวม

และไม่ก้าวล่วงปาณาติบาต อทินนาทานกาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌาพยาบาท มิจฉาทิฐิ ชื่อว่าศีล เพราะอรรถว่าสำรวม และไม่ก้าวล่วงกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ ... ความพยาบาทด้วยความไม่พยาบาท ... ถีนมิทธิด้วยอาโลกสัญญา ... อุทธัจจะด้วย.

ความไม่ฟุ้งซ่าน ... วิจิกิจฉาด้วยการกำหนดธรรม ...อวิชชาด้วยญาณ ... อรติด้วยความปราโมทย์ ...

นิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ... วิตกวิจารด้วยทุติยฌาน ... ปีติด้วยตติยฌาน ... สุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน ... รูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ ...อากาสานัญจายตนสัญญาด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ... วิญญาณัญจายตนสัญญาด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ ... อากิญจัญญายตนสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ... นิจจสัญญาด้วยอนิจจานุปัสนา ... สุขสัญญาด้วยทุกขานุปัสนา ... อัตตสัญญาด้วยอนัตตานุปัสนา ... นันทิด้วยนิพพิทานุปัสนา ...ราคะด้วยวิราคานุปัสนา ... สมุทัยด้วยนิโรธานุปัสนา ... อาทานะด้วยปฏินิสสัคคานุปัสนา ... ฆนสัญญาด้วยขยานุปัสสนา อายุหนะด้วยวยานุปัสนา ... ธุวสัญญาด้วย วิปริณามานุปัสนา นิมิตด้วยอนิมิตตานุปัสนา ... ปณิธิด้วยอัปปณิหิตานุปัสนา ... อภินิเวสด้วยสุญญตานุปัสนา ... สาราทานาภินิเวสด้วยอธิปัญญาธรรมวิปัสนา ... สัมโมหาภินิเวสด้วยยถาภูตญาณทัสนะ ... อาลยาภินิเวสด้วยอาทีนวานุปัสนา ... อัปปฏิสังขาด้วยปฏิสังขานุปัสนา ... สังโยคาภินิเวสด้วยวิวัฏฏนานุปัสนา ...

กิเลสที่ตั้งอยู่ร่วมกันกับทิฐิด้วยโสดาปัตติมรรค ... กิเลสหยาบๆ ด้วยสกทาคามิมรรค กิเลสละเอียดด้วยอนาคามิมรรค ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่าสำรวม และไม่ก้าวล่วงกิเลสทั้งปวงด้วยอรหัตมรรค ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจ สีลานิ ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลํ เวรมณี สีลํ เจตนา สีลํ สํวโร สีลํ อวีติกฺกโม สีลํ เอวรูปานิ สีลานิ จิตฺตสฺส อวิปฺปฏิสาราย สํวตฺตนฺติ ปามุชฺชาย ๑ สํวตฺตนฺติ ปีติยา สํวตฺตนฺติ ปสฺสทฺธิยา สํวตฺตนฺติ โสมนสฺสาย สํวตฺตนฺติ อาเสวนาย สํวตฺตนฺติ ภาวนาย สํวตฺตนฺติ พหุลีกมฺมาย สํวตฺตนฺติ อลงฺการาย สํวตฺตนฺติ ปริกฺขาราย สํวตฺตนฺติ ปริวาราย สํวตฺตนฺติ ปาริปูริยา สํวตฺตนฺติ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺติ เอวรูปานํ สีลานํ สํวรปาริสุทฺธิ อธิสีลํ สํวรปาริสุทฺธิยา ฐิตํ จิตฺตํ น วิกฺเขปํ คจฺฉติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธิ อธิจิตฺตํ

สํวรปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ ทสฺสนปาริสุทฺธิ อธิปญฺญา โย ตตฺถ สํวรฏฺโฐ อยํ อธิสีลสิกฺขา โย ตตฺถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา โย ตตฺถ ทสฺสนฏฺโฐ อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย อาวชฺชนฺโต สิกฺขติ ชานนฺโต สิกฺขติ ปสฺสนฺโต สิกฺขติ ปจฺจเวกฺขนฺโต สิกฺขติ จิตฺตํ อธิฏฺฐหนฺโต สิกฺขติ สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโตฟ สิกฺขติ วิริยํ ปคฺคณฺหนฺโต สิกฺขติ สตึ อุปฏฺฐหนฺโต สิกฺขติ จิตฺตํ สมาทหนฺโต สิกฺขติ ปญฺญาย ปชานนฺโต สิกฺขติ อภิญฺเญยฺยํ อภิชานนฺโต สิกฺขติ ปริญฺเญยฺยํ ปริชานนฺโต สิกฺขติ ปหาตพฺพํ ปชหนฺโต สิกฺขติ ภาเวตพฺพํ ภาเวนฺโต สิกฺขติ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺขติ ฯ

๑ ม. ยุ. ปาโมชฺชาย ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

ศีล ๕ คือ การละปาณาติบาตเป็นศีล เวรมณี การงดเว้นเป็นศีล เจตนาเป็นศีล สังวรเป็นศีล การไม่ล่วงเป็นศีล ศีลเห็นปานนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เดือดร้อนแห่งจิตเพื่อความปราโมทย์ เพื่อปีติ เพื่อปัสสัทธิ เพื่อโสมนัส เพื่อการเสพโดยเอื้อเฟื้อ เพื่อความเจริญเพื่อทำให้มาก เพื่อเป็นเครื่องประดับ เพื่อเป็นบริขาร เพื่อเป็นบริวาร เพื่อความบริบูรณ์ ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว ฯ

บรรดาศีลเห็นปานนี้ สังวรปาริสุทธิ ความบริสุทธิ์ด้วยความสำรวมเป็นอธิศีล จิตตั้งอยู่ในความบริสุทธิ์ด้วยความสำรวม ย่อมไม่ถึงความฟุ้งซ่าน อวิกเขปปาริสุทธิ ความบริสุทธิ์คือความที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอธิจิต พระโยคาวจรย่อมเห็นสังวรปาริสุทธิโดยชอบ ย่อมเห็นอวิกเขปปาริสุทธิโดยชอบ ทัสนปาริสุทธิความบริสุทธิ์แห่งทัสนะ เป็นอธิปัญญา

ในความสำรวม ความไม่ฟุ้งซ่านและทัสนะนั้น ความสำรวม เป็นอธิศีลสิกขา ความไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอธิจิตสิกขา ความเห็นแจ้ง เป็นอธิปัญญาสิกขา พระโยคาวจรเมื่อนึกถึงสิกขา ๓นี้ ชื่อว่าย่อมศึกษา เมื่อรู้ เมื่อเห็น เมื่อพิจารณา เมื่ออธิฐานจิต เมื่อน้อมใจไปด้วยศรัทธาเมื่อประคองความเพียรไว้ เมื่อตั้งสติมั่น เมื่อตั้งจิตไว้ เมื่อรู้ชัดด้วยปัญญา เมื่อรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งเมื่อกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ เมื่อละธรรมที่ควรละ เมื่อเจริญธรรมที่ควรเจริญ เมื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ชื่อว่าย่อมศึกษาทุกอย่าง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจ สีลานิ ปาณาติปาตสฺส อทินฺนาทานสฺส กาเมสุ มิจฺฉาจารสฺส มุสาวาทสฺส ปิสุณาย วาจาย ผรุสาย วาจาย สมฺผปฺปลาปสฺส อภิชฺฌาย พฺยาปาทสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิยา เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทสฺส อพฺยาปาเทน พฺยาปาทสฺส อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธสฺส อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจสฺส ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉาย ญาเณน อวิชฺชาย ปามุชฺเชน อรติยา ปฐมชฺฌาเนน นีวรณานํ ทุติยชฺฌาเนน วิตกฺกวิจารานํ ตติยชฺฌาเนน ปีติยา จตุตฺถชฺฌาเนน สุขทุกฺขานํ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา รูปสญฺญาย ปฏิฆสญฺญาย นานตฺตสญฺญาย วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติยา อากาสานญฺจายตนสญฺญาย อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติยา วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา

อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญาย ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญาย อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญาย นิพฺพิทานุปสฺสนาย นนฺทิยา วิราคานุปสฺสนาย ราคสฺส นิโรธานุปสฺสนาย สมุทยสฺส ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย อาทานสฺส ขยานุปสฺสนาย ฆนสญฺญาย วยานุปสฺสนาย อายุหนสฺส วิปริณามานุปสฺสนาย ธุวสญฺญาย อนิมิตฺตานุปสฺสนาย นิมิตฺตสฺส อปฺปณิหิตานุปสฺสนาย ปณิธิยา สุญฺญตานุปสฺสนาย อภินิเวสสฺส อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย สาราทานาภินิเวสสฺส ยถาภูตญาณทสฺสเนน สมฺโมหาภินิเวสสฺส อาทีนวานุปสฺสาย อาลยาภินิเวสสฺส ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย อปฺปฏิสงฺขาย วิวฏฺฏนานุปสฺสนาย สญฺโญคาภินิเวสสฺส โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺเฐกฏฺฐานํ

กิเลสานํ สกทาคามิมคฺเคน โอฬาริกานํ กิเลสานํ อนาคามิมคฺเคน อณุสหคตานํ กิเลสานํ อรหตฺต มคฺเคน สพฺพกิเลสานํ ปหานํ สีลํ เวรมณี สีลํ เจตนา สิลํ สํวโร สีลํ อวีติกฺกโม สีลํ ฯ เอวรูปานิ สีลานิ จิตฺตสฺส อวิปฺปฏิสาราย สํวตฺตนฺติ ปามุชฺชาย สํวตฺตนฺติ ปีติยา สํวตฺตนฺติ ปสฺสทฺธิยา สํวตฺตนฺติ โสมนสฺสาย สํวตฺตนฺติ อาเสวนาย สํวตฺตนฺติ ภาวนาย สํวตฺตนฺติ พหุลีกมฺมาย สํวตฺตนฺติ อลงฺการาย สํวตฺตนฺติ ปริกฺขาราย สํวตฺตนฺติ ปริวาราย สํวตฺตนฺติ ปาริปูริยา สํวตฺตนฺติ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺติ เอวรูปานํ สีลานํ สํวรปาริสุทฺธิ อธิสีลํ

สํวรปาริสุทฺธิยา ฐิตํ จิตฺตํ น ๑ วิกฺเขปํ คจฺฉติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธิ อธิจิตฺตํ สํวรปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ อวิกฺเขปปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ ทสฺสนปาริสุทฺธิ อธิปญฺญา โย ตตฺถ สํวรฏฺโฐ อยํ อธิสีลสิกฺขา โย ตตฺถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา โย ตตฺถ ทสฺสนฏฺโฐ อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย อาวชฺชนฺโต สิกฺขติ ชานนฺโต สิกฺขติ ปสฺสนฺโต สิกฺขติ ปจฺจเวกฺขนฺโต สิกฺขติ จิตฺตํ อธิฏฺฐหนฺโต สิกฺขติ สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต สิกฺขติ วิริยํ ปคฺคณฺหนฺโต สิกฺขติ สตึ อุปฏฺฐเปนฺโต สิกฺขติ จิตฺตํ สมาทหนฺโต สิกฺขติ ปญฺญาย ชานนฺโต ๒ สิกฺขติ อภิญฺเญยฺยํ อภิชานนฺโต สิกฺขติ ปริญฺเญยฺยํ ปริชานนฺโต สิกฺขติ ปหาตพฺพํ ปชหนฺโต สิกฺขติ ภาเวตพฺพํ ภาเวนฺโต สิกฺขติ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺขติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สุตฺวาน สํวเร ปญฺญา สีลมเย ญาณํ ฯ

___________

ฉบับหลวง

ศีล ๕ คือ การละปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณา

วาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฐิ การละกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ

การละความพยาบาทด้วยความไม่พยาบาท การละถีนมิทธะด้วยอาโลกสัญญา การละอุทธัจจะด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน การละวิจิกิจฉาด้วยการกำหนดธรรม การละอวิชชาด้วยญาณ การละอรติด้วยความปราโมทย์ การละนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน การละวิตกวิจารด้วยทุติยฌาน การละปีติด้วยตติยฌาน การละสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน การละรูปสัญญาปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ การละอากาสานัญจายตนสัญญาด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ การละวิญญาณัญจายตนสัญญาด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ การละอากิญญายตนสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติการละนิจจสัญญาด้วยอนิจจานุปัสนา การละสุขสัญญาด้วยทุกขานุปัสนา การละอัตตสัญญาด้วยอนัตตานุปัสนา การละนันทิด้วยนิพพิทานุปัสนา การละราคะด้วยวิราคานุปัสนา การละสมุทัยด้วยนิโรธานุปัสนา การละอาทานะด้วยปฏินิสสัคคานุปัสนา การละฆนสัญญาด้วยขยานุปัสนา

การละอายุหนะด้วยวยานุปัสนา การละธุวสัญญาด้วยวิปริณามานุปัสนาการละนิมิตด้วยอนิมิตตานุปัสนา การละปณิธิด้วยอัปปณิหิตานุปัสนา การละอภินิเวสด้วยสุญญตานุปัสนา การละสาราทานาภินิเวสด้วยอธิปัญญาธรรมวิปัสนาการละสัมโมหาภินิเวสด้วยยถาภูตญาณทัสนะ การละอาลยาภินิเวสด้วยอาทีนวานุปัสนา การละอัปปฏิสังขาด้วยปฏิสังขานุปัสนา การละสังโยคาภินิเวสด้วยวิวัฏฏนานุปัสนา การละกิเลสที่ตั้งอยู่ร่วมกันกับทิฐิด้วยโสดาปัตติมรรค การละกิเลสที่หยาบๆ ด้วยสกทาคามิมรรค การละกิเลสที่ละเอียดด้วยอนาคามิมรรคการละกิเลสทั้งปวงด้วยอหัตมรรค การละนั้นๆ เป็นศีล เวรมณีเป็นศีล ...เมื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ชื่อว่าย่อมศึกษา ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้นๆ ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการฟังธรรมแล้วสำรวมไว้เป็นสีลมยญาณ ฯ

จบ สีลมยญาณนิทเทส