arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค

สัพพัญญุตญาณนิทเทส เล่ม ๓๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๖–๒๙๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕๙/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัพพัญญุตญาณนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)

บาลี (สยามรัฐ)

กตมํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญาณํ ฯ สพฺพสงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ อนาคตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ อตีตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ปจฺจุปฺปนฺนํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ จกฺขุญฺเจว รูปา จ เอวํ ตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ โสตญฺเจว สทฺทา จ ฯเปฯ ฆานญฺเจว คนฺธา จ ชิวฺหา เจว รสา จ กาโย เจว โผฏฺฐพฺพา จ มโน เจว ธมฺมา จ เอวํ ตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

๑ ม. ยุ. ปโหมิ ขฺวาหํ ... ฯ ๒ โป. ปเร ฯ ม. ปเร จ ฯ

ฉบับหลวง

สัพพัญญุตญาณของพระตถาคตเป็นไฉน ฯ

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้สังขตธรรมและอสังขตธรรมทั้งปวง มิได้มีส่วนเหลือ ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ

เพราะอรรถว่า รู้ธรรมส่วนอนาคตทั้งหมด ...รู้ธรรมส่วนอดีตทั้งหมด ... รู้ธรรมส่วนปัจจุบันทั้งหมด ... รู้จักษุและรูปทั้งหมดว่าอย่างนี้ ... รู้หูและเสียง ฯลฯ จมูกและกลิ่น ลิ้นและรส กายและโผฏฐัพพะใจและธรรมารมณ์ทั้งหมดว่าอย่างนี้ ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา อนิจฺจฏฺฐํ ทุกฺขฏฺฐํ อนตฺตฏฺฐํ [๑] สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา รูปสฺส อนิจฺจฏฺฐํ ทุกฺขฏฺฐํ อนตฺตฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา เวทนาย ยาวตา สญฺญาย ยาวตา สงฺขารานํ ยาวตา วิญฺญาณสฺส ยาวตา จกฺขุสฺส ฯเปฯ ชรามรณสฺส อนิจฺจฏฺฐํ ทุกฺขฏฺฐํ อนตฺตฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้สภาพไม่เที่ยง สภาพเป็นทุกข์ สภาพ

เป็นอนัตตา ตลอดทั้งหมด ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่าในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ... รู้สภาพไม่เที่ยง สภาพเป็นทุกข์ สภาพเป็นอนัตตาแห่งรูป ตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพไม่เที่ยง สภาพเป็นทุกข์ สภาพเป็นอนัตตาแห่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพไม่เที่ยงสภาพเป็นทุกข์ สภาพเป็นอนัตตาแห่งจักษุ ฯลฯ แห่งชราและมรณะ ตลอดทั้งหมด ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา อภิญฺญาย อภิญฺญฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา ปริญฺญาย ปริญฺญฏฺฐํ ยาวตา ปหานาย ๒ ปหานฏฺฐํ ยาวตา ภาวนาย ภาวนฏฺฐํ ยาวตา สจฺฉิกิริยาย สจฺฉิกิริยฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา ขนฺธานํ ขนฺธฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา ธาตูนํ ธาตฏฺฐํ ยาวตา อายตนานํ อายตนฏฺฐํ ยาวตา สงฺขตานํ สงฺขตฏฺฐํ ยาวตา อสงฺขตสฺส อสงฺขตฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

๑ ม. ยุ. ตํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปหานสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้สภาพธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ด้วยอภิญญาทั้ง

หมด ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น... รู้สภาพที่ควรกำหนดรู้ด้วยปริญญา ... รู้สภาพที่ควรละด้วยปหานะ ... รู้สภาพที่ควรเจริญด้วยภาวนา ... รู้สภาพที่ควรทำให้แจ้งด้วยสัจฉิกิริยาตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพที่เป็นกองแห่งขันธ์ตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพที่ทรงไว้แห่งธาตุตลอดทั้งหมด... รู้สภาพเป็นที่ต่อแห่งอายตนะตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพที่ปัจจัยปรุงแต่งแห่งสังขตธรรมตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่งแห่งอสังขตธรรมตลอดทั้งหมด ชื่อว่าอนาวรณญาณเพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา กุสเล ธมฺเม สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา อกุสเล ธมฺเม ยาวตา อพฺยากเต ธมฺเม ยาวตา กามาวจเร ธมฺเม ยาวตา รูปาวจเร ธมฺเม ยาวตา อรูปาวจเร ธมฺเม ยาวตา อปริยาปนฺเน ธมฺเม สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา สมุทยสฺส สมุทยฏฺฐํ ยาวตา นิโรธสฺส นิโรธฏฺฐํ ยาวตา มคฺคสฺส มคฺคฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้กุศลธรรมตลอดทั้งหมด ชื่อว่า

อนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้น ไม่มีเครื่องกั้น ... รู้อกุศลธรรม อัพยากตธรรม กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม โลกุตตรธรรมตลอดทั้งหมด ... รู้สภาพที่ทนได้ยากแห่งทุกข์สภาพเป็นเหตุเกิดแห่งสมุทัยสภาพเป็นที่ดับแห่งนิโรธ สภาพเป็นทางแห่งมรรค ตลอดทั้งหมด

ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา อตฺถปฏิสมฺภิทาย อตฺถปฏิสมฺภิทฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ ฯเปฯ ยาวตา ธมฺมปฏิสมฺภิทาย ธมฺมปฏิสมฺภิทฏฺฐํ ยาวตา นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย นิรุตฺติปฏิสมฺภิทฏฺฐํ ยาวตา ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาย ปฏิภาณปฏิสมฺภิทฏฺฐํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา สตฺตานํ อาสยานุสเย ญาณํ ยาวตา ยมกปาฏิหิเร ญาณํ ยาวตา มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในอรรถ

แห่งอรรถปฏิสัมภิทา ตลอดทั้งหมด ฯลฯ รู้สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในธรรมแห่งธรรมปฏิสัมภิทาสภาพปัญญาอันแตกฉานดีในนิรุตติแห่งนิรุตติปฏิสัมภิทา สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในปฏิภาณปฏิสัมภิทา ตลอดทั้งหมด... รู้อินทรียปโรปยัตตญาณ รู้ญาณในฉันทะอันมานอน และกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์ทั้งหลาย รู้ยมกปาฏิหาริยญาณ รู้มหากรุณาสมาปัตติญาณ ตลอดทั้งหมด ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส สพฺรหฺมกสฺส สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

น ตสฺส อทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ ๑ ตถาคโต เตน ( สมเยน ๒ )

สมนฺตจกฺขูติ ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า รู้อารมณ์ที่ได้เห็น ที่ได้ฟัง ที่ได้ทราบ

ที่ได้รู้แจ้ง ที่ได้ถึง ที่แสวงหา ที่เที่ยวตามหาด้วยใจแห่งโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลกแห่งหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ตลอดทั้งหมด ชื่อว่าอนาวรณญาณเพราะอรรถว่าในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บทธรรมที่พระตถาคตไม่ทรงเห็นแล้ว ไม่มีในโลกนี้ อนึ่ง

บทธรรมน้อยหนึ่งที่ควรรู้ พระตถาคตไม่ทรงรู้แล้ว ไม่มี

พระตถาคตทรงทราบยิ่ง ซึ่งธรรมเป็นเครื่องนำไปทั้งปวง

เพราะเหตุนั้น พระตถาคตจึงเป็นพระสมันตจักษุ (ผู้ทรง

เห็นทั่ว) ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สมนฺตจกฺขูติ เกนตฺเถน สมนฺตจกฺขุ ฯ จุทฺทส พุทฺธญาณานิ ทุกฺเข ญาณํ พุทฺธญาณํ ทุกฺขสมุทเย ญาณํ พุทฺธญาณํ ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ พุทฺธญาณํ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ พุทฺธญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ พุทฺธญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ พุทฺธญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ พุทฺธญาณํ ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ พุทฺธญาณํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณํ พุทฺธญาณํ สตฺตานํ อาสยานุสเย ญาณํ พุทฺธญาณํ ยมกปาฏิหิเร ญาณํ พุทฺธญาณํ มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ พุทฺธญาณํ สพฺพญฺญุตญาณํ พุทฺธญาณํ อนาวรณญาณํ พุทฺธญาณํ อิมานิ จุทฺทส พุทฺธญาณานิ อิเมสํ จุทฺทสนฺนํ พุทฺธญาณานํ อาทิโต อฏฺฐ ญาณานิ สาวกสาธารณานิ ฉ ญาณานิ อสาธารณานิ สาวเกหิ ฯ

๑ เญยฺยนฺติปิ ปาโฐ ฯ ๒ สี. อยํ น ทิสสติ ฯ

ฉบับหลวง

คำว่า สมนฺตจกฺขุ ความว่า ชื่อว่าสมันตจักษุ เพราะอรรถว่ากระไร ฯ

พระพุทธญาณ ๑๔ คือ ญาณในทุกข์ ๑ ญาณในทุกขสมุทัย ๑ ญาณในทุกขนิโรธ ๑ญาณในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ๑ ญาณในอรรถปฏิสัมภิทา ๑ญาณในธรรมปฏิสัมภิทา ๑ ญาณในนิรุตติปฏิสัมภิทา ๑ ญาณในปฏิภาณปฏิสัมภิทา ๑ ญาณในความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ๑ ญาณในฉันทะเป็นที่มานอนและกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์ทั้งหลาย ๑ ญาณในยมกปาฏิหาริย์ ๑ญาณในมหากรุณาสมาบัติ ๑ สัพพัญญุตญาณ ๑ อนาวรณญาณ ๑ บรรดาพระพุทธญาณ ๑๔ ประการนี้พระญาณ ๘ ข้างต้น เป็นญาณทั่วไปด้วยพระสาวก พระญาณ ๖ ไม่ทั่วไปด้วยพระสาวก ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยาวตา ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺโฐ สพฺโพ ญาโต อญฺญาโต ทุกฺขฏฺโฐ นตฺถีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺโฐ [๑] สพฺโพ ทิฏฺโฐ สพฺโพ วิทิโต สพฺโพ สจฺฉิกโต สพฺโพ ผสฺสิโต ๒ ปญฺญาย อผสฺสิโต ปญฺญาย ทุกฺขฏฺโฐ นตฺถีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา สมุทยสฺส สมุทยฏฺโฐ ยาวตา นิโรธสฺส นิโรธฏฺโฐ ยาวตา มคฺคสฺส มคฺคฏฺโฐ ยาวตา อตฺถปฏิสมฺภิทาย อตฺถปฏิสมฺภิทฏฺโฐ ยาวตา ธมฺมปฏิสมฺภิทาย ธมฺมปฏิสมฺภิทฏฺโฐ ยาวตา นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย นิรุตฺติปฏิสมฺภิทฏฺโฐ ยาวตา ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาย ปฏิภาณปฏิสมฺภิทฏฺโฐ สพฺโพ ญาโต สพฺโพ ทิฏฺโฐ สพฺโพ วิทิโต

สพฺโพ สจฺฉิกโต สพฺโพ ผสฺสิโต ปญฺญาย อผสฺสิโต ปญฺญาย ปฏิภาณปฏิสมฺภิทฏฺโฐ นตฺถีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณํ ยาวตา สตฺตานํ อาสยานุสเย ญาณํ ยาวตา ยมกปาฏิหิเร ญาณํ ยาวตา มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ สพฺพํ ญาตํ สพฺพํ ทิฏฺฐํ สพฺพํ วิทิตํ สพฺพํ สจฺฉิกตํ สพฺพํ ผสฺสิตํ ๒ ปญฺญาย อผสฺสิตํ ปญฺญาย มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ นตฺถีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ยาวตา สเทวกสฺส โลกสฺส สมารกสฺส สพฺรหฺมกสฺส สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา สพฺพํ ญาตํ สพฺพํ ทิฏฺฐํ สพฺพํ วิทิตํ สพฺพํ สจฺฉิกตํ สพฺพํ ผสฺสิตํ ปญฺญาย อผสฺสิตํ ปญฺญาย นตฺถีติ สพฺพญฺญุตญาณํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณํ ญาณํ ฯ

น ตสฺส อทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ ๑ ตถาคโต เตน ( สมเยน ๒ )

สมนฺตจกฺขูติ ฯ

ญาณกถา นิฏฺฐิตา ฯ

๑ ม. ยุ. สพฺโพ ญาโต ฯ ๒ โป. สพฺพตฺถ ผุสฺสิโต ผุสฺสิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า สภาพที่ทนได้ยากแห่งทุกข์ พระตถาคต

ทรงทราบแล้วตลอดทั้งหมด ที่มิได้ทรงทราบไม่มี ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้น

ไม่มีเครื่องกั้น สภาพที่ทนได้ยากแห่งทุกข์ พระตถาคตทรงเห็นแล้ว ทรงรู้แจ้งแล้ว ทรงทำให้แจ้งแล้ว ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระปัญญา ที่มิได้ทรงถูกต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี ...

สภาพเป็นเหตุเกิดแห่งสมุทัย สภาพเป็นที่ดับแห่งนิโรธ สภาพเป็นทางแห่งมรรค สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในอรรถแห่งอรรถปฏิสัมภิทา สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในธรรมแห่งธรรมปฏิสัมภิทาสภาพปัญญาอันแตกฉานดีในนิรุตติแห่งนิรุตติปฏิสัมภิทา สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในปฏิภาณแห่งปฏิภาณปฏิสัมภิทา พระตถาคตทรงทราบแล้ว ทรงเห็นแล้ว ทรงรู้แจ้งแล้ว ทรงทำให้แจ้งแล้ว ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยด้วยพระปัญญา ที่มิได้ทรงถูกต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี...ญาณในความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ ญาณในฉันทะอันมานอนและกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์ทั้งหลาย ญาณในยมกปาฏิหาริย์ ญาณในมหากรุณาสมาบัติพระตถาคตทรงทราบแล้ว ทรงเห็นแล้ว ทรงรู้แจ้งแล้ว ทรงทำให้แจ้งแล้วทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระปัญญา ที่มิได้ทรงถูกต้องด้วยพระปัญญาไม่มี ...

ชื่อว่าสัพพัญญุตญาณ เพราะอรรถว่า อารมณ์ที่ได้เห็น ที่ได้ฟังที่ได้ทราบ ที่ได้รู้แจ้ง ที่ได้ถึงที่แสวงหา ที่เที่ยวตามหาด้วยใจ แห่งโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก แห่งหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์เทวดาและมนุษย์ พระตถาคตทรงทราบแล้ว ทรงเห็นแล้ว ทรงรู้แจ้งแล้ว ทรงทำให้แจ้งแล้ว ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระปัญญา ที่มิได้ทรงถูกต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี ชื่อว่าอนาวรณญาณ เพราะอรรถว่า ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น ฯ

บทธรรมที่พระตถาคตไม่ทรงเห็นแล้ว ไม่มีในโลกนี้ อนึ่ง

บทธรรมน้อยหนึ่งที่ควรรู้ พระตถาคตไม่ทรงรู้แล้วไม่มี

พระตถาคตทรงทราบยิ่งซึ่งธรรมเป็นเครื่องนำไปทั้งปวง เพราะ

ฉะนั้น พระตถาคตจึงเป็นพระสมันตจักษุ ฉะนี้แล ฯ

จบญาณกถา ฯ

จบ สัพพัญญุตญาณนิทเทส