พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค
อาทีนวญาณนิทเทส เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๕–๑๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๐/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาทีนวญาณนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
กถํ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อุปฺปาโท ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ปวตฺตํ ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ นิมิตฺตํ ภยนฺติ ฯเปฯ อายุหนา ภยนฺติ ปฏิสนฺธิ ภยนฺติ คติ ภยนฺติ นิพฺพตฺติ ภยนฺติ อุปปตฺติ ภยนฺติ ชาติ ภยนฺติ ชรา ภยนฺติ พฺยาธิ ภยนฺติ มรณํ ภยนฺติ โสโก ภยนฺติ ปริเทโว ภยนฺติ อุปายาโส ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯ อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท ภยํ อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ ภยํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ภยํ อนุปายาโส เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท ทุกฺขนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ทุกฺขนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
๑ สี. ม. จตสฺโส จ วิปสฺสนา ฯ
ปัญญาในความปรากฏเป็นของน่ากลัว เป็นอาทีนวญาณอย่างไร ฯ
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความเป็นไปเป็นภัยสังขารนิมิตเป็นภัย ฯลฯ กรรมประมวลมาเป็นภัย ปฏิสนธิเป็นภัย คติเป็นภัย ความบังเกิดเป็นภัย
ความอุบัติเป็นภัย ชาติเป็นภัย ชราเป็นภัย พยาธิเป็นภัย มรณะเป็นภัย ความโศกเป็นภัย ความรำพันเป็นภัยความคับแค้นใจเป็นภัย เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ฯ
ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัยฯลฯ ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ญาณในสันติบทว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัยความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความเป็นไปเป็นภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัย ฯลฯความคับแค้นใจเป็นภัย ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆ ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความไม่เป็นไปเป็นสุข ฯลฯ
ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ
อุปฺปาโท ทุกฺขํ อนุปฺปาโท สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ ทุกฺขํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ทุกฺขํ อนุปายาโส สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ญาณในสันติบทว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความ
เป็นไปเป็นทุกข์ ความไม่เป็นไปเป็นสุข ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ
อุปฺปาโท สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ปวตฺตํ สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท สามิสํ อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ สามิสํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สามิสํ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นมีอามิส ความเป็นไปมีอามิส ฯลฯ ความคับแค้นใจมีอามิส เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆญาณในสันติบทว่าความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ฯลฯความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ความเกิดขึ้นมีอามิส ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิสความเป็นไปมีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ฯลฯ ความคับแค้นใจมีอามิสความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ฯ
อุปฺปาโท สงฺขาราติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สงฺขาราติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท สงฺขารา อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ สงฺขารา อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สงฺขารา อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นสังขาร เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆ ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ฯลฯความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ญาณในสันติบทว่าความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความเป็นไปเป็นสังขาร ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ฯลฯความคับแค้นใจเป็นสังขาร ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ฯ
อุปฺปาทญฺจ ปวตฺตญฺจ นิมิตฺตํ ทุกฺขนฺติ ปสฺสติ
อายุหนํ ปฏิสนฺธึ ญาณํ อาทีนเว อิทํ
อนุปฺปาทํ อปฺปวตฺตํ อนิมิตฺตํ สุขนฺติ จ
อนายุหนํ อปฺปฏิสนฺธึ ญาณํ สนฺติปเท อิทํ
อิทํ อาทีนเว ญาณํ ปญฺจฏฺฐาเนสุ ชายติ
ปญฺจฏฺฐาเน สนฺติปเท ทส ญาเณ ปชานาติ
ทฺวินฺนํ ญาณานํ กุสลตา นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ฯ
ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯ
ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น ความเป็นไปสังขารนิมิต กรรมเครื่องประมวลมาและปฏิสนธิว่า เป็นทุกข์นี้เป็นอาทีนวญาณ ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความไม่
เกิดขึ้น ความไม่เป็นไป ความไม่มีนิมิต ความไม่มี
กรรมเครื่องประมวลมาและความไม่ปฏิสนธิว่า เป็นสุขนี้เป็น
ญาณในสันติบท อาทีนวญาณนี้ย่อมเกิดในฐานะ ๕ ญาณ
ในสันติบทย่อมเกิดในฐานะ ๕ พระโยคาวจรย่อมรู้ชัดญาณ๑๐ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฐิต่างๆ เพราะเป็นผู้ฉลาดใน
ญาณทั้ง ๒ ฉะนี้แล ฯ
ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัย เป็นอาทีนวญาณ ฯ
จบ อาทีนวญาณนิทเทส