จุททสกนิบาต
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๑–๓๘๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๔/๒๑ ในเถรคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เถรคาถาย จุทฺทสกนิปาโต
เถรคาถา จุททสกนิบาต
๑. เรวตเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระเรวตเถระ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา จุททสกนิบาต เรวตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๑ ยทา อหํ ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ
นาภิชานามิ สงฺกปฺปํ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ
อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน
สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อิมสฺมึ ทีฆมนฺตเร ฯ
เมตฺตญฺจ อภิชานามิ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ
อนุปุพฺพํ ปริจิตํ ยถา พุทฺเธน เทสิตํ ฯ
สพฺพมิตฺโต สพฺพสโข สพฺพภูตานุกมฺปโก
เมตฺตํ จิตฺตญฺจ ภาเวมิ อพฺยาปชฺฌรโต สทา ฯ
อสํหีรํ อสํกุปฺปํ จิตฺตํ อาโมทยามหํ
พฺรหฺมวิหารํ ภาเวมิ อกาปุริสเสวิตํ ฯ
อวิตกฺกํ สมาปนฺโน สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก
อริเยน ตุณฺหีภาเวน อุเปโต โหติ ตาวเท ฯ
ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อจโล สุปฺปติฏฺฐิโต
เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ ปพฺพโตว น เวธติ ฯ
อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน
วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส อพฺภมตฺตํว ขายติ ฯ
นครํ ยถา ปจฺจนฺตํ คุตฺตํ สนฺตรพาหิรํ
เอวํ โคเปถ อตฺตานํ ขโณ โว มา อุปจฺจคา ฯ
นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ
นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโต ฯ
ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ
โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ
ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ
สมฺปาเทถปฺปมาเทน เอสา เม อนุสาสนี
หนฺทาหํ ปรินิพฺพิสฺสํ วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธีติ ฯ
เรวโต เถโร ฯ
นับแต่เราออกบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ไม่รู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐประกอบด้วยโทษเลย ในระยะกาลนานที่เราบวชอยู่นี้ เราไม่รู้สึกถึงความดำริว่า ขอให้สัตว์เหล่านั้น จงถูกฆ่า ถูกเขาเบียดเบียน จงได้รับทุกข์ เรารู้สึกแต่การเจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ อบรมสั่งสมดีแล้วโดยลำดับ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว เราได้เป็นมิตรเป็นสหายของสัตว์ทั้งปวง เป็นผู้อนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง ยินดีแล้วในการไม่เบียดเบียน เจริญเมตตาจิตอยู่ทุกเมื่อ เรายังจิตอันไม่ง่อนแง่นไม่กำเริบให้บันเทิงอยู่ เจริญพรหมวิหารอันบุรุษผู้เลวทรามไม่ซ่องเสพสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เข้าทุติยฌานอันไม่มีวิตกวิจารประกอบด้วยความเป็นผู้นิ่งเป็นอริยะ
โดยแท้จริง ภูเขาศิลาล้วนไม่หวั่นไหว ตั้งอยู่คงที่ แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น ย่อมไม่หวั่นไหวดุจบรรพตเพราะสิ้นโมหะ ความชั่วแม้มีประมาณเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏเหมือนประมาณท่าหมอกเมฆ แก่ท่านผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ผู้แสวงหาความสะอาดเป็นนิตย์ เมืองหน้าด่านเป็นเมืองอันเขาคุ้มครองแล้วทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลายจงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิดขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย เราไม่ยินดีต่อความตาย ไม่เพลิดเพลินต่อความเป็นอยู่ แต่เรารอเวลาตาย เหมือนลูกจ้างคอยให้หมดเวลาทำงานฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะ รอท่าเวลาตาย พระศาสดาเราคุ้นเคยแล้วเราทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้วถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการแล้ว บรรลุถึงความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี้เป็นคำสอนของเรา เราจักอำลาท่านทั้งหลายปรินิพพานในบัดนี้ เพราะเราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว
จากกิเลสทั้งปวง.
๒. โคทัตตเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระโคทัตตเถระ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา จุททสกนิบาต โคทัตตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ ยถาปิ ภทฺโท ๑ อาชญฺโญ ธุเร ยุตฺโต ธุรสฺสโห
มถิโต อติภาเรน สํยุตฺตํ ๑ นาติวตฺตติ
เอวํ ปญฺญาย เย ติตฺตา สมุทฺโท วารินา ยถา
น ปเร อติมญฺญนฺติ อริยธมฺโมว ปาณินํ ฯ
กาเล กาลวสมฺปตฺตา ภวาภววสํ คตา
นรา ทุกฺขํ นิคจฺฉนฺติ เต จ ๒ โสจนฺติ มาณวา ฯ
อุนฺนตา สุขธมฺเมน ทุกฺขธมฺเมน โวนตา
ทฺวเยน พาลา หญฺญนฺติ ยถาภูตํ อทสฺสิโน ฯ
เย จ ทุกฺเข สุขมฺหิ จ มชฺเฌ สิพฺพนิมจฺจคู ๓
ฐิตา เต อินฺทขีโลว น เต อุนฺนตโอนตา ฯ
น เหว ลาเภ นาลาเภ น ยเส น จ กิตฺติยา
น นินฺทาย ปสํสาย น เต ทุกฺเข สุขมฺหิ จ
สพฺพตฺถ เต น ลิปฺปนฺติ อุทพินฺทุว โปกฺขเร
สพฺพตฺถ สุขิตา ธีรา ๔ สพฺพตฺถ อปราชิตา ฯ
ธมฺเมน จ อลาโภ โย โย จ ลาโภ อธมฺมิโก
อลาโภ ธมฺมิโก เสยฺโย ยญฺเจ ลาโภ อธมฺมิโก ฯ
ยโส จ อปฺปพุทฺธีนํ วิญฺญูนํ อยโส จ โย
อยโส จ ๕ เสยฺโย วิญฺญูนํ น ยโส อปฺปพุทฺธินํ ฯ
ทุมฺเมเธหิ ปสํสา จ วิญฺญูหิ ครหา จ ยา
ครหาว เสยฺโย วิญฺญูหิ ยญฺเจ พาลปฺปสํสนา ฯ
สุขญฺจ กามมยิกํ ทุกฺขญฺจ ปวิเวกิยํ
ปวิเวกิยํ ทุกฺขํ เสยฺโย ยญฺเจ กามมยํ สุขํ ฯ
ชีวิตญฺจ อธมฺเมน ธมฺเมน มรณญฺจ ยํ
มรณํ ธมฺมิกํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว อธมฺมิกํ ฯ
กามโกธปฺปหีนา ๑ เย สนฺตจิตฺตา ภวาภเว
จรนฺติ โลเก อสิตา นตฺถิ เตสํ ปิยาปิยํ ฯ
ภาวยิตฺวาน โพชฺฌงฺเค อินฺทฺริยานิ พลานิ จ
ปปฺปุยฺย ๒ ปรมํ สนฺตึ ปรินิพฺพนฺติ อนาสวาติ ฯ
โคทตฺโต เถโร ฯ
อุทฺทานํ
เรวโต เจว โคทตฺโต เถรา เทฺวเต มหิทฺธิกา
จุทฺทสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย อฏฺฐวีสตีติ ฯ
จุทฺทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ
๑ โป. ภทฺโร ฯ
๑ ยุ. สํยุคํ ฯ ๒ ยุ. เตธ ฯ ๓ ยุ. สิพฺพนิมชฺฌคู ฯ ๔ ยุ. วีรา ฯ ๕ ม. ว ฯ
โคอาชาไนยที่ดี อันเขาเทียมแล้วที่แอกเกวียน ย่อมอาจนำแอกเกวียนไปได้ ไม่ย่อท้อต่อภาระอันหนัก ไม่ทอดทิ้งเกวียนอันเขาเทียมแล้วแม้ฉันใด บุคคลเหล่าใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา เหมือนมหาสมุทรอันเต็มด้วยน้ำ บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดูหมิ่นผู้อื่น ฉันนั้น ย่อมเป็นดังอริยธรรมของสัตว์ทั้งหลาย นรชนผู้ตกอยู่ในอำนาจของเวลา ตกอยู่ในอำนาจของภพน้อยภพใหญ่ ย่อมเข้าถึงความทุกข์และต้องเศร้าโศก คนพาลไม่พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ย่อมเดือดร้อนด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือมีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข ๑ มีใจฟุบลงเพราะเหตุแห่งทุกข์ ๑ ชนเหล่าใดก้าวล่วงตัณหาเครื่องร้อยรัดในทุกขเวทนา ในสุขเวทนา และในอทุกขมสุขเวทนา
ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเหมือนเสาเขื่อน เป็นผู้ไม่ฟูขึ้นและไม่ฟุบลง ชนเหล่านั้นย่อมไม่ติดอยู่ในลาภความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ทั้งหมด ดังหยาดน้ำไม่ติดอยู่บนใบบัว ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายมีความสุขและได้ชัยชนะในที่ทุกแห่งไป การไม่ได้ลาภโดยชอบธรรมกับการได้ลาภโดยไม่ชอบธรรมทั้งสองอย่างนี้ การไม่ได้ลาภอันชอบธรรมประเสริฐกว่า การได้ลาภอันไม่ชอบธรรมจะประเสริฐอะไร คนไม่มีความรู้ มียศ กับคนมีความรู้แต่ไม่มียศ คนมีความรู้ไม่มียศประเสริฐกว่า คนไม่มีความรู้มียศจะประเสริฐอะไร การสรรเสริฐจากคนพาลกับการติเตียนจากนักปราชญ์ การติเตียนจากนักปราชญ์ประเสริฐกว่า
การสรรเสริญจากคนพาลระประเสริฐอะไร ความสุขอันเกิดจากกามคุณกับความทุกข์อันเกิดจากวิเวก ความทุกข์อันเกิดจากวิเวกประเสริฐกว่าความสุขอันเกิดจากกามคุณจะประเสริฐอะไร ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรมกับความตายโดยธรรม ความตายโดยธรรมประเสริฐกว่า ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรมจะประเสริฐอะไร ชนเหล่าใดละกามและความโกรธได้แล้ว มีจิตสงบระงับเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ไม่ติดอยู่ในโลก ชนเหล่านั้นไม่มีความรักความชัง บุคคลเจริญโพชฌงค์ ๗ อินทรีย์ ๕และพละ ๕ แล้วบรรลุถึงความสงบอันยอดเยี่ยม หาอาสวะมิได้ ย่อม
ปรินิพพาน.
__________________
ในจุททสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูปผู้มีฤทธิ์มาก คือ พระเรวตเถร ๑พระโคทัตตเถระ ๑ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๔ คาถา รวมเป็น ๒๘ คาถา
ฉะนี้แล.
จบ จุททสกนิบาต.
จบ จุททสกนิบาต