พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · จูฬวรรค
๕. สูจิโลมสูตร เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๑๙–๓๒๐ (Royal Thai)5/14 in จูฬวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
สูจิโลมสูตรที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต จูฬวรรค สูจิโลมสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 47 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
๕ เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา คยายํ วิหรติ ฏงฺกิตมญฺเจ สูจิโลมยกฺขสฺส ๑ ภวเน ฯ เตน โข ปน สมเยน ขโร จ ยกฺโข สูจิโลโม จ ยกฺโข ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ ฯ อถ โข ขโร ยกฺโข สูจิโลมํ ยกฺขํ เอตทโวจ เอโส สมโณติ ฯ เนโส สมโณ สมณโก เอโส ยาว ๒ อหํ ปชานามิ ยทิ วา [๓] สมโณ ยทิ วา [๔] สมณโกติ ฯ อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต กายํ อุปนาเมสิ ฯ อถ โข ภควา กายํ อปนาเมสิ ฯ อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข ภควนฺตํ เอตทโวจ ภายสิ มํ สมณาติ ฯ น ขฺวาหนฺตํ อาวุโส ภายามิ อปิ จ [๕] เต สมฺผสฺโส ปาปโกติ ฯ ปญฺหนฺตํ สมณ ปุจฺฉิสฺสามิ สเจ เม น พฺยากาสิ จิตฺตํ วา เต ขิปิสฺสามิ หทยํ วา เต ผาเลสฺสามิ ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิปิสฺสามีติ ฯํ น ขฺวาหนฺตํ อาวุโส ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย โย เม จิตฺตํ วา ขิเปยฺย หทยํ วา ผาเลยฺย ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิเปยฺย อปิ จ ตฺวํ อาวุโส ปุจฺฉ ยทากงฺขสีติ ฯ อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่บน (แท่นหิน) เตียงมีแม่แคร่ในที่อยู่ของสูจิโลมยักษ์ ใกล้ (เท่า) บ้านคยา ก็สมัยนั้นแล ขรยักษ์และสูจิโลมยักษ์เดินผ่านไปในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น ขรยักษ์ได้กล่าวกะสูจิโลมยักษ์ว่า นั่นสมณะ สูจิโลมยักษ์ได้กล่าวกะขรยักษ์ว่า นั่นไม่ใช่สมณะนั่นเป็นสมณะเทียม เราทราบชัดว่าสมณะหรือสมณะเทียมเพียงไรลำดับนั้นสูจิโลมยักษ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วน้อมกายของตนเข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงเบนกาย (ของสูจิโลมยักษ์) ออกไปสูจิโลมยักษ์ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ท่านกลัวข้าพเจ้าหรือสมณะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เราไม่กลัวท่านดอกผู้มีอายุ แต่สัมผัสของท่านลามก ฯ
สู. ดูกรสมณะ ข้าพเจ้าจักถามปัญหากะท่าน ถ้าท่านไม่พยากรณ์ไซร้ข้าพเจ้าจักควักดวงจิตของท่านออกโยนทิ้งเสียหรือจักฉีกหทัยของท่านเสีย หรือจักจับที่เท้าทั้งสองแล้วขว้างไปในแม่น้ำคงคาฝั่งโน้น ฯ
พ. เราไม่เห็นบุคคลในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ผู้ซึ่งจะควักดวงจิตของเราออกโยนทิ้ง หรือจะฉีกหทัยของเราเสีย หรือจะจับที่เท้าทั้งสองแล้วขว้างไปในแม่น้ำคงคาฝั่งโน้น ผู้มีอายุ ก็แลท่านปรารถนาจะถามปัญหาข้อใด ก็จงถามเถิด ฯ
ลำดับนั้นแล สูจิโลมยักษ์ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า
ราโค จ โทโส จ กุโตนิทานา
อรตี รตี โลมหํโส กุโตชา
กุโต สมุฏฺฐาย มโน วิตกฺกา
กุมารกา ธงฺกมิโวสฺสชนฺติ ๑ ฯ
ราโค จ โทโส จ อิโตนิทานา
อรตี รตี โลมหํโส อิโตชา
อิโต สมุฏฺฐาย มโน วิตกฺกา
กุมารกา ธงฺกมิโวสฺสชนฺติ ๒ ฯ
เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา นิโคฺรธสฺเสว ขนฺธชา
ปุถู วิสตฺตา กาเมสุ มาลุวาว วิตตา วเน ฯ
เย นํ ปชานนฺติ ยโตนิทานํ
เต นํ วิโนเทนฺติ สุโณหิ ยกฺข
ตถุตฺตรํ ๓ โอฆมิมํ ตรนฺติ
อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวายาติ ฯ
สูจิโลมสุตฺตํ ปญฺจมํ ฯ
__________________
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ฉฏฺฐํ ธมฺมจริยสุตฺตํ
๑ ม. ยุ. สูจิโลมสฺส ยกฺขสฺส ฯ ๒ ม. ยาวาหํ ฯ ยุ. ยาว ชานามิ ฯ
๓ ๔ ม. ยุ. โส ฯ ๕ ยุ. โข ฯ
ราคะและโทสะมีอะไรเป็นเหตุเกิด ความไม่ยินดี ความยินดี ขนลุกขนพองเกิดแต่อะไร วิตกทั้งหลายเกิดแต่อะไรแล้วจึงปล่อยลงไปหาใจที่เป็นกุศล เหมือนพวกเด็กน้อยเอาด้ายผูกตีนกาแล้วปล่อยลงไป ฉะนั้น ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า
ราคะและโทสะมีอัตภาพเป็นเหตุเกิด ความไม่ยินดี ความยินดี ขนลุกขนพอง เกิดแต่อัตภาพนี้ วิตกทั้งหลายเกิดแต่อัตภาพนี้แล้วปล่อยลงไปหาใจที่เป็นกุศล เหมือนพวกเด็กน้อยเอาด้ายผูกตีนกาแล้วปล่อยลงไป ฉะนั้นกิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้น เกิดแต่ความเยื่อใย เกิดในตน เหมือนย่านไทรเกิดแต่ต้นไทร ฉะนั้น กิเลสเป็นอันมาก ซ่านไปแล้วในกามทั้งหลาย เหมือนเถาย่านทรายรึงรัดไปแล้วในป่าสัตว์เหล่าใด ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่กิเลสนั้นว่ามีกิเลสใดเป็นเหตุสัตว์เหล่านั้นย่อมบรรเทาซึ่งหมู่กิเลสนั้นได้ ท่านจงฟังเถิดยักษ์ สัตว์เหล่าใดย่อมบรรเทาซึ่งหมู่กิเลสได้ สัตว์เหล่านั้นย่อมข้ามพ้นซึ่งโอฆะอันข้ามได้โดยยาก ที่ยังไม่เคยข้ามแล้วเพื่อความไม่เกิดอีก ฯ
จบสูจิโลมสูตรที่ ๕
End of ๕. สูจิโลมสูตร