พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต · สัตติวรรค
๒. ผุสติสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๘–๕๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสัตติวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต สัตติวรรค ผุสติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๕ หน้า ๒๕–๒๖
๓. สัตติวรรค
หมวดว่าด้วยอุปมาด้วยหอก
๑. สัตติสูตร
ว่าด้วยผู้ปฏิบัติควรทำตนเหมือนคนถูกแทงด้วยหอก
{๕๖} [๒๑] เรื่องเกิดขื้นที่พระนครสาวัตถี
เทวดาผู้ยืนอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่งนั้นแลได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
คนที่ถูกแทงด้วยหอกย่อมรีบพยายามถอนออก หรือเมื่อถูกไฟไหม้ที่ศีรษะย่อมรีบพยายามดับ ฉันใด ภิกษุก็พึงเป็นผู้มีสติรีบพยายามเพื่อละความกำหนัดยินดีในกามอยู่ ฉันนั้น{๕๗} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
คนที่ถูกแทงด้วยหอกย่อมรีบพยายามถอนออก หรือเมื่อถูกไฟไหม้ที่ศีรษะย่อมรีบพยายามดับ ฉันใด ภิกษุก็พึงเป็นผู้มีสติรีบเพื่อละสักกายทิฏฐิอยู่ ฉันนั้น
๒. ผุสติสูตร
ว่าด้วยวิบากแห่งกรรม
{๕๘} [๒๒] เทวดากล่าวว่า
วิบากแห่งกรรมย่อมไม่ถูกต้องบุคคลผู้ไม่ก่อกรรม วิบากแห่งกรรมพึงถูกต้องบุคคลผู้ก่อกรรมเท่านั้น เพราะ
ฉะนั้น กรรมย่อมถูกต้องบุคคลผู้ประทุษร้ายบุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายโดยแท้
{๕๙} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
บุคคลใดประทุษร้ายบุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายตอบ ผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน บาปกรรมย่อมตามสนองเขาผู้เป็นพาลนั้นเอง เหมือนฝุ่นละอองที่ถูกเป่าทวนลมไปย่อมปลิวกลับมาหาผู้เป่านั้นเองฉะนั้น
๓. ชฏาสูตร
ว่าด้วยตัณหาพายุ่ง
{๖๐} [๒๓] เทวดากล่าวว่า
หมู่สัตว์ยุ่งทั้งภายใน ยุ่งทั้งภายนอก ถูกความยุ่งพาให้นุงนังแล้ว ข้าแต่พระโคดม เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ว่าใครพึงสางเครื่องยุ่งนี้ได้{๖๑} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
นรชนผู้มีปัญญาเห็นภัย ดำรงมั่นแล้วในศีล อบรมจิตและปัญญาให้เจริญอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตัวรอด ผู้นั้นพึงสางเครื่องยุ่งนี้ได้
บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ห่างไกลจากกิเลส บุคคลเหล่านั้นสางตัณหาอันเป็นเครื่องยุ่งได้แล้ว
- ๑ดำรงมั่นแล้วในศีล หมายถึงดำรงมั่นอยู่ในปาริสุทธิศีล ๔ (๔๙)
จบ ๒. ผุสติสูตร