arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เถรีคาถา

อิสิทาสีเถรีคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๗๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๔/๑๕ ในเถรีคาถามี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๕. จตฺตาลีสนิปาต

๑. อิสิทาสีเถรีคาถา

๑๕. จัตตาฬีสนิบาต

๑. อิสิทาสีเถรีคาถา

ภาษิตของพระอิสิทาสีเถรี

(พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา อิสิทาสีเถรีคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๔๗๗–๔๘๒ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๖ หน้า ๖๒๒–๖๒๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นครมฺหิ กุสุมนาเม ปาฏลิปุตฺตมฺหิ ปฐวิยา มณฺเฑ

สกฺยกุลกุลีนาโย เทฺว ภิกฺขุนิโย หิ คุณวติโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในเมืองปาฏลีบุตรได้ชื่อว่าเป็นเมืองดอกไม้

เป็นแผ่นดินที่ผ่องใส

มีพระภิกษุณี ผู้ทรงคุณธรรม

เป็นกุลธิดาในศากยสกุล ๒ รูป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิสิทาสี ตตฺถ เอกา ทุติยา โพธีติ สีลสมฺปนฺนา จ

ฌานชฺฌายนรตาโย พหุสฺสุตาโย ธุตกิเลสาโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ใน ๒ รูปนั้น รูปหนึ่งชื่อว่าอิสิทาสี รูปที่ ๒ ชื่อว่าโพธิ

ล้วนมีศีลสมบูรณ์ ยินดีเข้าฌาน เป็นพหูสูต กำจัดกิเลสได้แล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตา ปิณฺฑาย จริตฺวาน ภตฺตตฺถํ กริย โธตาปตฺตาโย

รหิตมฺหิ สุขนิสินฺนา อิมา คิรา อพฺภุทีเรสุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทั้งสองรูปนั้นเที่ยวบิณฑบาต ฉันและล้างบาตรแล้ว

ก็นั่งพักอย่างสบายในที่สงัด ได้เปล่งถ้อยคำเหล่านี้ถามตอบกัน

(พระโพธิเถรีถามว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปาสาทิกาสิ อยฺเย อิสิทาสิ วโยปิ เต อปริหีโน

กึ ทิสฺวาน พฺยาลิกํ อถาสิ เนกฺขมฺมมนุยุตฺตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่เจ้าอิสิทาสี แม่เจ้าเป็นผู้น่าเลื่อมใสอยู่

แม้วัยของแม่เจ้าก็ยังไม่เสื่อมโทรม

แม่เจ้าเห็นโทษอะไร จึงขวนขวายในเนกขัมมะเล่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวมนุยุญฺชิยมานา สา รหิเต ธมฺมเทสนากุสลา

อิสิทาสี อิทํ วจนมพฺรวิ สุณ โพธิ ยถามฺหิ ปพฺพชิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอิสิทาสีเถรีนั้นฉลาดในการแสดงธรรม

เมื่อถูกซักถามในที่สงัด จึงได้กล่าวตอบดังนี้ว่า

แม่เจ้าโพธิ ขอแม่เจ้าจงฟังเหตุที่ฉันออกบวช

บาลี (มหาจุฬาฯ)

(อิโต ปรํ วิสชฺชนกถา) อุชฺเชนิยา ปุรวเร มยฺหํ ปิตา สีลสํวุโต เสฏฺฐิ

ตสฺสมฺหิ เอกา ธีตา ปิยา มนาปา จ ทยิตา จ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

(ต่อไปนี้เป็นคำวิสัชนา)

ในกรุงอุชเชนนีราชธานี

บิดาของดิฉันเป็นเศรษฐี สำรวมในศีล

ดิฉันเป็นธิดาคนเดียวของท่าน

จึงเป็นที่รักที่โปรดปราน และน่าเอ็นดู

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ เม สาเกตโต วรกา อาคจฺฉุมุตฺตมกุลีโน

เสฏฺฐี ปหูตรตโน ตสฺส มมํ สุณฺหมทาสิ ตาโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภายหลังพวกคนสนิทของดิฉัน

ที่มีตระกูลสูงมาจากเมืองสาเกต

ขอดิฉันว่า เศรษฐีมีรัตนะมากขอดิฉัน

บิดาได้ให้ดิฉันเป็นสะใภ้ของเศรษฐีนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สสฺสุยา สสุรสฺส จ สายํ ปาตํ ปณามมุปคมฺม

สิรสา กโรมิ ปาเท วนฺทามิ ยถามฺหิ อนุสิฏฺฐา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันต้องเข้าไปทำความนอบน้อมพ่อผัวและแม่ผัวทุกเช้าเย็น

ต้องกราบเท้าด้วยเศียรเกล้า ตามที่ถูกสั่งสอนมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยา มยฺหํ สามิกสฺส ภคินิโย ภาตุโน ปริชโน วา

ตเมกวารกํปิ ทิสฺวา อุพฺพิคฺคา อาสนํ เทมิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พี่สาวน้องสาว พี่ชายน้องชาย

หรือบ่าวไพร่ของสามีดิฉันไม่ว่าคนใด

ดิฉันเห็นแล้วแม้ครั้งเดียว ก็หวาดกลัวต้องให้ที่นั่งเขา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนฺเนน จ ปาเนน จ ขชฺเชน จ ยญฺจ ตตฺถ สนฺนิหิตํ

ฉาเทมิ อุปนยามิ จ เทมิ จ ยํ ยสฺส ปติรูปํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันต้องรับรองเขาด้วยข้าว น้ำ ของเคี้ยว

และสิ่งของที่จัดเตรียมไว้ในที่ที่เขาเข้าไปนั้น

นำเข้าไปให้ และต้องให้ของที่สมควรแก่เขา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กาเลน อุฏฺฐหิตฺวา (๑) ปติฆรํ (๒) สมุปคมามิ อุมฺมาเร

โธวนฺตี หตฺถปาเท ปญฺชลิกา สามิกมุเปมิหํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อุฏฺฐหิตฺวา
  2. ๒ฉ.ม. ฆรํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันลุกขึ้นตามเวลา เข้าไปยังเรือนสามี

ล้างมือและเท้าที่ใกล้ประตู ประนมมือเข้าไปหาสามี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โกจฺฉํ ปสาทํ อญฺชนิญฺจ อาทาสกญฺจ คณฺหิตฺวา

ปริกมฺมการิกา วิย สยเมว ปตึ วิภูเสมิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ต้องจัดหาหวี เครื่องผัดหน้า ยาหยอดตา

และกระจก แต่งตัวให้สามีเอง เสมอเหมือนหญิงรับใช้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สยเมว โอทนํ สาธยามิ สยเมว ภาชนํ โธวนฺตี

มาตาว เอกปุตฺตกํ ตถา (๑) ภตฺตารํ ปริจรามิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. ตทา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หุงข้าวต้มแกงเอง ล้างภาชนะเองทั้งนั้น

ปรนนิบัติสามี เสมือนมารดาปรนนิบัติบุตรน้อยคนเดียว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ มํ ภตฺติกตํ อนุรตฺตํ การิกํ นิหตมานํ

อุฏฺฐายิกํ อนลสํ สีลวตึ ทุสฺสเต ภตฺตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จงรักภักดี ทำหน้าที่ครบถ้วน

เลิกถือเนื้อถือตัว ขยันไม่เกียจคร้าน

มีศีลอย่างนี้ สามีก็ยังเกลียด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โส มาตรญฺจ ปิตรญฺจ ภณติ อาปุจฺฉาหํ คมิสฺสามิ

อิสิทาสิยา น สห วจฺฉํ เอกาคาเรหํ สห วตฺถุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สามีนั้น บอกมารดาและบิดาว่า

ลูกจักลาไปละ ลูกไม่ขออยู่ร่วมกับอิสิทาสี

ทั้งไม่ยอมอยู่ร่วมเรือนหลังเดียวกันด้วย

(มารดาบิดาของเขากล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา เอวํ ปุตฺต อวจ อิสิทาสี ปณฺฑิตา ปริพฺยตฺตา

อุฏฺฐายิกา อนลสา กึ ตุยฺหํ น โรจเต ปุตฺต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อย่าพูดอย่างนี้สิลูก

อิสิทาสีเป็นบัณฑิต ฉลาดรอบครอบ

ขยันไม่เกียจคร้าน ทำไมลูกจึงไม่ชอบใจล่ะ

(สามีของดิฉันพูดว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น จ เม หึสติ กิญฺจิ น จาหํ อิสิทาสิยา สห วจฺฉํ

เทสฺสาว เม อลํ เม อาปุจฺฉาหํ คมิสฺสามิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อิสิทาสี ไม่ได้เบียดเบียนอะไรลูกดอก

แต่ลูกไม่อยากอยู่ร่วมกับอิสิทาสี

ลูกเกลียด ลูกพอแล้ว จักขอลาไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส วจนํ สุณิตฺวา สสฺสุ สสุโร จ มํ อปุจฺฉึสุ

กิสฺส ตยา อปรทฺธํ ภณ วิสฺสฏฺฐา ยถาภูตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ผัวและพ่อผัว ฟังคำของสามีดิฉันนั้นแล้ว

ได้ถามดิฉันว่า เจ้าประพฤติผิดอะไร

เจ้าจึงถูกเขาทอดทิ้ง

จงพูดไปตามความเป็นจริงสิ

(ดิฉันตอบว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นปิหํ อปรชฺฌํ กิญฺจิ นปิ หึเสมิ น ภณามิ ทุพฺพจนํ

กึ สกฺกา กาตุยฺเย ยํ มํ วิทฺเทสฺสเต ภตฺตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันไม่ได้ประพฤติผิดอะไร ไม่ได้เบียดเบียนเขา

ทั้งไม่ได้พูดคำหยาบคาย ดิฉันกล้าหรือ

ที่จะทำสิ่งที่สามีเกลียดดิฉันได้นะคุณแม่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เต มํ ปิตุฆรํ ปฏิ- นยึสุ วิมนา ทุเขน อธิภูตา

ปุตฺตมนุรกฺขมานา ชิตามฺหเส (๑) รูปินึ ลกฺขึ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ชิตามฺหเส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาบิดาของเขานั้น เสียใจ ถูกทุกข์ครอบงำ

หวังทะนุถนอมบุตร จึงนำดิฉันส่งกลับไปเรือนบิดา

ฉันเป็นผู้ชนะสิริที่สวยงามแล้วหนอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ มํ อทาสิ ตาโต อฑฺฒสฺส ฆรมฺหิ ทุติยกุลิกสฺส

ตโต อุปฑฺฒสุงฺเกน เยน มํ วินฺทถ เสฏฺฐิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภายหลัง บิดาได้ยกดิฉันให้แก่กุลบุตร

ผู้ร่ำรวยน้อยกว่าสามีคนแรกครึ่งหนึ่ง

โดยสินสอดครึ่งหนึ่งจากสินสอดที่เศรษฐีให้เราครั้งแรก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺสปิ ฆรมฺหิ มาสํ อวสึ อถ โสปิ มํ ปฏิจฺฉติ. (๑)

ทาสีว อุปฏฺฐหนฺตึ อทูสิกํ สีลสมฺปนฺนํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. ปฏิจฺฉรยิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉัน อยู่ในเรือนสามีคนที่ ๒ นั้นได้เดือนเดียว

ต่อมา เขาขับไล่ดิฉันซึ่งบำรุงบำเรออยู่ดุจทาสี

ไม่คิดประทุษร้าย มีศีลสมบูรณ์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภิกฺขาย จ วิจรนฺตํ ทมกํ ทนฺตํ เม ปิตา ภณติ

โสหิสิ เม ชามาตา นิกฺขิป โปนฺติญฺจ (๑) ฆฏิกญฺจ'.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โปฏฺฐิญฺจ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บิดาของดิฉัน บอกบุรษผู้หนึ่ง ที่ฝึกกายและวาจาแล้ว

มีหน้าที่ฝึกจิตของชนเหล่าอื่น กำลังเที่ยวขอทานอยู่ว่า

เจ้าจงทิ้งผ้าเก่า ๆ และกระเบื้องขอทานเสีย

มาเป็นลูกเขยข้าเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสปิ วสิตฺวา ปกฺขํ (๑) อถ ตาตํ ภณติ เทหิ เม โปนฺตึ ฆฏิกญฺจ มลฺลกญฺจ ปุนปิ ภิกฺขํ จริสฺสามิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. ปกฺกมถ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้บุรุษนั้น อยู่ได้ครึ่งเดือน ก็พูดกับบิดาว่า

โปรดคืนผ้าเก่า กระเบื้องขอทาน

และภาชนะขอทานแก่ฉันเถิด

ฉันจักไปขอทานตามเดิม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ นํ ภณติ ตาโต อมฺมา สพฺโพ จ เม ญาติคณวคฺโค

กินฺเต น กีรติ อิธ ภณ ขิปฺปํ ยนฺเต (๑) กริหิติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ตํ เต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น บิดามารดาและหมู่ญาติของดิฉันทุกคน

พูดกับคนขอทานนั้นว่า เจ้าทำอะไรไม่ได้ในที่นี้ รีบบอกมา

เธอจักทำกิจนั้นแทนเจ้าเอง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ ภณิโต ภณติ ยทิ เม อตฺตา สกฺโกติ อลํ มยฺหํ

อิสิทาสิยา น สห วจฺฉํ เอกฆเรหํ สห วตฺถุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เขาถูกบิดามารดาและหมู่ญาติของดิฉันถามอย่างนี้แล้ว

จึงพูดว่า ถึงตัวฉันจะเป็นใหญ่และเป็นไท

ฉันพอแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ร่วมกับอิสิทาสี

ฉันไม่ขออยู่ร่วมกับอิสิทาสี

ทั้งไม่ขออยู่ร่วมเรือนหลังเดียวกับเธอ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิสฺสชฺชิโต คโต โส อหํปิ เอกากินี วิจินฺเตมิ

อาปุจฺฉิตฺวาน คจฺฉามิ (๑) มริตุํ (๒) วา ปพฺพชิตุํ. (๓)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อาปุจฺฉิตูน คจฺฉํ
  2. ๒ฉ.ม. มริตุเย, สี. มริตาเย
  3. ๓ฉ.ม. ปพฺพชิสฺสํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชายขอทานนั้นถูกบิดาปล่อยก็ไป

แม้ดิฉันอยู่คนเดียว ก็คิดว่า

จะลาบิดามารดาไปตายหรือไปบวชเสีย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ อยฺยา ชินทตฺตา อาคจฺฉิ โคจราย จรมานา

ตาต กุลํ วินยธรี พหุสฺสุตา สีลสมฺปนฺนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขณะนั้น พระแม่เจ้าชินทัตตาเถรี

ผู้ทรงวินัย เป็นพหูสูต มีศีลสมบูรณ์

เที่ยวบิณฑบาตมายังตระกูลบิดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ ทิสฺวาน อมฺหากํ อุฏฺฐายาสนํ ตสฺสา ปญฺญาปยึ

นิสินฺนาย จ ปาเท วนฺทิตฺวา โภชนมทาสึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันเห็นท่าน จึงลุกไปจัดที่นั่งของดิฉันถวายท่าน

และเมื่อท่านนั่งเรียบร้อยแล้ว

ดิฉันก็กราบเท้าแล้วถวายอาหาร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนฺเนน จ ปาเนน จ ขชฺเชน จ ยญฺจ ตตฺถ สนฺนิหิตํ

สนฺตปฺปยิตฺวาน อวจํ อยฺเย อิจฺฉามิ ปพฺพชิตุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันเลี้ยงดูท่านด้วยข้าวน้ำ ของควรเคี้ยว

และสิ่งของที่จัดไว้ในเรือนนั้นให้อิ่มหนำสำราญ

จึงเรียนท่านว่า ดิฉันประสงค์จะบวช เจ้าค่ะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ มํ ภณตี ตาโต อิเธว ปุตฺตเก (๑) จราหิ ตฺวํ ธมฺมํ

อนฺเนน จ ปาเนน จ สนฺตปฺปย สมเณ ทฺวิชาตี จ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปุตฺตก
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น บิดาพูดกับดิฉันว่า

ลูกเอ๋ย ลูกจงประพฤติธรรมในเรือนนี้ก็แล้วกัน

จงเลี้ยงดูสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย

ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถาหํ ภณามิ ตาตํ โรทนฺตี อญฺชลึ ปณาเมตฺวา

ปาปํ หิ มยา ปกตํ (๑) กมฺมํ ตํ นิชฺชเรสฺสามิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. อนุชานาหิ มํ ตาต มยา ปกตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขณะนั้น ดิฉันร้องไห้ประนมมือพูดกับบิดาว่า

ความจริง ลูกทำบาปมามากแล้ว

ลูกจักชำระกรรมนั้นให้เสร็จสิ้นกันเสียที

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ มํ ภณตี ตาโต ปาปุณ โพธิญฺจ อคฺคธมฺมญฺจ

นิพฺพานญฺจ ลภสฺสุ ยํ สจฺฉิกรี ทฺวิปทเสฏฺโฐ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น บิดาจึงให้พรดิฉันว่า

ขอให้ลูกบรรลุอรหัตตมรรค อรหัตตผลอันเลิศ

และจงได้นิพพานที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดกว่าเทวดาและมนุษย์

ทรงกระทำให้แจ้งเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาตาปิตู อภิวาท- ยิตฺวา สพฺพญฺจ ญาติคณวคฺคํ

สตฺตาหํ ปพฺพชิตา ติสฺโส วิชฺชา อผุสฺสยึ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อผสฺสยึ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันกราบลามารดาบิดาและหมู่ญาติทุกคน

บวชได้ ๗ วัน ก็ได้บรรลุวิชชา ๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชานามิ อตฺตโน สตฺต ชาติโย ยสฺสยํ ผลวิปาโก

ตํ ตว อาจิกฺขิสฺสํ ตํ เอกมนา นิสาเมหิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ระลึกชาติได้ ๗ ชาติ จักบอกกรรมที่มีผลวิบากแก่แม่เจ้า

ขอแม่เจ้าโปรดสำรวมใจฟังวิบากกรรมนั้นเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นครมฺหิ เอรกกจฺเฉ (๑) สุวณฺณกาโร อหํ ปหูตธโน

โยพฺพนมเทน มตฺโต โส ปรทารํ อเสวิหํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. เอรกจฺเฉ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชาติก่อน ดิฉันเป็นช่างทองในเมืองเอรกกัจฉะ

มีทรัพย์มาก มัวเมาในวัยหนุ่ม ได้เป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสหํ ตโต จวิตฺวา นิรยมฺหิ อปจฺจิสํ จิรํ

ปกฺโก ตโต จ อุฏฺฐหิตฺวา มกฺกฏิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันนั้นตายจากชาตินั้นแล้ว

ต้องไปหมกไหม้อยู่ในนรกเป็นเวลานาน ถูกไฟนรกเผาแล้ว

ครั้นพ้นจากนรกนั้นแล้ว ก็เกิดในท้องนางลิง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตฺตาหชาตกํ มํ มหากปิ ยูถโป นิลฺลจฺเฉสิ

ตสฺเสตํ กมฺมผลํ ยถาปิ คนฺตฺวาน ปรทารํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พอเกิดได้ ๗ วัน วานรใหญ่ จ่าฝูง ก็กัดอวัยวะสืบพันธุ์

นี้เป็นผลกรรมที่ดิฉันเป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสหํ ตโต จวิตฺวา กาลํ กริตฺวา สินฺธวารญฺเญ

กาณาย จ ขญฺชาย จ เอฬกิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันนั้นตายจากกำเนิดวานรนั้นแล้ว

เกิดในท้องแม่แพะตาบอด และเป็นง่อยอยู่ในป่า แคว้นสินธุ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทฺวาทสวสฺสานิ อหํ นิลฺลจฺฉิโต ทารเก ปริวหิตฺวา

กิมินาวฏฺโฏ อกลฺโล ยถาปิ คนฺตฺวาน ปรทารํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พออายุได้ ๑๒ ปี พาเด็กขึ้นหลังไป

ถูกเด็กตัดอวัยวะสืบพันธุ์ ป่วยเป็นโรค

หมู่หนอนชอนไชที่อวัยวะสืบพันธุ์

นี้เป็นผลกรรมที่ดิฉันเป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสหํ ตโต จวิตฺวา โควาณิชกสฺส คาวิยา ชาโต

วจฺโฉ ลาขาตมฺโพ นิลฺลจฺฉิโต ทฺวาทเส มาเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันนั้นตายจากกำเนิดแพะนั้นแล้ว

ก็เกิดในท้องแม่โคของพ่อค้าโค

เป็นลูกโคมีขนแดงดังน้ำครั่ง

อายุ ๑๒ เดือนก็ถูกตอน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เต ปุน (๑) นงฺคลมหํ สกฏํ จ ธารยามิ

อนฺโธวฏฺโฏ อกลฺโล ยถาปิ คนฺตฺวาน ปรทารํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. โวฒุน, ม. โวธุน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันถูกเขาใช้ให้ลากไถและเทียมเกวียน

ป่วยเป็นโรคตาบอด มีความลำบาก

นี้เป็นผลกรรมที่ดิฉันเป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสหํ ตโต จวิตฺวา วีถิยา ทาสิยา ฆเร ชาโต

เนว มหิลา น ปุริโส ยถาปิ คนฺตฺวาน ปรทารํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดิฉันนั้นตายจากกำเนิดโคนั้นแล้ว

เกิดในท้องสาวใช้ข้างถนนในพระนคร

เป็นหญิงก็ไม่ใช่ เป็นชายก็ไม่เชิง

นี้เป็นผลกรรมที่ดิฉันเป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตึสติวสฺสมฺหิ มโต สากฏิกกุลมฺหิ ทาริกา ชาตา

กปณมฺหิ อปฺปโภเค ธนิกปุริสปาตพหุลมฺหิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อายุ ๓๐ ปีก็ตาย

มาเกิดเป็นเด็กหญิง

ในตระกูลช่างเกวียนที่เข็ญใจ

มีโภคทรัพย์น้อย

มีเจ้าหนี้มากมาย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ มํ ตโต สตฺถวาโห อุสฺสนฺนาย วิปุลาย วฑฺฒิยา

โอกฑฺฒติ วิลปนฺตึ อจฺฉินฺทิตฺวา กุลฆรสฺมา. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. กุลฆรสฺส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อหนี้พอกพูนทับถมมากขึ้น

แต่นั้น นายกองเกวียนก็ริบเอาทรัพย์สมบัติแล้ว

ฉุดคร่าดิฉันนั้นผู้กำลังรำพันอยู่ออกจากเรือนของสกุล

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถ โสฬสเม วสฺเส ทิสฺวา มํ ปตฺตโยพฺพนํ กญฺญํ

โอรุทฺธตสฺส ปุตฺโต คิริทาโส นาม นาเมน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภายหลัง บุตรของนายกองเกวียนนั้นชื่อคิริทาส

เห็นดิฉันเป็นสาวรุ่นอายุ ๑๖ ปี

ก็มีจิตปฏิพัทธ์ จึงขอไปเป็นภรรยา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺสปิ อญฺญา ภริยา สีลวตี คุณวตี ยสวตี จ

อนุรตฺตา (๑) ภตฺตารํ ตสฺสาหํ วิทฺเทสนมกาสึ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ม. อนุวตฺตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่นายคิริทาสนั้น มีภรรยาอยู่ก่อนคนหนึ่ง

เป็นคนมีศีล มีคุณธรรม และมีชื่อเสียง

รักใคร่สามีอย่างดียิ่ง ดิฉันได้ทำให้สามีเกลียดนาง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺเสตํ กมฺมผลํ ยํ มํ อปกีริตูน คจฺฉนฺติ

ทาสีว อุปฏฺฐหนฺตึ ตสฺสปิ อนฺโต กโต มยาติ.

อิสิทาสี เถรี. จตฺตาฬีสนิปาโต สมตฺโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้อที่สามีทั้งหลาย เลิกร้างดิฉัน

ซึ่งปรนนิบัติอยู่เสมือนสาวใช้ไป

ก็เป็นผลกรรมที่ดิฉันนั้นกระทำแล้วในครั้งนั้น

ดิฉันสิ้นสุดกรรมนั้นแล้ว

จัตตาฬีสนิบาต จบ

จบ อิสิทาสีเถรีคาถา