arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มหารถวรรค

๙. สูจิวิมาน ที่ ๒ เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๔ ในมหารถวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มหารถวรรค สูจิวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๔๘ หน้า ๔๘๑–๔๘๔

หน้า ๔๘๑

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ ททาติ ความว่า ให้ไทยธรรมเช่นใด. บทว่า น ตํ โหติ ความว่า ไทยธรรมเช่นนั้นแลของเขาไม่มีผลไทยธรรมย่อมมีผลไพบูลกว่านั้น คือโอพารกว่าทีเดียว ด้วยเขตสมบัติ( ผู้รับ ) ด้วย ด้วยจิตสมบัติ ( ตั้งใจ ) ด้วย โดยแท้แล ฉะนั้น. บทว่ายญฺเจว ทชฺชา ตญฺเจว เสยฺโย ความว่า พึงให้ คือพึงถวายสิ่งที่มีอยู่อย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแหละ การให้นั้นประเสริฐกว่า คือการถวายไทยธรรมที่ไม่มีโทษอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแล ประเสริฐกว่า เพราะเหตุไรเพราะข้าพเจ้าถวายเข็ม เข็มนั่นแลประเสริฐกว่า คือการถวายเข็มของข้าพเจ้านั่นแหละประเสริฐกว่า อธิบายว่า เพราะข้าพเจ้าได้สมบัติเช่นนี้ แล.

จบอรรถกถาปฐมสูจิวิมาน

๙. ทุติยสูจิวิมาน

ว่าด้วยทุติยสูจิวิมาน

พระมหาโมคคัลลานเถระเทพบุตรองค์หนึ่งว่า

[๕๙] วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบ

มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ห้อง โอฬาร ฯล ฯ และ

วรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.

เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว

ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ในชาติ

ก่อน ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ในหมู่มนุษย์ ใน

หน้า ๔๘๒

มนุษยโลก ข้าพเจ้าได้เห็นภิกษุปราศจากกิเลสมลทิน

ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ก็เลื่อมใส ได้ถวายเข็มแด่ภิกษุ

นั้นด้วยมือของตน เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้า

จึงเป็นเช่นนี้ ฯ ล ฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่าง

ไปทุกทิศ.

จบทุติยสูจิวิมาน

อรรถกถาทุติยสูจิวิมาน

ทุติยสูจิวิมาน มีคาถาว่า อุจฺจมิทํ มณิถูณํ เป็นต้น. ทุติยสูจิวิมานเกิดขึ้นอย่างไร ?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์สมัยนั้น ช่างเย็บชาวราชคฤห์คนหนึ่งมุ่งไปวิหาร ก็ไปถึงพระวิหารเวฬุวันในพระเวฬุวันนั้น เขาเห็นภิกษุรูปหนึ่งกำลังเย็บจีวรด้วยเข็มที่ทำกันเองในพระเวฬุวัน จึงได้ถวายเข็มหลายเล่มพร้อมกล่องเข็ม. คำที่เหลือทั้งหมดมีนัยดังกล่าวมาแล้วนั่นแล.

ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบ

มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ห้อง โอฬาร มีเสาแก้วไพฑูรย์

ลาดด้วยเครื่องลาดที่ชอบใจ สวยงาม ท่านนั่งดื่มกิน

ในวิมานนั้น มีพิณทิพย์บรรเลงไพเราะ มีเบญจ-

หน้า ๔๘๓

กามคุณ มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีแต่งองค์ด้วยอาภรณ์ทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร วรรณะของ

ท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันจึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.

ดูก่อนเทวะผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่านครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และ

วรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว

จึงพยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ในชาติก่อน ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ในหมู่มนุษย์ใน

มนุษยโลก ข้าพเจ้าได้เห็นภิกษุปราศจากกิเลสมลทินผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ก็เลื่อมใส ได้ถวายเข็มแด่ภิกษุนั้น

ด้วยมือของตน เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าและโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า.

ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอบอก

แก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญใดไว้เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้

และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

คำทั้งหมดมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.

จบอรรถกถาทุติยสูจิวิมาน

หน้า ๔๘๔

๑๐. ปฐมนาควิมาน

ว่าด้วยปฐมนาควิมาน

พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า

[๖๐] ท่านเมื่อขึ้นช้างตัวเผือกผ่อง ไม่มีตำหนิมีงา มีพลัง เร็วมาก ก็ขับขี่ช้างประเสริฐที่ตกแต่งไว้งาม เหาะเหินในอากาศมา ณ ที่นี้ ที่งาทั้งสอง

ของช้าง เนรมิตสระปทุมมีน้ำใส มีดอกปทุมบานสะพรั่ง ในดอกปทุมทั้งหลายมีคณะเทพดนตรี

บรรเลงอยู่ และมีเหล่าเทพอัปสรที่งามจับใจฟ้อนรำอยู่ ท่านบรรลุเทพฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ครั้งเกิด

เป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่าน

จึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว

ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้า

เลื่อมใส ยกดอกไม้กำแปดดอกขึ้นบูชาที่พระสถูปของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ด้วยมือ

ตนเอง เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ ฯ ล ฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสว

ไปทุกทิศ.

จบปฐมนาควิมาน

จบ ๙. สูจิวิมาน ที่ ๒