พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค
วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๖–๒๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔๖/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๑ หน้า ๑๕๔–๑๕๙
อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะความสงบแห่งสัมมาวิมุตติเป็นปัจจัยบ้าง อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะฉันทะเป็นปัจจัยบ้าง กุศลเวทนาย่อมมีเพราะความสงบแห่งฉันทะเป็นปัจจัยบ้าง อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะวิตกเป็นปัจจัยบ้าง กุศลเวทนาย่อมมีเพราะความสงบแห่งวิตกเป็นปัจจัยบ้าง กุศลเวทนาย่อมมีเพราะสัญญาเป็นปัจจัยบ้าง กุศลเวทนาย่อมมีเพราะความสงบแห่งสัญญา เป็นปัจจัยบ้าง
กุศลเวทนาย่อมมีเพราะฉันทะ วิตก และสัญญาเป็นธรรมที่ยังไม่สงบเป็นปัจจัยบ้าง อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะฉันทะและวิตกเป็นธรรมที่สงบแล้ว แต่สัญญาเป็นธรรมที่ยังไม่สงบเป็นปัจจัยบ้าง อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะฉันทะและวิตกเป็นธรรมที่สงบแล้ว แต่สัญญาเป็นธรรมที่ยังไม่สงบเป็นปัจจัยบ้าง อกุศลเวทนาย่อมมีเพราะฉันทะ วิตก และสัญญาเป็นธรรมที่สงบแล้วเป็นปัจจัยบ้าง ความเพียรเพื่อจะบรรลุอรหัตตผลที่ยังไม่บรรลุมีอยู่ กุศลเวทนาย่อมมีเพราะเมื่อยังไม่ได้บรรลุอริยมรรคอันเป็นเหตุแห่งอรหัตตผลนั้นเป็นปัจจัยบ้างชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการรวมธรรมชื่อว่าปเทสวิหารญาณ”
จบ ปเทสวิหารญาณนิทเทสที่ ๔๓
๔๔-๔๙. ฉวิวัฏฏญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในการหลีกออก ๖ อย่าง
{๒๔๖} [๒๔๖] ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี ชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ อย่างไร
ปัญญาในความมีเนกขัมมะเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากกามฉันทะด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี เพราะฉะนั้น ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดีจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ ปัญญาในความมีความไม่พยาบาทเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากพยาบาทด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี เพราะฉะนั้นปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดีจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ ปัญญาในความมีอาโลกสัญญาเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากถีนมิทธะด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากอุทธัจจะด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีการกำหนดธรรมเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากวิจิกิจฉาด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ...
ปัญญาในความมีญาณเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากอวิชชาด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีปราโมทย์เป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากอรติด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีปฐมฌานเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากนิวรณ์ด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีอรหัตตมรรคเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากกิเลสทั้งปวงด้วยสัญญาเป็นเครื่องรู้ดี เพราะฉะนั้น ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดีจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี ชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ”
{๒๔๗} [๒๔๗] ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง ชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณอย่างไร
กามฉันทะเป็นสภาพต่าง เนกขัมมะเป็นสภาพเดียว เมื่อพระโยคาวจร คิดถึงความที่เนกขัมมะเป็นสภาพเดียว จิตย่อมหลีกออกจากกามฉันทะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่างจึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณ พยาบาทเป็นสภาพต่าง ความไม่พยาบาทเป็น
สภาพเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่ความไม่พยาบาทเป็นสภาพเดียว จิตย่อมหลีกออกจากพยาบาท เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่างจึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณ ถีนมิทธะเป็นสภาพต่าง อาโลกสัญญาเป็นสภาพเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่อาโลกสัญญาเป็นสภาพเดียว จิตย่อมหลีกออกจากถีนมิทธะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่างจึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณ ... กิเลสทั้งปวงเป็นสภาพต่าง อรหัตตมรรคเป็นสภาพเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่อรหัตตมรรคเป็นสภาพเดียว จิตย่อมหลีกออกจากกิเลสทั้งปวงเพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่างจึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง ชื่อว่าเจโตวิวัฏฏญาณ”
{๒๔๘} [๒๔๘] ปัญญาในการอธิษฐานชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณอย่างไร
พระโยคาวจรเมื่อละกามฉันทะย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในการอธิษฐานจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณ เมื่อละพยาบาทย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งความไม่พยาบาท ... เมื่อละถีนมิทธะย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งอาโลกสัญญา ... เมื่อละกิเลสทั้งปวง ย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งอรหัตตมรรค เพราะฉะนั้นปัญญาในการอธิษฐานจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณ
ชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในการอธิษฐาน ชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณ”
{๒๔๙} [๒๔๙] ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า ชื่อว่าญาณวิวัฏฏญาณอย่างไร
เมื่อพระโยคาวจรรู้ชัดและเห็นแจ้งตามความเป็นจริงว่า“จักขุว่างเปล่าจากอัตตา จากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา จากความเที่ยง จากความยั่งยืน จากความคงที่ หรือจากความไม่แปรปรวนไปเป็นธรรมดา” ญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือในกาม เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่าจึงชื่อว่าญาณวิวัฏฏญาณ เมื่อพระโยคาวจรรู้ชัดและเห็นแจ้งตามความเป็นจริงว่าโสตะว่างเปล่า ... ฆานะว่างเปล่า ... ชิวหาว่างเปล่า ... กายว่างเปล่า ... มโนว่างเปล่าจากอัตตา จากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา จากความเที่ยง จากความยั่งยืน จากความคงที่ หรือจากความไม่แปรผันไปเป็นธรรมดา ญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือในกาม เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่าจึงชื่อว่าญาณวิวัฏฏญาณชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า ชื่อว่าญาณวิวัฏฏญาณ”
{๒๕๐} [๒๕๐] ปัญญาในความสลัดออก ชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏญาณอย่างไร
พระโยคาวจรย่อมสลัดกามฉันทะออกด้วยเนกขัมมะ เพราะฉะนั้นปัญญาในความสลัดออกจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏญาณ พระโยคาวจรย่อมสลัดพยาบาทออกด้วยความไม่พยาบาท ... ย่อมสลัดถีนมิทธะออกด้วยอาโลกสัญญา ... ย่อมสลัดอุทธัจจะออกด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ... ย่อมสลัดวิจิกิจฉาออกด้วยการกำหนดธรรม ... ย่อมสลัดกิเลสทั้งปวงออกด้วยอรหัตตมรรคเพราะฉะนั้น ปัญญาในความสลัดออก จึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏญาณ
ชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในความสลัดออก ชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏญาณ”
{๒๕๑} [๒๕๑] ปัญญาในความหมายว่าธรรมจริง ชื่อว่าสัจจวิวัฏฏญาณอย่างไร
เมื่อพระโยคาวจรกำหนดรู้ความหมายว่าบีบคั้น ความหมายว่าปรุงแต่ง ความหมายว่าทำให้เดือดร้อน ความหมายว่าแปรปรวนไปแห่งทุกข์ ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น ปัญญาในความหมายว่าธรรมจริงจึงชื่อว่าสัจจวิวัฏฏญาณ เมื่อละความประมวลมา ความเป็นเหตุ ความเกี่ยวข้อง ความกังวล แห่งสมุทัยย่อมหลีกออก ... เมื่อทำให้แจ้งซึ่งความสลัดออก ความสงัด ความไม่มีเครื่องปรุงแต่ง ความไม่ตายแห่งนิโรธย่อมหลีกออก ... เมื่อเจริญความนำออก ความเป็นเหตุ ความเห็น ความเป็นอธิบดีแห่งมรรค ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น ปัญญาในความหมายว่าธรรมจริงจึงชื่อว่าสัจจวิวัฏฏญาณญาณเป็นสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ญาณวิวัฏ วิโมกขวิวัฏ
สัจจวิวัฏ พระโยคาวจรเมื่อรู้พร้อม ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏ เมื่อคิดถึง ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเจโตวิวัฏ เมื่อรู้แจ้ง ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าจิตตวิวัฏ เมื่อทำญาณย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าญาณวิวัฏ เมื่อสลัดออก ย่อมหลีกออก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏ ย่อมหลีกออกในความหมายว่าธรรมจริงเพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าสัจจวิวัฏ{๒๕๒} [๒๕๒] ในขณะแห่งมรรคใด มีสัญญาวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีเจโตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีเจโตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัญญาวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีจิตตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีจิตตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีญาณวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีญาณวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ
จิตตวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ญาณวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีวิโมกขวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีวิโมกขวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ญาณวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ญาณวิวัฏ วิโมกขวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัจจวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคใด มีสัจจวิวัฏ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัญญาวิวัฏ เจโตวิวัฏ จิตตวิวัฏ ญาณวิวัฏ วิโมกขวิวัฏชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในความหมายว่าธรรมจริง ชื่อว่าสัจจวิวัฏฏญาณ”
จบ ฉวิวัฏฏญาณนิทเทสที่ ๔๙
๕๐. อิทธิวิธญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในการใช้ฤทธิ์
{๒๕๓} [๒๕๓] ปัญญาในความสำเร็จด้วยการกำหนดกายและจิตเข้าด้วยกัน และด้วยสามารถแห่งความตั้งไว้ซึ่งสุขสัญญาและลหุสัญญาชื่อว่าอิทธิวิธญาณ อย่างไร
ภิกษุในศาสนานี้ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยสมาธิยิ่งด้วยฉันทะและสังขารเป็นประธาน ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยสมาธิยิ่งด้วยวิริยะและสังขารเป็นประธาน ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยสมาธิยิ่งด้วยจิตตะและสังขารเป็นประธาน ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยสมาธิยิ่งด้วยวิมังสาและสังขารเป็นประธาน ภิกษุนั้นย่อมอบรม ข่มจิตทำให้เป็นจิตอ่อน ควรแก่การงานในอิทธิบาท ๔ ประการนี้ ครั้นแล้ว
จบ วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส