พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค
นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๗–๒๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๗/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๑ หน้า ๑๓๙–๑๔๓
คำว่า อรณวิหาร ความว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนสมาบัติ ... เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ แต่ละอย่าง ชื่อว่าอรณวิหาร
คำว่า อรณวิหาร ความว่า ชื่อว่าอรณวิหารเพราะอรรถว่าอะไร ชื่อว่าอรณวิหารเพราะอรรถว่ากำจัดเสียซึ่งนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน กำจัดเสียซึ่งวิตกวิจารด้วยทุติยฌาน กำจัดเสียซึ่งปีติด้วยตติยฌาน กำจัดเสียซึ่งสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน กำจัดเสียซึ่งรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญาด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ กำจัดเสียซึ่งอากาสานัญจายตนสัญญาด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ กำจัดเสียซึ่งวิญญาณัญจายตนสัญญาด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ กำจัดเสียซึ่งอากิญจัญญายตนสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าอรณวิหารชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ทัสสนาธิปไตย วิหาราธิคม และปัญญาในความที่จิตน้อมไปในผลสมาบัติอันประณีต ชื่อว่าอรณวิหารญาณ”
จบ อรณวิหารญาณนิทเทสที่ ๓๓
๓๔. นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในนิโรธสมาบัติ
{๒๑๗} [๒๑๗] ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญด้วยการระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยา ๑๖ และด้วยสมาธิจริยา ๙ เพราะประกอบด้วยพละ ๒ อย่างชื่อว่านิโรธสมาปัตติญาณอย่างไร
คำว่า พละ ๒ ความว่า พละ ๒ คือ สมถพละ ๑ วิปัสสนาพละ ๑
{๒๑๘} [๒๑๘] สมถพละเป็นไฉน คือ ความที่จิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว ไม่ฟุ้งซ่านด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ ชื่อว่าสมถพละ ... ด้วยสามารถแห่งความไม่พยาบาท ชื่อว่าสมถพละ ... ด้วยสามารถแห่งอาโลกสัญญา ... ด้วยสามารถแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน ... ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจเข้า ... ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจออก ชื่อว่าสมถพละ
{๒๑๙} [๒๑๙] คำว่า สมถพละ ความว่า ชื่อว่าสมถพละเพราะอรรถว่าอะไร ชื่อว่าสมถพละเพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะวิตกและวิจารด้วยทุติยฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะปีติด้วยตติยฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะสุขและทุกข์ด้วยจตุตถฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญาด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหวเพราะอากาสานัญจายตนสัญญาด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหวเพราะวิญญาณัญจายตนสัญญาด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหวเพราะอากิญจัญญายตนสัญญาด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหว ไม่กวัดแกว่ง ไม่คลอนแคลนเพราะอุทธัจจะเพราะกิเลสอันสหรคตด้วยอุทธัจจะและเพราะขันธ์
นี้ชื่อว่าสมถพละ{๒๒๐} [๒๒๐] วิปัสสนาพละเป็นไฉน คือ อนิจจานุปัสสนา การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ... ในเวทนา ... ในสัญญา ... ในสังขาร ... ในวิญญาณ ... ในจักขุ ... การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะเป็นวิปัสสนาพละ ทุกขานุปัสสนา ... อนัตตานุปัสสนา ... นิพพิทานุปัสสนา .... วิราคานุปัสสนา .... นิโรธานุปัสสนา ... ปฏินิสสัคคานุปัสสนา การพิจารณาเห็นความสลัดทิ้งในรูป ... ในเวทนา ... ในสัญญา ... ในสังขาร ... ในวิญญาณ ... การพิจารณาเห็นความสละคืนในชราและมรณะ ชื่อว่าวิปัสสนาพละ
{๒๒๑} [๒๒๑] คำว่า วิปัสสนาพละ ความว่า ชื่อว่าวิปัสสนาพละ เพราะอรรถว่าอะไร ชื่อว่าวิปัสสนาพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว เพราะนิจจสัญญาด้วยอนิจจานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะสุขสัญญาด้วยทุกขานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะอัตตสัญญาด้วยอนัตตานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความเพลิดเพลินด้วยนิพพิทานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความกำหนัดด้วยวิราคานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะสมุทัยด้วยนิโรธานุปัสสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความถือมั่นด้วยนิโรธานุปัสสนา ไม่หวั่นไหว ไม่กวัดแกว่ง ไม่คลอนแคลน เพราะอวิชชา เพราะกิเลสอันสหรคตด้วยอวิชชาและเพราะขันธ์ นี้ชื่อว่าวิปัสสนาพละ{๒๒๒} [๒๒๒] คำว่า ด้วยการระงับสังขาร ๓ ความว่า ด้วยการระงับสังขาร ๓ คืออะไรบ้าง คือ วจีสังขารคือวิตกและวิจารของท่านผู้เข้าทุติยฌานระงับไป กายสังขารคือลมอัสสาสปัสสาสะของท่านผู้เข้าจตุตถฌานระงับไป จิตตสังขารคือสัญญาและเวทนาของท่านผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธระงับไปด้วยการระงับสังขาร ๓ เหล่านี้
{๒๒๓} [๒๒๓] คำว่า ด้วยญาณจริยา ๑๖ ความว่า ด้วยญาณจริยา ๑๖ คืออะไรบ้าง คือ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา อนัตตานุปัสสนา นิพพิทานุปัสสนา วิราคานุปัสสนา นิโรธานุปัสสนา ปฏินิสสัคคานุปัสสนา วิวัฏฏนานุปัสสนา โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลสมาบัติ สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลสมาบัติ อนาคามิมรรค อนาคามิผลสมาบัติ อรหัตตมรรค อรหัตตผลสมาบัติ แต่ละอย่างชื่อว่าญาณจริยาด้วยญาณจริยา ๑๖ เหล่านี้
{๒๒๔} [๒๒๔] คำว่า ด้วยสมาธิจริยา ๙ ความว่า ด้วยสมาธิจริยา ๙ คืออะไรบ้าง คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ แต่ละอย่างชื่อว่าสมาธิจริยา วิตก วิจาร
ปีติ สุข และเอกัคคตาจิตเพื่อประโยชน์แก่การได้ปฐมฌาน ... วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตาจิตเพื่อประโยชน์แก่การได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ด้วยสมาธิจริยา ๙ เหล่านี้{๒๒๕} [๒๒๕] คำว่า วสี ได้แก่ วสี ๕ ประการ คือ อาวัชชนาวสี ๑ สมาปัชชนาวสี ๑ อธิฏฐานวสี ๑ วุฏฐานวสี ๑ ปัจจเวกขณวสี ๑
สมาปัตติลาภีบุคคล (บุคคลผู้ได้สมาบัติ) ย่อมคำนึงถึงปฐมฌานได้ตามสถานที่ต้องการ ตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อาวัชชนาวสีสมาปัตติลาภีบุคคลย่อมเข้าปฐมฌานได้ตามสถานที่ต้องการ ตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการเข้า พราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า สมาปัชชนาวสีสมาปัตติลาภีบุคคลย่อมอธิษฐานปฐมฌานได้ตามสถานที่ต้องการตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการอธิษฐาน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อธิฏฐานวสีสมาปัตติลาภีบุคคลย่อมออกจากปฐมฌานได้ตามสถานที่ต้องการตามเวลาที่ต้องการ
และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการออกเพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า วุฏฐานวสีสมาปัตติลาภีบุคคลย่อมพิจารณาปฐมฌานได้ตามสถานที่ต้องการตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณา เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปัจจเวกขณวสีสมาปัตติลาภีบุคคลย่อมคำนึงถึงทุติยฌาน ... เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติได้ตามสถานที่ต้องการ ตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า
อาวัชชนาวสี สมาปัตติลาภีบุคคลย่อมเข้า ... ย่อมอธิษฐาน ย่อมออก ... ย่อมพิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติได้ตามสถานที่ต้องการ ตามเวลาที่ต้องการ และตามกำหนดที่ต้องการ ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณาเพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปัจจเวกขณวสี วลี ๕ ประการนี้
ชื่อว่าญาณเพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญด้วยการระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยา ๑๖ และด้วยสมาธิจริยา ๙ เพราะประกอบด้วยกำลัง ๒ อย่าง ชื่อว่านิโรธสมาปัตติญาณ”
จบ นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสที่ ๓๔
๓๕. ปรินิพพานญาณนิทเทส
แสดงญาณความรู้ในปรินิพพาน
{๒๒๖} [๒๒๖] ปัญญาในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปแห่งกิเลสและขันธ์ของบุคคลผู้รู้สึกตัว ชื่อว่าปรินิพพานญาณอย่างไร
บุคคลผู้รู้สึกดังอยู่ในศาสนานี้ย่อมยังความเป็นไปแห่งกามฉันทะให้สิ้นไปด้วยเนกขัมมะ แห่งพยาบาทให้สิ้นไปด้วยความไม่พยาบาท ... แห่งถีนมิทธะให้สิ้นไปด้วยอาโลกสัญญา ... แห่งอุทธัจจะให้สิ้นไปด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ... แห่งวิจิกิจฉาให้สิ้นไปด้วยการกำหนดธรรม... แห่งอวิชชาให้สิ้นไป ด้วยญาณ ... แห่งความไม่ยินดีด้วยความปราโมทย์ ยังความเป็นไปแห่งนิวรณ์ให้สิ้นไปด้วยปฐมฌาน ... ยังความเป็นไปแห่งกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไปด้วยอรหัตตมรรค
จบ นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส