พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อัฏฐกวรรค
๘. ปสูรสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๖ ในอัฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปสูรสูตรที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อัฏฐกวรรค ปสูรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
๘ อิเธว สุทฺธี อิติ วาทยนฺติ
นาญฺเญสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธิมาหุ
ยํ นิสฺสิตา ตตฺถ สุภํ วทานา
ปจฺเจกสจฺเจสุ ปุถู นิวิฏฺฐา ฯ
เต วาทกามา ปริสํ วิคยฺห
พาลํ ทหนฺตี มิถุ อญฺญมญฺญํ
วทนฺติ เต อญฺญสิตา กโถชฺชํ
ปสํสกามา กุสลา วทานา ฯ
ยุตฺโต กถายํ ปริสาย มชฺเฌ
ปสํสมิจฺฉํ วินิฆาติ โหติ
อปาหตสฺมึ ปน มงฺกุ โหติ
นินฺทาย โส กุปฺปติ รนฺธเมสี ฯ
ยมสฺส วาทํ ปริหีนมาหุ
อปาหตํ ปญฺหวิมํสกาเส
ปริเทวติ โสจติ หีนวาโท
อุปจฺจคา มนฺติ อนุตฺถุนาติ ฯ
เอเต วิวาทา สมเณสุ ชาตา
เอเตสุ อุคฺฆาติ นิคฺฆาติ โหติ
เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ
น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา ฯ
ปสํสิโต วา ปน ตตฺถ โหติ
อกฺขาย วาทํ ปริสาย มชฺเฌ
โส หสฺสตี อุณฺณมติจฺจ ๑ เตน
ปปฺปุยฺย ตํ อตฺถ ยถา มโน อหุ ๒ ฯ
ยา อุณฺณตี สาสฺส วิฆาตภูมิ
มานาติมานํ วทเต ปเนโส
เอตมฺปิ ทิสฺวา วิรเม กโถชฺชํ ๓
น เตน สุทฺธึ กุสลา วทนฺติ ฯ
สูโร ยถา ราชขาทาย ปุฏฺโฐ
อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉํ
เยเนว โส เตน ปเลหิ สูร ๔
ปุพฺเพว นตฺถี ยทิทํ ยุธาย ฯ
เย ทิฏฺฐิมุคฺคยฺห วิวาทยนฺติ
อิทเมว สจฺจนฺติ จ วาทยนฺติ ๕
เต ตฺวํ วทสฺสุ น หิ เตธ อตฺถิ
วาทมฺหิ ชาเต ปฏิเสนิกตฺตา ฯ
วิเสนิกตฺวา ปน เย จรนฺติ
ทิฏฺฐีหิ ทิฏฺฐึ อวิรุชฺฌมานา
เตสุ ตฺวํ กึ ลเภโถ ปสูร
เยสีธ นตฺถี ปรมุคฺคหีตํ ฯ
อถ ตฺวํ ปวิตกฺกมาคมา
มนสา ทิฏฺฐิคตานิ จินฺตยนฺโต
โธเนน ยุคํ สมาคมา
น หิ ตฺวํ สกฺขสิ สมฺปยาตเวติ ฯ
ปสูรสุตฺตํ อฏฺฐมํ ฯ
_______________
สุตฺตนิปาเต จตุตฺถสฺส อฏฺฐกวคฺคสฺส นวมํ มาคนฺทิยสุตฺตํ
๑ ม. อุณฺณมตี จ ฯ ๒ โป. มโนหุ ฯ ๓ โป. ม. ยุ. เอตํ ปิ ทิสฺวา น วิวาทเยถ ฯ
๔ โป. สูรํ ฯ ๕ โป. สจฺจนฺติ ปวาทยนฺติ ฯ
สมณพราหมณ์ผู้ประกอบด้วยทิฐิ ย่อมกล่าวว่า
ความบริสุทธิ์ว่ามีอยู่ในธรรมนี้เท่านั้น ไม่กล่าวความบริสุทธิ์ในธรรมเหล่าอื่น สมณพราหมณ์เป็นอันมาก กล่าวความดีงามในศาสดาของตนเป็นต้นที่ตนอาศัยแล้ว ถือมั่นอยู่ในสัจจะเฉพาะอย่าง (มีคำว่าโลกเที่ยงเป็นต้น) สมณพราหมณ์เจ้าทิฐิ ๒ พวกนั้น ประสงค์จะกล่าวโต้ตอบกัน เข้าไปสู่บริษัทแล้ว ย่อมโต้เถียงกันและกันว่าเป็นคนเขลาสมณพราหมณ์เหล่านั้นต้องการแต่ความสรรเสริญ เป็นผู้มีความสำคัญว่าเราทั้งหลายเป็นคนฉลาดอาศัยศาสดาของกันและกันเป็นต้นแล้ว ย่อมกล่าวคำทะเลาะกัน บุคคลปรารถนาแต่ความสรรเสริญ ขวนขวายหาถ้อยคำวิวาท กระทบกระเทียบกันในท่ามกลางบริษัท แต่กลับเป็นผู้เก้อเขินในเพราะวาทะอันผู้ตัดสินปัญหาไม่ทำให้เลื่อมใส
บุคคลนั้นเป็นผู้แสวงหาโทษ ย่อมโกรธเพราะความนินทา ผู้พิจารณาปัญหาทั้งหลายกล่าววาทะใดของบุคคลนั้นอันตนไม่ทำให้เลื่อมใสแล้วว่าเป็นวาทะเสื่อมสิ้น บุคคลผู้มีวาทะเสื่อมแล้วนั้น ย่อมคร่ำครวญเศร้าโศก ทอดถอนใจว่า ท่านผู้นี้กล่าวสูงเกินเราไป ความวิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในพวกสมณะ ความกระทบกระทั่งกันย่อมมีในเพราะวาทะเหล่านี้ บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้นความทะเลาะกันเสีย ความสรรเสริญและลาภย่อมไม่มีเป็นอย่างอื่นไปเลย ก็หรือบุคคลนั้นกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท เป็นผู้อันบุคคลสรรเสริญแล้วในเพราะทิฐินั้น ย่อมรื่นเริงใจสูงขึ้นเพราะต้องการชัยชนะและมานะนั้นได้ถึงความต้องการชัยชนะนั้นสมใจนึก
การยกตนของบุคคลนั้น เป็นพื้นแห่งความกระทบกัน และบุคคลนั้นย่อมกล่าวถึงการถือตัวและการดูหมิ่นผู้อื่น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้นความทะเลาะกันเสีย ผู้ฉลาดทั้งหลาย ย่อมไม่กล่าวความบริสุทธิ์ด้วยการทะเลาะกันนั้น บุคคลผู้เจ้าทิฐิปรารถนาพบบุคคลเจ้าทิฐิผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม เปรียบเหมือนทหารผู้กล้าหาญซึ่งพระราชาทรงเลี้ยงแล้วด้วยราชขาทนียาหาร ปรารถนาพบทหารผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำราม ฉะนั้นดูกรท่านผู้องอาจ บุคคลเจ้าทิฐิเป็นปฏิปักษ์ของท่านนั้น มีอยู่ณ ที่ใด ท่านจงไป ณ ที่นั้นเถิด กิเลสชาติเพื่อการรบนี้ไม่มีในกาลก่อนเลย (กิเลสชาตินั้นเราผู้ตถาคตละเสียแล้วณ ควงแห่งไม้โพธินั้นแล)
สมณพราหมณ์เหล่าใดถือรั้นทิฐิแล้วย่อมวิวาทกันและย่อมกล่าวว่า สิ่งนี้เท่านั้นจริงท่านผู้กระทำความเป็นข้าศึกในวาทะ (ถ้อยคำ) ที่เกิดขึ้นจงกล่าวทุ่มเถียงกะสมณพราหมณ์เหล่านั้นเถิด พราหมณ์เหล่านั้นไม่มีในที่นี้เลย ส่วนพระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย กำจัดเสนา คือกิเลสให้พินาศแล้ว ไม่กระทำความเห็นให้ผิดไปจากความเห็น เที่ยวไปอยู่ ดูกรปสุระ ท่านจะได้สู้รบโต้ตอบอะไร ในพระอรหันต์ผู้ไม่มีความยึดถือว่าสิ่งนี้ประเสริฐในโลกนี้ ถ้าท่านคิดถึงทิฐิทั้งหลายอยู่ด้วยใจ ถึงความตรึกไปต่างๆ ถือเอาความเป็นคู่แข่งขันกับพระพุทธะผู้กำจัดกิเลสได้แล้วไซร้ ท่านจะสามารถเพื่อถือเอาความเป็นคู่แข่งขันให้สำเร็จไม่ได้เลย ฯ
จบปสูรสูตรที่ ๘
จบ ๘. ปสูรสูตร