arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อัฏฐกวรรค

๘. ปสูรสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๖ ในอัฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. ปสูรสูตร

ว่าด้วยปริพาชกชื่อว่าปสูระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ปสูรปริพาชกในท่ามกลางพุทธบริษัทดังนี้)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อัฏฐกวรรค ปสูรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๕ หน้า ๖๙๙–๗๐๑

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมณพราหมณ์เป็นอันมาก

ย่อมกล่าวความหมดจดในธรรมนี้เท่านั้น

ไม่กล่าวความหมดจดในธรรมเหล่าอื่น

บุคคลอาศัยศาสดาใดก็กล่าวศาสดานั้นว่าดีงาม

ในเพราะทิฏฐิของตนนั้น เป็นผู้ตั้งอยู่ในปัจเจกสัจจะ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙-๖๙/๑๙๕-๒๑๖
  2. ๒ปัจเจกสัจจะ ในที่นี้หมายถึงสัจจะเฉพาะอย่าง เช่น สัจจะที่ว่า โลกเที่ยง นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นไม่จริง (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙/๑๙๖)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นคนอยากพูด

เข้าไปสู่บริษัทแล้ว จับคู่กล่าวหากันและกันว่า เป็นคนพาล

สมณพราหมณ์เหล่านั้นอาศัยสิ่งอื่นแล้ว

ย่อมกล่าวถ้อยคำขัดแย้งกัน

อยากได้ความสรรเสริญ ก็กล่าวยกตนว่า เป็นผู้ฉลาด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนผู้ประกอบถ้อยคำ(เพื่อกล่าว) ในท่ามกลางบริษัท

เมื่ออยากได้ความสรรเสริญ ย่อมเป็นผู้ลังเลใจ

เป็นผู้เก้อเขินในเมื่อถูกคัดค้านตกไป

ย่อมโกรธเคืองเพราะคำนินทา แสวงหาข้อแก้ตัว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บริษัทผู้พิจารณาปัญหากล่าววาทะของเขาว่า เลว

ถูกคัดค้านให้ตกไปแล้ว

เขาเสื่อมวาทะไปแล้ว ย่อมคร่ำครวญเศร้าโศก

ทอดถอนใจว่า เขานำ(หน้า) เราไปแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การวิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในหมู่สมณะ

ความยินดีและความยินร้าย มีอยู่ในการวิวาทเหล่านี้

บุคคลเห็นโทษนี้แล้ว พึงงดเว้นถ้อยคำขัดแย้งกัน

เพราะว่าไม่มีประโยชน์อื่นนอกจากการได้ความสรรเสริญ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็หรือว่า บุคคลกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท

ได้รับความสรรเสริญเพราะทิฏฐิของตนนั้น

เขาย่อมหัวเราะและฟูใจด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น

เพราะได้บรรลุถึงประโยชน์ตามที่ใจคิดไว้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ความลำพองตน ย่อมเป็นภูมิสำหรับย่ำยีของเขา

เขาจึงกล่าวคำถือตัวและคำดูหมิ่นกัน

บุคคลเห็นโทษนี้แล้ว ไม่ควรวิวาทกัน

เพราะผู้ฉลาดทั้งหลาย ไม่กล่าวความหมดจด

ด้วยความวิวาทกันนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนกล้าที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยของเสวยของพระราชา

เขาคึกคะนอง อยากพบคนกล้าฝ่ายตรงข้ามย่อมได้พบ ฉันใด

(เจ้าลัทธิย่อมได้พบเจ้าลัทธิ ฉันนั้น)

ผู้กล้าเอ๋ย เจ้าลัทธิอยู่ที่ใด เธอจงไปเสียจากที่นั้นเถิด

เพราะกิเลสที่เคยมีแต่ก่อนของตถาคตมิได้มีเพื่อการรบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชนเหล่าใดถือทิฏฐิแล้ววิวาทกัน

และกล่าวอ้างว่า นี้เท่านั้นจริง

เธอจงพูดกับชนเหล่านั้นว่า กิเลสที่เป็นข้าศึกกัน

เมื่อวาทะเกิดไม่มีในธรรมวินัยนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอรหันต์เหล่าใด กำจัดเสนาได้แล้ว

ไม่เอาทิฏฐิไปกระทบทิฏฐิ เที่ยวไป

พระอรหันต์เหล่าใดในธรรมวินัยนี้

ไม่มีความถือมั่นสิ่งนี้ว่า ยอดเยี่ยม

ปสูระเอ๋ย เธอจะพึงได้อะไร ในพระอรหันต์เหล่านั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง เธอตรึกอยู่มาแล้ว เธอคิดทิฏฐิทั้งหลายด้วยใจ

มาถึงการแข่งคู่กับเราผู้มีปัญญาเครื่องกำจัดแล้ว

ย่อมไม่สามารถเทียมทันได้เลย

ปสูรสูตรที่ ๘ จบ

จบ ๘. ปสูรสูตร