ปิฐวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๗ ในวิมานวัตถุมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส
วิมานวตฺถุ
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
ปฐโม ปีฐวคฺโค
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๑๘
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปิฐวรรคที่ ๑
๑. ปิฐวิมานที่ ๑
ว่าด้วยทำบุญอะไรจึงเป็นเทพธิดาสวยงาม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปิฐวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ปีฐนฺเต โสวณฺณมยํ อุฬารํ
มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ
อลงฺกเต มาลฺยธเร ๑ สุวตฺเถ
โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
อพฺภาคตานาสนกํ อทาสึ
อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ
ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปีฐวิมานํ ปฐมํ ฯ
๑ ยุโรปิยโปตฺถเก มลฺยธเร ฯเปฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งทองคำของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆ ได้เร็วดังใจตามปรารถนาท่านมีกายอันประดับแล้ว ทรงมาลัยนุ่งห่มผ้าสวยงาม มีรัศมีเปล่งปลั่ง
ดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่าน
สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก ได้ถวายอาสนะแก่หมู่ภิกษุผู้มาใหม่ได้อภิวาท ได้ทำอัญชลี และให้ทานตามสติกำลัง ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดแก่ดิฉันก็เพราะบุญนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันนั้นมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่าง
ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๑
๒ ปิฐวิมานที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปิฐวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ปีฐนฺเต เวฬุริยมยํ อุฬารํ
มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ
อลงฺกเต มาลฺยธเร สุวตฺเถ
โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
อพฺภาคตานาสนกํ อทาสึ
อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ
ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปีฐวิมานํ ทุติยํ ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งอันล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ของท่าน อันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆ
ได้เร็วดังใจตามปรารถนา ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทัดทรงมาลัย
นุ่งห่มผ้าอันสวยงาม มีรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไรฯ นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้ว
มีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก ได้ถวายอาสนะแก่หมู่ภิกษุผู้มา
ใหม่ ได้อภิวาทกระทำอัญชลี และถวายทานตามสติกำลัง ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น และ
โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้และมีรัศมีกายสว่าง
ไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๒
๓. ปิฐวิมานที่ ๓
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปิฐวิมานที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปิฐวิมาน ที่ ๓ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ปีฐนฺเต โสวณฺณมยํ อุฬารํ
มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ
อลงฺกเต มาลฺยธเร สุวตฺเถ
โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อปฺปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ
เยนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
ตสฺส อทาสิหํ ปีฐํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปีฐวิมานํ ตติยํ ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งทองคำของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆ ได้เร็วดังใจตามปรารถนาท่านมีกายอันประดับแล้ว ทรงมาลัย นุ่งห่มผ้าสวยงาม มีรัศมีเปล่งปลั่ง
ดังสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร
อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่าน
สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหา
แห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมอันน้อยของดิฉัน เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลกในชาติก่อน ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดิฉันมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายตั่งแก่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น และโภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีมหานุภาพ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๓
๔. ปิฐวิมานที่ ๔
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปิฐวิมานที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปิฐวิมาน ที่ ๔ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ปีฐนฺเต เวฬุริยมยํ อุฬารํ
มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ
อลงฺกเต มาลฺยธเร สุวตฺเถ
โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อปฺปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ
เยนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
ตสฺส อทาสิหํ ปีฐํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ ตํ ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมหํ ๑ อกาสึ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปีฐวิมานํ จตุตฺถํ ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ตั่งอันล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ของท่านอันใหญ่โต ลอยไปในที่ต่างๆได้เร็วดังใจตามปรารถนา ท่านมีกายอันประดับแล้ว ทัดทรงมาลัย นุ่งห่มผ้าอันสวยงาม มีรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมากอาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญอะไร.
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมอันน้อยของดิฉัน เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ทั้งหลายในมนุษยโลกในชาติก่อน ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดิฉันมีจิตเลื่อมใสได้ถวายตั่งแก่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในที่นี้เพราะบุญนั้น และโภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกท่าน เมื่อครั้งดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใดไว้มีอานุภาพมากรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทิศเพราะ
บุญนั้น.
จบ ปิฐวิมานที่ ๔
๕. กุญชรวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกุญชรวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค กุญชรวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
กุญฺชโร เต วราโรโห นานารตนกปฺปโน
รุจิโร ถามวา ชวสมฺปนฺโน อากาสมฺหิ สมีหติ
ปทุมี ปทุมปตฺตกฺขี ๒ ปทุมุปฺปลชุตินฺธโร ๓
ปทุมจุณฺณาภิกิณฺณงฺโค ๒ โสวณฺณโปกฺขรมาลวา
ปทุมานุสตํ มคฺคํ ปทุมปตฺตวิภูสิตํ ๒
ฐิตํ วคฺคุมนุคฺฆาติ มิตํ คจฺฉติ วารโณ
ตสฺส ปกฺกมมานสฺส โสวณฺณกํสา รติสฺสรา
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถาฏ
ตสฺส นาคสฺส ขนฺธมฺหิ สุจิวตฺถา อลงฺกตา
มหนฺตํ อจฺฉราสงฺฆํ วณฺเณน อติโรจสิ
ทานสฺส เต อิทํ ผลํ อโถ สีลสฺส วา ปน
อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา (ติ ฯ)
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
ทิสฺวาน คุณสมฺปนฺนํ ฌายึ ฌานรตํ สตํ
อทาสึ ปุปฺผาภิกิณฺณํ อาสนํ ทุสฺสสนฺถตํ
อุปฑฺฒปทุมมาลาหํ อาสนสฺส สมนฺตโต
อพฺโภกิริสฺสํ ปตฺเตหิ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ
ตสฺส กมฺมกุสลสฺส อิทํ เม ตาทิสํ ผลํ
สกฺกาโร ครุกาโร จ เทวานํ อปจิตา อหํ
โย เว สมฺมาวิมุตฺตานํ สนฺตานํ พฺรหฺมจารินํ
ปสนฺโน อาสนํ ทชฺชา เอวํ นนฺเท ยถา อหํ
ตสฺมา หิ อตฺตกาเมน มหตฺตมภิกงฺขตา
อาสนํ ทาตพฺพํ โหติ สรีรนฺติมธารินนฺติ ฯ
กุญฺชรวิมานํ ปญฺจมํ ฯ
๑. ม. ยมกาสิ ปุญฺญํ ฯ ๒ ม. ยุ. ปทฺม - ฯ ๓ ม. ยุ. ปทฺมุปฺปล - ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
กุญชรเป็นยานอันประเสริฐของท่าน ประดับประดาด้วยแก้วหลายชนิดเป็นสัตว์น่ารัก มีกำลังว่องไวมาก เที่ยวไปในอากาศได้ มีสีเหมือนกับหม้อใหม่ มีนัยน์ตากลมคล้ายใบบัว มีตัวประดับด้วยพวงดอกปทุมและพวงอุบลทิพย์งามรุ่งเรือง มีกายอันโปรยปรายไปด้วยเกสรปทุม ประดับด้วยปทุมทอง ตามทางที่ช้างเดินไปและหยุดยืนอยู่ มีดอกบัวทองใหญ่ๆคอยรับเท้าช้างทุกฝีเท้า และประดับด้วยดอกปทุมและดอกอุบลทองเวลาเดินก็ค่อยๆ เดินไป ขณะเมื่อเดินไปมีเสียงกระดิ่งไพเราะ น่าเพลิดเพลินใจ คล้ายกับดนตรีเครื่อง ๕ ฉะนั้น บนคอช้างนั้นมีผ้าอย่างสะอาดเป็นเครื่องลาด ท่านรุ่งเรืองกว่าหมู่เทพกัญญาในเชิงรูปร่าง การที่ท่านได้ทิพยสมบัตินี้ ด้วยผลแห่งทาน ผลแห่งศีล หรือผลแห่งการกราบไหว้(ชนิดไหน) อาตมาถามท่านแล้วขอได้โปรดตอบคำถามนั้นแก่อาตมาด้วย.
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะถามแล้วมีใจยินดี ได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ดิฉันได้เห็นพระเถรเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ ผู้เพ่งฌาน ยินดีในฌาน เป็นผู้สงบ ได้ถวายอาสนะที่ลาดด้วยผ้า โปรยดอกไม้ลงรอบๆ อาสนะดิฉันมีใจเลื่อมใส ได้ประดับพวงมาลัยปทุมมีใบติดลงครึ่งหนึ่ง และโรยเกสรปทุมลงครึ่งหนึ่ง ด้วยมือทั้งสองของตน ผลเช่นนี้เป็นผลแห่งกุศลกรรมนั้น เพราะดิฉันได้ทำสักการบูชาแก่ท่านผู้ประหารกิเลสทั้งปวงได้ผู้มีกาย วาจา ใจ สงบระงับแล้ว ผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ อย่างท่านผู้ประเสริฐด้วยคุณทั้งหลายบูชากันมาแล้ว ดิฉันได้ถวายอาสนะด้วยน้ำใจอันผ่องใส เดี๋ยวนี้ดิฉันจึงรื่นเริงบันเทิงใจ เหมือนอย่างที่คนอื่นเขารื่นเริงบันเทิงกัน เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านที่มุ่งประโยชน์ตน ประสงค์ความสุขอันยิ่งใหญ่คือ เพื่อความเป็นผู้สิ้นอาสวขัยในชาติ อันเป็นอวสาน
จึงควรถวายอาสนทาน.
จบ กุญชรวิมานที่ ๕
๖. นาวาวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาวาวิมานที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค นาวาวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ
โอคาฬฺหสิ ๑ โปกฺขรณึ ปทุมํ ๒ ฉินฺทสิ ปาณินา
กูฏาคารา นิเวสา ๓ เต วิภตฺตา ภาคโส มิตา
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา ๔
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ๑ ชาติยา มนุสฺสโลเก
ทิสฺวาน ภิกฺขู ตสิเต กิลนฺเต
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ
โย เว กิลนฺตาน ปิปาสิตานํ
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ
สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช
ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา
ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา
สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา
ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ
วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ
ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก
เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ๒ ลภนฺติ
กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา
ททฺทลฺลมานา ๑ อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมหํ ๒ อกาสึ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
นาวาวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ โป. ม. ยุ. โอคาหสิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปทฺมํ ฯ ๓ โป. นิวาสา ฯ ๔ ม. กูฏาคารา ฯเปฯ
จตุโร ทิสาติ อยํ คาถา น ปากฏา ฯ
๑ ยุ. ปริมยา ฯ ๒ โป. สี. กตปุญฺญา ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่นในสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมากอาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญอะไร?
เทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ในชาติก่อน ครั้งเมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลกได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้กระหายน้ำ เหน็ดเหนื่อยมา จึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน อันว่าผู้ใดแล ได้ถวายน้ำฉันโดยขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมีน้ำเยือกเย็นเต็มไปด้วยบัวขาว(ริมฝั่ง) มีไม้จันทน์และมะม่วงอย่างเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น ที่อยู่และหมู่ไม้ของผู้นั้น มีน้ำหลายสายล้อมรอบประจำ แม่น้ำทั้งหลายมีทรายมูล น้ำเย็นสนิท ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้นหมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ต้นราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยทั้งหลายมีผลดกดื่น ออกดอกชูสล้างเกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้นเขาได้วิมานชั้นดีเยี่ยมงามหนักหนาเช่นนั้น
ว่าโดยภูมิภาคแล้ว มีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้นทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผลเช่นนี้ ดิฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้ จัดไว้เป็นส่วนๆ โดยรอบทิศทั้งสี่ รุ่งเรือง เป็นสง่าอยู่เพราะบุญนั้น ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งเมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์ได้กระทำบุญอันใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และมีรัศมีกายของดิฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญนั้น.
จบ นาวาวิมานที่ ๖
๗. นาวาวิมานที่ ๒
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาวาวิมานที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค นาวาวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ
โอคาฬฺหสิ ๓ โปกฺขรณึ ปทุมํ ๔ ฉินฺทสิ ปาณินา
กูฏาคารา นิเวสา เต วิภตฺตา ภาคโส มิตา
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา ๑ เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
ทิสฺวาน ภิกฺขุํ ตสิตํ กิลนฺตํ
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ
โย เว กิลนฺตสฺส ปิปาสิตสฺส
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ
สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช
ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา
ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา
สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา
ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ
วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ
ตสฺเสว ๒ กมฺมสฺส อยํ วิปาโก
เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ลภนฺติ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
นาวาวิมานํ สตฺตมํ ฯ
๑ โป. ททฺทฬฺหมานา ฯ ๒ ม. ยุ. ยมกาสิ ปุญฺญํ ฯ ๓ โป. ม. ยุ. โอคาหสิ ฯ
๔ ม. ยุ. ปทฺมํ ฯ
๑ ยุ. ส ฯ ๒ ม. ตสฺสีธ ฯ
พระโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่นในสระโบกขรณีเก็บดอกปทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมากอาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ในชาติก่อน ครั้งเมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลกได้เห็นภิกษุผู้กระหายน้ำ เหน็ดเหนื่อยมา จึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมันท่านผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดยขมีขมันแก่ภิกษุที่เหน็ดเหนื่อย กระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมีน้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง)มีหมู่ไม้จันทน์และมะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น ที่อยู่และหมู่ไม้ของผู้นั้นมีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ แม่น้ำทั้งหลายมีทรายมูล น้ำเย็นสนิท ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วงหมู่ต้นรัง หมู่ต้นหมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยทั้งหลายมีผลดกดื่น ออกดอกชูสล้างเกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้นเขาได้วิมานชั้นดีเยี่ยมงามหนักหนาเช่นนั้น ว่าโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้นทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผลเช่นนี้ ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันน่ารักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแก่ดิฉันเพราะบุญนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งเมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ ได้ทำบุญอันใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญนั้น.
จบ นาวาวิมานที่ ๗
๘. นาวาวิมานที่ ๓
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาวาวิมานที่ ๓
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค นาวาวิมาน ที่ ๓ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ
โอคาฬฺหสิ ๑ โปกฺขรณึ ปทุมํ ๒ ฉินฺทสิ ปาณินา
กูฏาคารา นิเวสา เต วิภตฺตา ภาคโส มิตา
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา สมฺพุทฺเธเนว ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
ทิสฺวาน ภิกฺขู ตสิเต กิลนฺเต
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ
โย เว กิลนฺตาน ปิปาสิตานํ
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ
สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช
ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา
ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา
สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา
ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ
วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ
ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก
เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ลภนฺติ
กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา [๑]
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ
เอตสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก ๑
อุฏฺฐาย ๒ พุทฺโธ อุทกํ อปาสีติ ๓ ฯ
นาวาวิมานํ อฏฺฐมํ ฯ
๑ ยุ. โอคาหสิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปทฺมํ ฯ
๑ ม. อกฺขามิ เต พุทฺธมหานุภาว มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่นในสระโบกขรณีเก็บดอกประทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญอะไร
นางเทพธิดานั้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถามแล้วมีใจยินดี ได้ทูลตอบปัญหาแห่งผลกรรมที่ตรัสซักถามว่าในชาติก่อน ครั้งเมื่อหม่อมฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปกระหายน้ำเหน็ดเหนื่อยมาจึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน ผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดยขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมีน้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง) มีหมู่ไม้จันทน์ และมะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ที่อยู่และหมู่ไม้ของผู้นั้น มีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ น้ำเย็นสนิท แม่น้ำทั้งหลายที่ทรายมูล ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง
หมู่ต้นรัง หมู่ต้นหมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยมากมาย มีผลดกดื่นออกดอกชูสล้าง ก็เกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้น เขาได้วิมานดีเยี่ยมงามนักหนาเช่นนั้น ว่ากันโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญนี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผลเช่นนี้ หม่อมฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดเนรมิตมาให้แล้วเป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ งดงามเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่หม่อมฉันเพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของหม่อมฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น
คือ หม่อมฉันขมีขมันถวายน้ำแก่พระพุทธเจ้า.
จบ นาวาวิมานที่ ๘.
๙. ปทีปวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปทีปวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปทีปวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
เกน ตฺวํ วิมโลภาสา อติโรจสิ เทวเต
เกน เต สพฺพคตฺเตหิ สพฺพา โอภาสเร ทิสา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
ตมนฺธการมฺหิ ๔ ติมีสิกายํ
ปทีปกาลมฺหิ อทํ ปทีปํ
โย อนฺธการมฺหิ ติมีสิกายํ
ปทีปกาลมฺหิ ททาติ ทีปํ
อุปฺปชฺชติ โชติรสํ วิมานํ
ปหูตมลฺยํ พหุปุณฺฑรีกํ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
เตนาหํ วิมโลภาสา อติโรจามิ เทวตา
เตน เม สพฺพคตฺเตหิ สพฺพา โอภาสเร ทิสา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ๑ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปทีปวิมานํ นวมํ ฯ
๑ โป. กมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ ม. ผลํ มเมทํ ฯ ๒ โป. ม. อตฺถาย ฯ ๓ ม. อปายีติ ฯ
๔ โป. สมนฺธการมฺหิ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรือง ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไรดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ ล่วงเทวดาทั้งหลายเพราะบุญอะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไรดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมี
กายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า
ในชาติก่อน ครั้งเมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลกเมื่อถึงเดือนมืดมาก ได้เวลาตามประทีป ดิฉันได้ถวายดวงประทีปอันเป็นอุปกรณ์กำจัดความมืดให้เป็นทาน อันว่าผู้ใด ถึงเวลาเดือนมืดมากได้เวลาตามประทีป ได้ถวายประทีปอันเป็นอุปกรณ์กำจัดความมืดให้เป็นทาน วิมานอันมีแสงสว่างเป็นผล ประดับด้วยดอกไม้จันทน์ และบัวขาวอย่างมากมาย ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น ดิฉันมีผิวพรรณถึงเช่นนี้ เพราะการให้ประทีปเป็นทานนั้น อิฐผลสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ เพราะการให้ประทีปเป็นทานนั้น อนึ่ง โภคทรัพย์ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้ประทีปเป็นทานนั้น เพราะการให้ประทีปเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลายมีสรีระร่างทุกๆ ส่วนสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันใหญ่ยิ่ง ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ได้ให้ดวงประทีปใดเป็นทานไว้ ด้วยการให้ประทีปนั้นเป็นทาน ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงเช่นนี้ และรัศมีการของดิฉันจึงสว่างไสวไปทั่ว
ทุกทิศ.
จบ ปทีปวิมานที่ ๙
๑๐. ติลทักขิณวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้เกิดในติลทักขิณวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ติลทักขิณวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
อาสชฺช ทานํ อทาสึ อกามา ติลทกฺขิณํ
ทกฺขิเณยฺยสฺส พุทฺธสฺส ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ติลทกฺขิณวิมานํ ทสมํ ฯ
๑ โป. ยมหํ อกาสึ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรืองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้ เพราะบุญอะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญอะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไรดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็นอยู่ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกาย
ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ในชาติก่อน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีน้ำพระหฤทัยใสสะอาดยิ่ง ดิฉันมีความเลื่อมใสขึ้นอันมิได้ตั้งไว้เดิม ได้ถวายเมล็ดงาเป็นทาน แก่พระพุทธเจ้าผู้พระทักขิไณยบุคคลด้วยมือตนเอง ด้วยการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง โภคทรัพย์ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้เมล็ดงาเป็นทานนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่านครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญ คือ ถวายเมล็ดงาเป็นทานอันใดไว้เพราะการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงอย่างนี้
และรัศมีกายของดิฉันก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.
จบ ติลทักขิณวิมานที่ ๑๐
๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปติพพตาวิมานที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปติพพตาวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
โกญฺจา มยุรา ทิวิยา จ หํสา
วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ
ปุปฺผาภิกิณฺณํ รมฺมมิทํ วิมานํ
อเนกจิตฺตํ นรนาริเสวิตํ
ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว
อิทฺธี วิกุพฺพนฺติ อเนกรูปา
อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต
นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ ๑
เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
ปติพฺพตา อนญฺญมนา อโหสึ
มาตาว ปุตฺตํ อนุรกฺขมานา
กุทฺธาปิหํ นปฺผรุสํ อโวจํ
สจฺเจ ฐิตา โมสวชฺชํ ปหาย
ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา
สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ปติพฺพตาวิมานํ เอกาทสมํ ฯ
๑ โป. ปโมทนฺติ จ ฯ ม. มโมทยนฺติ จ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้วิมานอันมีนกกระเรียนนกยูงทอง นกดุเหว่าดำ และนกดุเหว่าขาว ซึ่งมีทิพยานุภาพเที่ยวส่งเสียงอย่างไพเราะอยู่รอบด้าน ในวิมานนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้หอมชื่นใจ วิจิตรไปด้วยนานาประการ แวดล้อมไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา อนึ่ง หมู่นางเทพอัปสรเหล่านี้มีฤทธิ์ นิรมิตรูปร่างขึ้นแปลกๆ กันเป็นอันมากฟ้อนรำขับร้องอยู่รอบข้าง ให้ท่านมีความร่าเริงอยู่ ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ จึงบรรลุความสำเร็จ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่าง
ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้
พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า
ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นผู้มีสัจจะมั่นในสามี ไม่ประพฤตินอกใจ มีความจงรักต่อสามี เหมือนกับมารดารักบุตร แม้ดิฉันจะโกรธเคืองก็ไม่กล่าวถ้อยคำอันหยาบคาย ละทิ้งการพูดเท็จเสีย ดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ ยินดีในการให้ทาน ตามปกติชอบสงเคราะห์ผู้อื่นเช่นกับสงเคราะห์ตน มีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเป็นทานโดยความเคารพ ด้วยความเป็นผู้ถือสัจจะมั่น เหตุนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างบังเกิดแก่ดิฉัน ก็เพราะความเป็นผู้ถือสัจจะมั่นในสามีเป็นเหตุนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ เพราะบุญอันนั้นดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสวไป
ทั่วทุกทิศ.
จบ ปติพพตาวิมานที่ ๑๑
๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค ปติพพตาวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
เวฬุริยตฺถมฺภํ รุจิรํ ปภสฺสรํ
วิมานมารุยฺห อเนกจิตฺตํ
ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว
อุจฺจาวจา อิทฺธิวิกุพฺพมานา
อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต
นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ
เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
อุปาสิกา จกฺขุมโต อโหสึ
ปาณาติปาตา วิรตา อโหสึ
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยิสฺสํ
อมชฺชปา ๑ นาปิ มุสา อภาณึ
สเกน สามินา อโหสึ ตุฏฺฐา
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา
สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมหํ อกาสึ ๑
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
ทุติยปติพฺพตาวิมานํ ทฺวาทสมํ ฯ
๑ ม. อมชฺชปาโน จ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้ขึ้นวิมานมีเสา อันแล้วไปด้วยแก้วไพฑูรย์งดงาม มีแสงระยับตา ในวิมานของท่านนั้นวิจิตรไปด้วยนานาประการ อนึ่ง หมู่นางเทพอัปสรเหล่านี้ มีร่างกายกระทัดรัดมีฤทธิ์นิรมิตตนได้ ฟ้อนรำขับร้องให้ท่านร่าเริงอยู่รอบข้าง ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้จึงบรรลุความสำเร็จ ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ และรัศมีกาย
ของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นอุบาสิกาของพระจักขุมาตถาคตเจ้า เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ ยินดีเฉพาะสามีของตน ไม่กล่าวคำเท็จและไม่ดื่มน้ำเมา อนึ่ง ดิฉันมีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเลิศเป็นทานโดยเคารพ ด้วยผลแห่งการถือสัจจะมั่นในสามีเป็นอาทินั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณถึงเช่นนี้ ด้วยผลแห่งการถือสัจจะมั่นในสามีเป็นเดิมนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันย่อมสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะบุญสิ่งนั้น.
จบ ปติพพตาวิมานที่ ๑๒.
๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสุณิสาวิมานที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค สุณิสาวิมาน ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
สุณิสา อโหสึ สสุรสฺส ฆเร ๑
อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
ตสฺส อทาสิหํ ปูวํ ปสนฺนา สเกหิ ๒ ปาณิหิ
ภาคฑฺฒภาคํ ทตฺวาน โมทามิ นนฺทเน วเน
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สุณิสาวิมานํ เตรสมํ ฯ
๑ ม. ยมกาสิ ปุญฺญํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณงามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่งรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า
ครั้นดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูลแห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัวดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นถวายส่วนขนมกึ่งส่วนแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวันที่ท่านเห็นอยู่นี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณเช่นนี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้นโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน เพราะบุญนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสว
ไปทั่วทุกทิศ.
จบ สุณิสาวิมานที่ ๑๓.
๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสุณิสาวิมานที่ ๒
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค สุณิสาวิมาน ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา
สุณิสา อโหสึ สสุรสฺส ฆเร
อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
ตสฺส อทาสิหํ ภาคํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ
กุมฺมาสปิณฺฑํ ทตฺวาน โมทามิ นนฺทเน วเน
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สุณิสาวิมานํ จุทฺทสมํ ฯ
๑ ม. เคเห ฯ ๒ ม. เสหิ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
แน่ะนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณงามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่งรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า
ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูลแห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัวดิฉันเลื่อมใสได้ถวายข้าวบาร์ลี และขนมถั่วเหลืองแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือตนเอง ครั้นถวายแล้ว จึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน ด้วยการทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้น โภคทรัพย์ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่ง รัศมีกายของดิฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
ก็เพราะบุญนั้นๆ.
จบ สุณิสาวิมานที่ ๑๔
๑๕. อุตตราวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุตตราวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค อุตตราวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
อิสฺสา จ มจฺฉริยมาโน ๑ ปลาโส
นาโหสิ มยฺหํ ฆรมาวสนฺติยา
อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี
อุโปสเถ นิจฺจปฺปมตฺตา ๒
จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ
อุโปสถํ อุปวสึ ๓ สทา สีเล สุสํวุตา
สญฺญมา สํวิภาคา จ วิมานํ อาวสามหํ
ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา
เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา
ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจานโกวิทา
อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน
สาหํ สเกน สีเลน ยสสา จ ยสสฺสินี
อนุโภมิ สกํ ปุญฺญํ สุขิตา จมฺหิ อนามยา
เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว
มนุสฺสภูตา ยมหํ อกาสึ
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
มม จ ภนฺเต วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ อุตฺตรา นาม ภนฺเต อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภนฺเต ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสีติ ฯ
อุตฺตราวิมานํ ปณฺณรสมํ ฯ
๑ ม. มจฺเฉรมโถ ฯ ยุ. มจฺฉริยมโถ ฯ ๒ ม. นิจฺจหมปฺปมตฺตา ฯ
๓ โป. ม. อุปวสิสฺสํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า
แน่ะนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศเหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณงามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่งรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้?
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีใจยินดีได้พยากรณ์
ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า
เมื่อครั้งดิฉันยังปกครองบ้านเรือนอยู่ ดิฉันไม่มีความริษยา ไม่มีความตระหนี่ ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ตีเสมอ ไม่โกรธ ไม่ประพฤตินอกใจสามีไม่ประมาทในวันอุโบสถและวันปกติ เข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ วัน ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ระมัดระวังในนิจศีลและอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัดตลอดกาลทุกเมื่อ ขณะที่อยู่ในวิมาน ดิฉันมีความสำรวมจำแนกทาน ยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ คือ งดเว้นจากปาณาติบาตอย่างเด็ดขาด ๑ งดเว้นจากความเป็นขโมยอย่างห่างไกล ๑ ไม่ประพฤติล่วงประเวณี ๑ ระมัดระวังในการพูดเท็จ ๑ สำรวมการดื่มน้ำเมาอย่างเด็ดขาด ๑ ดิฉันเป็นผู้ฉลาดในอริยสัจธรรม เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มีพระจักษุเปรื่องยศ ดิฉันนั้นผู้ยิ่งยศโดยยศได้ก็เพราะศีลของตนเอง ดิฉันได้เสวยผลแห่งบุญของตนอยู่ จึงสุขกายสุขใจปราศจากโรค เพราะการกระทำและการประพฤติอย่างนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ได้
ก็เพราะการกระทำและการประพฤติอย่างนั้น โภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันก็เพราะการกระทำอย่างนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้บำเพ็ญกิจและประพฤติสิ่งใดไว้ เพราะการกระทำและความประพฤตินั้นดิฉันจึงมีอานุภาพอย่างรุ่งโรจน์ถึงเช่นนี้ อนึ่ง รัศมีกายของดิฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ก็เพราะการกระทำและความประพฤตินั้น.
ก็และนางเทพธิดาได้กราบเรียนต่อไปว่า ขอท่านได้กรุณานำไปกราบทูลแด่พระผู้มีพระภาคตามคำของดิฉันด้วยเถิดว่า นางอุตตราอุบาสิกา ขอถวายบังคมพระบาทยุคลของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้อที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์ดิฉัน ในสามัญผลอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ไม่น่าอัศจรรย์เลย แต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ดิฉันในสกทาคามิผลนั้นน่าอัศจรรย์.
จบ อุตตราวิมานที่ ๑๕
๑๖. สิริมาวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสิริมาวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค สิริมาวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ยุตฺตา จ เต ปรมอลงฺกตา หยา
อโธมุขา อฆสิ คมา พลี ชวา
อภินิมฺมิตา ปญฺจ รถา สตา จ เต
อเนฺวนฺติ ตํ สารถิโจทิตา หยา
สา ติฏฺฐสิ รถวเร อลงฺกตา
โอภาสยํ ชลมิว โชติปาวโก
ปุจฺฉามิ ตํ วรตนุ อโนมทสฺสเน
กสฺมา กายา อนธิวรํ อุปาคมิ
กามคฺคปตฺตานํ ยมาหุ อนุตฺตรา
นิมฺมาย นิมฺมาย รมนฺติ เทวตา
ตสฺมา กายา อจฺฉรา กามวณฺณินี
อิธาคตา อนธิวรํ นมสฺสิตุํ
กึ ตฺวํ ปุเร สุจริตมาจรี อิธ
เกนาสิ ตฺวํ อมิตยสา สุเขธิตา
อิทฺธี จ เต อนธิวรา วิหงฺคมา
วณฺโณ จ เต ทส ทิสา วิโรจติ
เทเวหิ ตฺวํ ปริวุตา สกฺกตา จสิ
กุโต จุตา สุคติคตาสิ เทวเต
กสฺส วา ตฺวํ วจนกรานุสาสนึ
อาจิกฺข เม ตฺวํ ยทิ พุทฺธสาวิกา (ติ) ฯ
นคนฺตเร นครวเร สุมาปิเต
ปริจาริกา ราชวรสฺส สิรีมโต
นจฺเจหิ คีเตหิ ๑ ปรมสุสิกฺขิตา อหุํ
สิริมาติ มํ ราชคเห อเวทึสุ
พุทฺโธ จ เม อิสินิสโภ วินายโก
อเทสยิ สมุทยทุกฺขนิจฺจตํ
อสงฺขตํ ทุกฺขนิโรธํ สสฺสตํ
มคฺคญฺจิมํ อกุฏิลํ อญฺชสํ สิวํ
สุตฺวานหํ อมตปทํ อสงฺขตํ
ตถาคตสฺส อนธิวรสฺส สาสนํ
สีเลสฺวาหํ ปรมสุสํวุตา อหุํ
ธมฺเม ฐิตา นรวรพุทฺธเทสิเต
ญตฺวาน ตํ ๒ วิรชํ ปทํ อสงฺขตํ
ตถาคเตน อนธิวเรน เทสิตํ
ตตฺเถวหํ สมถสมาธิมาผุสึ
สาเยว เม ปรมนิยามตา อหุ
ลทฺธานหํ อมตวรํ วิเสสนํ
เอกํสิกา อภิสมเย วิเสสิย
อสํสยา พหุชนปูชิตา อหํ
ขิฑฺฑํ รตึ ปจฺจนุโภมนปฺปกํ
เอวํ อหํ อมตรสมฺหิ เทวตา
ตถาคตสฺส อนธิวรสฺส สาวิกา
ธมฺมทฺทสา ปฐมผเล ปติฏฺฐิตา
โสตาปนฺนา น จ ปุนมตฺถิ ทุคฺคติ
สา วนฺทิตุํ อนธิวรํ อุปาคมึ
ปาสาทิเก กุสลรเต จ ภิกฺขโว
นมสฺสิตุํ สมณสมาคมํ สิวํ
สคารวา สิริมโต ธมฺมราชิโน
ทิสฺวา มุนึ มุทิตมนมฺหิ ปีณิตา
ตถาคตํ นรวรทมฺมสารถึ
ตณฺหจฺฉิทํ กุสลรตํ วินายกํ
วนฺทามหํ ปรมหิตานุกมฺปกนฺติ ฯ
สิริมาวิมานํ โสฬสมํ ฯ
๑ ม. ยุ. นจฺเจ คีเต ฯ ๒ ญตฺวานหนฺติปิ ฯ
พระวังคีสเถระประสงค์จะให้นางสิริมาเทพธิดา ได้ประกาศบุญกรรมที่นางทำไว้ในครั้งก่อน จึงย้อนถามนางด้วยคาถาสองคาถา ความว่า
ดูกรนางงามประจำชั้นไตรทศ ผู้มีร่างกายสะโอดสะอง ฉันจะขอถามท่านการที่ท่านเข้าถึงความเป็นผู้มีสกลกาย และยานพาหนะอย่างประเสริฐเลิศยิ่ง คือ ท่านมีรถถึง ๕๐๐ คัน บุญกรรมเนรมิตมาให้โดยเฉพาะ ทั้งเทียมแล้วด้วยม้าอาชาไนยหลายตัว ทุกๆ ตัวเครื่องประดับประจำ ล้วนเครื่องสูง มันพากันก้มหน้าลง ในขณะที่ท่านจะลงมาจากเทวโลกและเหินไปตามอากาศได้ มีกำลังฉับเฉี่ยว ม้าอาชาไนยทุกม้า อันบุญกรรมดังนายสารถีเร่งแล้วก็พาตัวท่านไปได้ ท่านนั้นขณะที่ยืนอยู่บนรถอันเพริศแพร้วที่บุญกรรมตกแต่งมาให้แล้ว ก็สว่างไสวคล้ายกับไฟกำลังโชติ
ช่วงอยู่เช่นนี้ เพราะได้ทำบุญสิ่งใดไว้?
นางเทพธิดาอันพระเถระถามแล้ว เมื่อจะประกาศการกระทำของตนให้ประจักษ์
จึงตอบเป็นคาถาความว่า
พระคุณเจ้าพูดถึงหมู่ทวยเทพชั้นปรนิมมิตวสวัสดี ซึ่งเป็นผู้เลิศโดยเชิงภพที่อยู่ และโภคสมบัติหมู่ใดว่า เป็นทวยเทพที่เยี่ยมหาที่เปรียบมิได้ทวยเทพเหล่านั้น ก็มีความสุขสบายแต่ในภพและโภคสมบัติที่ทวยเทพพวกอื่นมาเนรมิตให้เท่านั้น เพราะฉะนั้น ทวยเทพที่มีหน้าที่เนรมิตภพและโภคสมบัติให้ คือพวกที่พระคุณเจ้าพูดถึงอยู่นี้ จึงได้นามว่า"นิมมานรดี" เป็นนางฟ้าที่มีร่างกายและผิวพรรณงดงามอันก่อให้เกิดความงวยงงเพราะความรัก เดี๋ยวนี้มาถึงมนุษยโลกนี้แล้วเพื่อจะถวาย
บังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อนางเทพธิดาประกาศความที่ตนเป็นนิมมานรดีเทพ ให้ปรากฏเช่นนี้แล้ว พระเถระใคร่จะถามถึงบุญกรรมที่นางให้ก่อสร้างไว้ในชาติก่อน จึงได้ภาษิตสองคาถาความว่า
ชาติก่อนแต่จะเป็นนางเทพธิดานี้ ท่านได้สั่งสมสุจริตกรรมอย่างไรไว้ท่านมียศบริวารอยู่มากมาย เปี่ยมไปด้วยความสุข สำหรับตัวท่านเล่าก็มีฤทธิ์และอำนาจพ้นจากสิ่งธรรมดาสูงเยี่ยม และมักเหาะไปในอากาศได้ (เช่นนี้) เพราะบุญกรรมอะไร อนึ่ง รัศมีกายของท่านก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ และท่านเล่าก็มีมวลเทพเจ้าเกรงกลัวและห้อมล้อมอยู่รอบท่านจุติมาจากคติไหนจึงมาถึงสุคตินี้ แม่เทพธิดา อนึ่ง ท่านได้ทำตามด้วยอาการยอมรับเอาโอวาทานุสาสนีในศาสนปาพจน์ของพระศาสดาองค์ไหน หากท่านเป็นสาวิกาของพระพุทธเจ้าจริงไซร้ ขอท่านได้โปรดตอบ
คำถามของฉันนี้แก่ฉันด้วย?
เมื่อนางเทพธิดา จะตอบเนื้อความตามที่พระเถระถามอย่างนี้ จึงกล่าวตอบด้วยคาถาเหล่านี้ความว่า
ดิฉันเป็นพระสนมของพระเจ้าพิมพิสารผู้ประเสริฐ มีศิริ อยู่ในพระนครราชคฤห์ ซึ่งตั้งอยู่ในระหว่างภูเขา อันเป็นนครที่แออัดไปด้วยนักปราชญ์ดิฉันมีความชำนาญในการฟ้อนรำขับร้องชั้นเยี่ยม ชาวเมืองในกรุงราชคฤห์ เขาพากันเรียกดิฉันว่า "นางสิริมา" พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้องอาจในจำพวกผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ ผู้แนะนำสัตว์โลกให้เป็นผู้พิเศษ ได้ทรงแสดงความไม่เที่ยงแห่งของจริง คือ เหตุเกิดของทุกข์และทางให้ถึงความดับทุกข์ อันเป็นธรรมที่ไม่มีปัจจัยอะไรปรุงแต่ง เป็นทางถาวร ทางตรง เป็นทางสุขเกษมแก่ดิฉัน ครั้นดิฉันฟังธรรมอันเป็นทางไม่ตาย ไม่มีเหตุปัจจัยอะไรปรุงแต่งได้ ซึ่งเป็นคำสอนของพระตถาคตผู้ประเสริฐแล้ว
จึงเป็นผู้สำรวมอย่างเคร่งครัดในศีลทั้งหลายดำรงมั่นอยู่ในธรรมปฏิบัติ ที่พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่านรชนทรงแสดงไว้แล้ว ครั้นดิฉันรู้จักบทอันปราศจากธุลี ซึ่งหาเหตุปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ที่พระตถาคตผู้ประเสริฐทรงแสดงไว้นั้น ดิฉันจึงได้บรรลุสมาธิอันเกิดจากความสงบจิตใจในอัตภาพนั้นเอง ดิฉันนั้นจึงได้มีความแน่นอนในมรรคผลอันเป็นธรรมชั้นเยี่ยมขึ้น ครั้นดิฉันได้ฟังธรรมอันประเสริฐอันไม่เกิดไม่ตายอย่างวิเศษแล้ว จึงหมดความเคลือบแคลงในพระรัตนตรัย มีความรู้พิเศษในการรู้อริยสัจธรรม หมดความสงสัยในสิ่งทั้งปวงจึงควรเป็นที่บูชาของชุมนุมชน ได้รับผลคือความสุขอันมั่นคง เป็นเครื่องตอบแทนมากมาย
โดยทำนองตามที่กราบเรียนมานี้ ดิฉันจึงเป็นนางเทพธิดาผู้เห็นนิพพาน เป็นสาวิกาของพระตถาคตผู้ประเสริฐ เป็นผู้ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริง เป็นผู้ตั้งอยู่ในผลขั้นแรก คือ เป็นพระโสดาบันก็ทุคติย่อมไม่มีแก่ดิฉันอีก ดิฉันนั้นมาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ก็เพื่อจะถวายบังคม และนมัสการภิกษุทั้งหลายที่น่าเลื่อมใสผู้ยินดีในธรรมอันไม่มีโทษ และเพื่อจะนมัสการสถานที่ๆ พระสมณะประชุมกัน อันเป็นสถานที่มีธรรมเกษม ดิฉันเป็นผู้มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระศิริ เป็นพระธรรมราชา ครั้นได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ก็อิ่มเอิบปลาบปลื้มใจ ดิฉันขอถวายบังคมพระตถาคต ผู้เป็นสารถีของบุคคลที่ควรฝึกอย่างยอดเยี่ยมทรงตัดตัณหาเสียได้ ทรงยินดีแล้วในกุศลธรรม ผู้ทรงแนะนำประชุมชนให้พ้นจากทุกข์ได้ ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์โลกในทางที่เป็นประโยชน์
อย่างยิ่ง.
จบ สิริมาวิมานที่ ๑๖.
๑๗. เปสการิยวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในเปสการิยวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรค เปสการิยวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรํ
เวฬุริยตฺถมฺภํ สตตํ สุนิมฺมลํ ๑
สุวณฺณรุกฺเขหิ สมนฺตโมตฺถตํ
ฐานํ มมํ กมฺมวิปากสมฺภวํ
ตตฺรูปปนฺนา ปุริมจฺฉรา อิมา
สตํ สหสฺสานิ สเกน กมฺมุนา
ตุวํสิ อชฺฌูปคตา ยสสฺสินี
โอภาสยํ ติฏฺฐสิ ปุพฺพเทวตา
สสี อธิคฺคยฺห ยถา วิโรจติ
นกฺขตฺตราชาริว ตารกาคณํ
ตเถว ตฺวํ อจฺฉราสงฺคณํ อิมํ
ททฺทลฺลมานา ยสสา วิโรจสิ
กุโต นุ อาคมฺม อโนมทสฺสเน
อุปปนฺนา ตฺวํ ภวนํ มมํ อิทํ
พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา
สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ตนฺติ ฯ
ยเมตํ สกฺก อนุปุจฺฉเส มมํ
กุโต จุตา อิธ อาคตา ตุวํ
พาราณสี นาม ปุรตฺถิ กาสินํ
ตตฺถ ปุเร อโหสึ เปสการิกา ๒
พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานสา
สงฺเฆ จ เอกนฺตคตา อสํสยา
อขณฺฑสิกฺขาปทา อาคตปฺผลา
สมฺโพธิธมฺเม นิยตา อนามยาติ
ตนฺตฺยาภินนฺทามเส สฺวาคตญฺจ เต
ธมฺเมน จ ตฺวํ ยสสา วิโรจสิ
พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานเส
สงฺเฆ จ เอกนฺตคเต อสํสเย
อขณฺฑสิกฺขาปเท อาคตปฺผเล
สมฺโพธิธมฺเม นิยเต อนามเยติ ฯ
เปสการิยวิมานํ สตฺตรสมํ ฯ
อุทฺทานํ
ปญฺจ ปีฐา ตโย นาวา ปทีปา ติลทกฺขิณา
เทฺว ปตี เทฺว สุณิสา อุตฺตรา สิริมา เปสการิกา
วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ
อิตฺถีวิมาเน วคฺโค ปฐโม ฯ
๑ โป. ม. ยุ. สุนิมฺมิตํ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. เกสการิกา ฯ
นางเปสการีเทพธิดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถา กึ่งคาถาความว่า วิมานหลังนี้เป็นวิมานงามรุ่งเรือง มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใหญ่โตสะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานหลังนี้เกิดเพราะผลกรรมของเรา นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ ซึ่งเกิดประจำในวิมาน
ก็เพราะกรรมของเรา
สมเด็จอัมรินทราธิราช มีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาสองคาถากึ่งความว่า
ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยบริวาร มีรัศมีกายแผ่ซ่านกว่าเทพเจ้าที่เกิดก่อน พระจันทร์มีรัศมีสุกสะกาวยิ่งกว่าหมู่ดาวนักขัตฤกษ์ ฉันใด ท่านก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสรทั้งหมด โดยเชิงบริวาร ฉันนั้นเหมือนกัน แน่ะนางงามผู้มีพักตร์ควรพิศ ท่านมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ เทพเจ้าชาวไตรทศรวมหมดทั้งพระอินทร์ พระพรหม ดูเหมือน
จะไม่รู้สึกอิ่มในการดูท่าน?
นางเทพธิดา อันสมเด็จอัมรินทราธิราชมีเทวโองการตรัสถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาสองคาถาความว่า
ขอเดชะ พระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉันถึงตระกูลเดิมของหม่อมฉันว่า ท่านจุติมาจากภพไหนจึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อมฉันได้จุติมาจากกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะที่อยู่ในนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดานายช่างหูก ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดยใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทอันได้สมาทานแล้ว ไม่ด่างพร้อยได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรม ของสัมมาสัม
พุทธเจ้า เป็นผู้มีพระอนามัยดี.
สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติ ของนางเทพธิดานั้นจึงตรัสคาถาถึ่งความว่า
เราขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี ท่านเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยยศ มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อย่างใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย เป็นผู้ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างบริบูรณ์ เป็นได้สำเร็จอริยผล เป็นคนหมดโรค ควรที่จะได้ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าแน่นอน.
จบเปสการิยวิมานที่ ๑๗.
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปิฐวิมานที่ ๑ ๒. ปิฐวิมานที่ ๒
๓. ปิฐวิมานที่ ๓ ๔. ปิฐวิมานที่ ๔
๕. กุญชรวิมาน ๖. นาวาวิมานที่ ๑
๗. นาวาวิมานที่ ๒ ๘. นาวาวิมานที่ ๓
๙. ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน
๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒
๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒
๑๕. อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน
๑๗. เปสการิยวิมาน.
จบ วรรคที่ ๑ ในอิตถีวิมาน.
จบ ปิฐวรรค