arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค

วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส เล่ม ๓๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๖–๒๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔๖/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ เนกฺขมฺมาธิปตตฺตา ปญฺญา กามจฺฉนฺทโต สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ ๑ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ อพฺยาปาทาธิปตตฺตา ปญฺญา พฺยาปาทโต สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ อาโลกสญฺญาธิปตตฺตา ปญฺญา ถีนมิทฺธโต สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ อวิกฺเขปาธิปตตฺตา ปญฺญา อุทฺธจฺจโต สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ธมฺมววตฺถานาธิปตตฺตา ปญฺญา วิจิกิจฺฉาย สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ญาณาธิปตตฺตา ปญฺญา อวิชฺชาย สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ปามุชฺชาธิปตตฺตา ปญฺญา อรติยา สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ปฐมชฺฌานาธิปตตฺตา ปญฺญา นีวรเณหิ สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคาธิปตตฺตา ปญฺญา สพฺพกิเลเสหิ สญฺญาย วิวฏฺฏตีติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อธิปตตฺตา ปญฺญา สญฺญาวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

___________

๑ สี. สพฺพวาเรสุ สญฺญาวิวตฺเต วิวตฺตตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี เป็นสัญญาวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

ปัญญาในความมีเนกขัมมะเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากกามฉันทะด้วย ปัญญาเครื่องรู้ดีเพราะฉะนั้น ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี จึงเป็นสัญญาวิวัฏฏญาณ ปัญญาในความมีความไม่พยาบาทเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากพยาบาทด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี เพราะฉะนั้น ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี จึงเป็นสัญญาวิวัฏฏญาณ ปัญญาในความมีอาโลกสัญญาเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากถีนมิทธะด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากอุทธัจจะด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีการกำหนดธรรมเป็นอธิบดีย่อมหลีกออกจากวิจิกิจฉาด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีญาณเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากอวิชชาด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีปราโมทย์เป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากอรติด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ... ปัญญาในความมีปฐมฌานเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากนิวรณ์ด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี ฯลฯ ปัญญาในความมีอรหัตมรรคเป็นอธิบดี ย่อมหลีกออกจากกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ดี เพราะฉะนั้นปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี จึงเป็นสัญญาวิวัฏฏญาณ ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความมีกุศลธรรมเป็นอธิบดี เป็นสัญญาวิวัฏฏญาณ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ เนกฺขมฺเมกตฺตํ เจตยโต กามจฺฉนฺทโต จิตฺตํ วิวฏฺฏตีติ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ พฺยาปาโท นานตฺตํ อพฺยาปาโท เอกตฺตํ อพฺยาปาเทกตฺตํ เจตยโต พฺยาปาทโต จิตฺตํ วิวฏฺฏตีติ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ ถีนมิทฺธํ นานตฺตํ อาโลกสญฺญา เอกตฺตํ อาโลกสญฺเญกตฺตํ เจตยโต ถีนมิทฺธโต จิตฺตํ วิวฏฺฏตีติ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสา นานตฺตํ อรหตฺตมคฺโค เอกตฺตํ อรหตฺตมคฺเคกตฺตํ เจตยโต สพฺพกิเลเสหิ จิตฺตํ วิวฏฺฏตีติ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ นานตฺเต ปญฺญา เจโตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง เป็นเจโตวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

กามฉันทะเป็นความต่าง เนกขัมมะเป็นอย่างเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากกามฉันทะ เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณพยาบาทเป็นความต่าง ความไม่พยาบาทเป็นอย่างเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่ความไม่พยาบาทเป็นธรรมอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากพยาบาท เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณถีนมิทธะเป็นความต่าง อาโลกสัญญาเป็นอย่างเดียว เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่อาโลกสัญญาเป็นธรรมอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากถีนมิทธะ เพราะฉะนั้นปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ ฯลฯกิเลสทั้งปวงเป็นความต่าง อรหัตมรรคเป็นอย่างเดียวเมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่อรหัตมรรคเป็นธรรมอย่างเดียว จิตย่อมหลีกออกจากกิเลสทั้งปวงเพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมเป็นเหตุหลีกออกจากความต่าง เป็นเจโตวิวัฏฏญาณ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต เนกฺขมฺมวเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ พฺยาปาทํ ปชหนฺโต อพฺยาปาทวเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ ถีนมิทฺธํ ปชหนฺโต อาโลกสญฺญาวเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯเปฯ สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต อรหตฺตมคฺควเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อธิฏฺฐาเน ปญฺญา จิตฺตวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

____________

ฉบับหลวง

ปัญญาในการอธิษฐาน เป็นจิตตวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

เมื่อพระโยคาวจรละกามฉันทะ ย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ เมื่อละพยาบาทย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งความไม่พยาบาทเมื่อละถีนมิทธะ ย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งอาโลกสัญญา ฯลฯ เมื่อละกิเลสทั้งปวง ย่อมอธิษฐานจิตด้วยสามารถแห่งอรหัตมรรค เพราะฉะนั้นปัญญาในการอธิษฐาน (แต่ละอย่าง) จึงเป็นจิตตวิวัฏฏญาณ (แต่ละอย่าง) ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการอธิษฐานเป็นจิตตวิวัฏฏญาณ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ สุญฺญเต ปญฺญา ญาณวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ จกฺขุํ สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา นิจฺเจน วา ธุเวน วา สสฺสเตน วา อวิปริณามธมฺเมน วาติ ยถาภูตํ ปชานโต ๑ ปสฺสโต จ กามาภินิเวสโต ๒ ญาณํ วิวฏฺฏตีติ สุญฺญเต ปญฺญา ญาณวิวฏฺเฏ ญาณํ โสตํ สุญฺญํ ฯเปฯ ฆานํ สุญฺญํ ชิวฺหา สุญฺญา กาโย สุญฺโญ มโน สุญฺโญ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา นิจฺเจน วา ธุเวน วา สสฺสเตน วา อวิปริณามธมฺเมน วาติ ยถาภูตํ ปชานโต ปสฺสโต จ กามาภินิเวสโต ๓ ญาณํ วิวฏฺฏตีติ สุญฺญเต ปญฺญา ญาณวิวฏฺเฏ ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สุญฺญเต ปญฺญา ญาณวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

_______________

ฉบับหลวง

ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า เป็นญาณวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

เมื่อพระโยคาวจรรู้ชัดและเห็นแจ้งตามความเป็นจริงว่า จักษุว่างเปล่าจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความเที่ยง จากความยั่งยืน จากความคงที่หรือจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา ญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือในกาม เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า จึงเป็นญาณวิวัฏฏญาณ เมื่อพระโยคาวจรรู้ชัดและเห็นแจ้งตามความเป็นจริงว่า หูว่างเปล่า ฯลฯ จมูก

ว่างเปล่า ลิ้นว่างเปล่า กายว่างเปล่า ใจว่างเปล่า จากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน

จากความเที่ยง จากความยั่งยืน จากความคงที่ หรือจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา ญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือในกาม เพราะฉะนั้น ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า จึงเป็นญาณวิวัฏฏญาณ ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมอันว่างเปล่า เป็นญาณวิวัฏฏญาณ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ โวสฺสชฺชตีติ ๔ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธํ โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจํ โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ โวสฺสคฺเค ปญฺญา วิโมกฺขวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

___________

๑ ม. ยุ. ชานโต ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ยุ. จกฺขาภินิเวสโต ฯ ๓ ม. ยุ.

มนาภินิเวสโต ฯ ๔ สี. โวสฺสชฺชตีติ โวสฺสชตีติ เทฺว ปาฐา ทิสฺสนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญาในความสลัดออก เป็นวิโมกขวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

พระโยคาวจรย่อมสลัดกามฉันทะออกด้วยเนกขัมมะ สลัดพยาบาทออกด้วยความไม่พยาบาท สลัดถีนมิทธะออกด้วยอาโลกสัญญา สลัดอุทธัจจะออกด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน สลัดวิจิกิจฉาออกด้วยการกำหนดธรรม ฯลฯ สลัดกิเลสทั้งปวงออกด้วยอรหัตมรรค เพราะฉะนั้น ปัญญาในความสลัดออก (แต่ละอย่าง)จึงเป็นวิโมกขวิวัฏฏญาณ (แต่ละอย่าง) ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความสลัดออก เป็นวิโมกขวิวัฏฏญาณ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺฐํ สงฺขตฏฺฐํ สนฺตาปฏฺฐํ วิปริณามฏฺฐํ ปริชานนฺโต วิวฏฺฏตีติ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ สมุทยสฺส อายุหนฏฺฐํ นิทานฏฺฐํ สญฺโญคฏฺฐํ ปลิโพธฏฺฐํ ปชหนฺโต วิวฏฺฏตีติ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ นิโรธสฺส นิสฺสรณฏฺฐํ วิเวกฏฺฐํ อสงฺขตฏฺฐํ อมตฏฺฐํ สจฺฉิกโรนฺโต วิวฏฺฏตีติ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ มคฺคสฺส นิยฺยานฏฺฐํ เหตฏฺฐํ ทสฺสนฏฺฐํ อาธิปเตยฺยฏฺฐํ ภาเวนฺโต วิวฏฺฏตีติ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ สญฺญาวิวฏฺโฏ ๑ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณวิวฏฺโฏ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ สจฺจวิวฏฺโฏ สญฺชานนฺโต วิวฏฺฏตีติ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจตยนฺโต วิวฏฺฏตีติ เจโตวิวฏฺโฏ วิชานนฺโต วิวฏฺฏตีติ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณํ กโรนฺโต วิวฏฺฏตีติ ญาณวิวฏฺโฏ โวสฺสชฺชนฺโต วิวฏฺฏตีติ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ ตถฏฺเฐ วิวฏฺฏตีติ สจฺจวิวฏฺโฏ ฯ

๑ สี. สญฺญาวิวตฺโตตฺยาทิ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ปัญญาในความว่าธรรมจริง เป็นสัจจวิวัฏฏญาณอย่างไร ฯ

เมื่อพระโยคาวจรกำหนดรู้ความบีบคั้น ความปรุงแต่ง ความให้เดือดร้อน ความแปรปรวน แห่งทุกข์ ย่อมหลีกไป เมื่อละความประมวลมา ความเป็นเหตุ ความเกี่ยวข้องความกังวล แห่งสมุทัย ย่อมหลีกไป เมื่อกระทำให้แจ้งซึ่งความสลัดออก ความสงัด ความไม่มีเครื่องปรุงแต่ง ความไม่ตาย แห่งนิโรธย่อมหลีกไป เมื่อเจริญความนำออก ความเป็นเหตุ ความเห็น ความเป็นอธิบดีแห่งมรรค ย่อมหลีกไป เพราะฉะนั้น ปัญญาในความว่าธรรมจริง (แต่ละอย่าง)จึงเป็นสัจจวิวัฏฏญาณ (แต่ละอย่าง) ญาณเป็นสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ญาณวิวัฏฏ์ วิโมกขวิวัฏฏ์ สัจจวิวัฏฏ์ พระโยคาวจรเมื่อรู้พร้อมย่อมหลีกไป เพราะฉะนั้นจึงเป็นสัญญาวิวัฏฏ์ เมื่อคิดถึงย่อมหลีกไป เพราะฉะนั้นจึงเป็นเจโตวิวัฏฏ์ เมื่อรู้แจ้ง ย่อมหลีกไปเพราะฉะนั้นจึงเป็นจิตตวิวัฏฏ์เมื่อกระทำญาณย่อมหลีกไป เพราะฉะนั้นจึงเป็นญาณวิวัฏฏ์ เมื่อสลัดออกย่อมหลีกไป เพราะฉะนั้นจึงเป็นวิโมกขวิวัฏฏ์ ย่อมหลีกไปในความว่าธรรมจริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นสัจจวิวัฏฏ์ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ ตตฺถ เจโตวิวฏฺโฏ ยตฺถ เจโตวิวฏฺโฏ ตตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ ตตฺถ จิตฺตวิวฏฺโฏ ยตฺถ จิตฺตวิวฏฺโฏ ตตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ตตฺถ ญาณวิวฏฺโฏ ยตฺถ ญาณวิวฏฺโฏ ตตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณวิวฏฺโฏ ตตฺถ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ ยตฺถ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ ตตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณวิวฏฺโฏ ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณวิวฏฺโฏ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ ตตฺถ สจฺจวิวฏฺโฏ ยตฺถ สจฺจวิวฏฺโฏ ตตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ เจโตวิวฏฺโฏ จิตฺตวิวฏฺโฏ ญาณวิวฏฺโฏ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ตถฏฺเฐ ปญฺญา สจฺจวิวฏฺเฏ ญาณํ ฯ

____________

ฉบับหลวง

ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีเจโตวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคใดมีเจโตวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัญญาวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีจิตตวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีจิตตวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์จิตตวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีญาณวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีญาณวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคใดมี สัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ ญาณวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีวิโมกขวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีวิโมกขวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ ญาณวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ ญาณวิวัฏฏ์ วิโมกขวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีสัจจวิวัฏฏ์ ในขณะแห่งมรรคใดมีสัจจวิวัฏฏ์ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีสัญญาวิวัฏฏ์ เจโตวิวัฏฏ์ จิตตวิวัฏฏ์ ญาณวิวัฏฏ์วิโมกขวิวัฏฏ์ ฯ

ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความว่าธรรมจริง เป็นสัจจวิวัฏฏญาณ ฯ

จบ วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส