พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · มหาวรรค
ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทส เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๖–๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๖๘ ในมหาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
กถํ อิเม ธมฺมา ปริญฺเญยฺยาติ โสตาวธานํ ตํปชานนา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ เอโก ธมฺโม ปริญฺเญยฺโย ผสฺโส สาสโว อุปาทานิโย เทฺว ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา นามญฺจ รูปญฺจ ตโย ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ติสฺโส เวทนา จตฺตาโร ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา จตฺตาโร อาหารา ปญฺจ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ฉ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ สตฺต ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย อฏฺฐ ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา อฏฺฐ โลกธมฺมา นว ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา นว สตฺตาวาสา ทส ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา ทสายตนานิ ฯ
๑ ม. ยุ. ญาณนฺติ ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมา คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่าธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้ เป็นสุตมยญาณอย่างไร ฯ
ธรรมอย่างหนึ่งควรกำหนดรู้ คือ ผัสสะอันมีอาสวะ เป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน ธรรม ๒ควรกำหนดรู้ คือ นาม ๑ รูป ๑ ธรรม ๓ ควรกำหนดรู้คือ เวทนา ๓ ธรรม ๔ ควรกำหนดรู้ คืออาหาร ๔ ธรรม ๕ ควรกำหนดรู้ คืออุปาทานขันธ์ ๕ ธรรม ๖ ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะภายใน ๖ธรรม ๗ ควรกำหนดรู้ คือ วิญญาณฐิติ ๗ ธรรม ๘ ควรกำหนดรู้ คือ โลกธรรม ๘ ธรรม ๙ ควรกำหนดรู้ คือ สัตตาวาส ๙ ธรรม ๑๐ ควรกำหนดรู้ คือ อายตนะ ๑๐ ฯ
สพฺพํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ กิญฺจ ภิกฺขเว สพฺพํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ รูปา ปริญฺเญยฺยา จกฺขุวิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุสมฺผสฺโส ปริญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ ๑ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ ปริญฺเญยฺยํ โสตํ ปริญฺเญยฺยํ สทฺทา ปริญฺเญยฺยา ฯเปฯ ฆานํ ปริญฺเญยฺยํ คนฺธา ปริญฺเญยฺยา ชิวฺหา ปริญฺเญยฺยา รสา ปริญฺเญยฺยา กาโย ปริญฺเญยฺโย โผฏฺฐพฺพา ปริญฺเญยฺยา มโน ปริญฺเญยฺโย ธมฺมา ปริญฺเญยฺยา มโนวิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ มโนสมฺผสฺโส ปริญฺเญยฺโย ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ ปริญฺเญยฺยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรกำหนดรู้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งทั้งปวงที่ควรกำหนดรู้คืออะไร คือ ตา รูป จักขุวิญญาณ จักขุสัมผัส สุขเวทนาทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยควรกำหนดรู้ทุกอย่าง ฯ
หู เสียง ฯลฯ จมูก กลิ่น ฯลฯ ลิ้น รส ฯลฯ กาย โผฏฐัพพะฯลฯ ใจ ธรรมารมณ์มโนวิญญาณ มโนสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือแม้อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ควรกำหนดรู้ทุกอย่าง ฯ
รูปํ ปริญฺเญยฺยํ เวทนา ปริญฺเญยฺยา สญฺญา ปริญฺเญยฺยา สงฺขารา ปริญฺเญยฺยา วิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ ฯเปฯ อมโตคธํ นิพฺพานํ ปริโยสานฏฺเฐน ปริญฺเญยฺยํ เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เต เต ธมฺมา ปฏิลทฺธา โหนฺติ เอวํ เต ธมฺมา ปริญฺญาตา เจว โหนฺติ ตีริตา จ ฯ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักขุ ฯลฯ ชราและมรณะ ฯลฯ นิพพานที่หยั่งลงในอมตะด้วยความว่าเป็นที่สุด ควรกำหนดรู้ทุกอย่างบุคคลผู้พยายามเพื่อจะได้ธรรมใดๆเป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
เนกฺขมฺมํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เนกฺขมฺมํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อพฺยาปาทํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อพฺยาปาโท ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อาโลกสญฺญํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อาโลกสญฺญา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อวิกฺเขปํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อวิกฺเขโป ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ธมฺมววตฺถานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ญาณํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ญาณํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปามุชฺชํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปามุชฺชํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
๑ ยุ. ยทิทํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้เนกขัมมะ เป็นอันได้เนกขัมมะแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความไม่พยาบาท เป็นอันได้ความไม่พยาบาทแล้ว ...
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อาโลกสัญญา เป็นอันได้อาโลกสัญญาแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอันได้ความไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้การกำหนดธรรม เป็นอันได้การกำหนดธรรมแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ญาณ เป็นอันได้ญาณแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ความปราโมทย์ เป็นอันได้ความปราโมทย์แล้วธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
ปฐมชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฐมชฺฌานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ทุติยชฺฌานํ ฯเปฯ ตติยชฺฌานํ จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ปฐมฌาน เป็นอันได้ปฐมฌานแล้ว ธรรมนั้น
เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้ว และพิจารณาแล้วอย่างนี้บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานเป็นอันได้จตุตถฌานแล้ว ... บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อากาสานัญจายตนสมาบัติ ... วิญญาณัญจายตนสมาบัติ ... อากิญจัญญายตนสมาบัติ ... เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เป็นอันได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้ว และพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
อนิจฺจานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนิจฺจานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ทุกฺขานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ทุกฺขานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนตฺตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนตฺตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ นิพฺพิทานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส นิพฺพิทานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิราคานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิราคานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ นิโรธานุปสฺสนํ
ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส นิโรธานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ขยานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ขยานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วยานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วยานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิปริณามานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิปริณามานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนิมิตฺตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนิมิตฺตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อปฺปณิหิตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อปฺปณิหิตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ สุญฺญตานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส สุญฺญตานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อนิจจานุปัสนา เป็นอันได้อนิจจานุปัสนา
แล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ทุกขานุปัสนา ... อนัตตานุปัสนา... นิพพิทานุปัสนา ... วิราคานุปัสนา ... นิโรธานุปัสนา ... ปฏินิสสัคคานุปัสนา... ขยานุปัสนา ... วยานุปัสนา ... วิปริณามานุปัสนา ... อนิมิตตานุปัสนา ...อัปปณิหิตานุปัสนา ... สุญญตานุปัสนา ... เป็นอันได้สุญญตานุปัสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปฏิลทฺธํ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อาทีนวานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อาทีนวานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ปฏิสงฺขานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส ปฏิสงฺขานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ วิวฏฺฏนานุปสฺสนํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส วิวฏฺฏนานุปสฺสนา ปฏิลทฺธา โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้อธิปัญญาธรรมวิปัสนา การพิจารณาเห็น
ธรรมด้วยปัญญาอันยิ่ง เป็นอันได้อธิปัญญาธรรมวิปัสนาแล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ยถาภูตญาณทัสนะ ... อาทีนวานุปัสนา ... ปฏิสังขานุปัสนา ...วิวัฏฏนานุปัสนา ... เป็นอันได้วิวัฏฎนานุปัสนาแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ฯ
โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส โสตาปตฺติมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ สกทาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส สกทาคามิมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อนาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อนาคามิมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส อรหตฺตมคฺโค ปฏิลทฺโธ โหติ เอวํ โส ธมฺโม ปริญฺญาโต เจว โหติ ตีริโต จ เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ปฏิลาภตฺถาย วายมนฺตสฺส เต เต ธมฺมา ปฏิลทฺธา โหนฺติ เอวํ เต ธมฺมา ปริญฺญาตา เจว โหนฺติ ตีริตา จ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อิเม ธมฺมา ปริญฺเญยฺยาติ โสตาวธานํ ตํปชานา ปญฺญา สุตมเย ญาณํ ฯ
บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้โสดาปัตติมรรค เป็นอันได้โสดาปัตติมรรค
แล้ว ธรรมนั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้สกทาคามิมรรค ... อนาคามิมรรค... อรหัตมรรค เป็นอันได้อรหัตมรรคแล้ว ธรรมนั้นเป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ บุคคลผู้พยายามเพื่อต้องการจะได้ธรรมใดๆเป็นอันได้ธรรมนั้นๆ แล้ว ธรรมเหล่านั้น เป็นธรรมอันบุคคลนั้นกำหนดรู้แล้วและพิจารณาแล้วอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่าธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้ ชื่อว่าสุตมยญาณ ฯ
จบ ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทส