พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · นวกนิบาต
๘. จักกวากชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๗๔–๑๒๘๒ (Royal Thai)8/12 in นวกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๘ จกฺกวากชาตกํ
๘. จักกวากชาดก
ว่าด้วยความเป็นอยู่ของนกจักรพราก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต จักกวากชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กาสายวตฺเถ สกุเณ วทามิ
ทุเว ทุเว นนฺทมเน ๑ จรนฺเต
กํ อณฺฑชํ อณฺฑชมานุเสสุ
ชาตึ ปสํสนฺติ ตทิงฺฆ พฺรูถ ฯ
ข้าพเจ้าขอถามนกทั้งหลาย ผู้มีสีดังคลุมด้วยผ้าย้อมน้ำฝาด มีใจเพลิดเพลินเที่ยวอยู่ นกทั้งหลายย่อมสรรเสริญชาติของนกอะไรในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ขอเชิญท่านทั้งสองบอกนกนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด?
อเมฺห มนุสฺเสสุ มนุสฺสหึส
อนุพฺพเต จกฺกวาเก วทนฺติ
กลฺยาณภาวเมฺห ทิเชสุ สมฺมตา
(อภีตรูปา ๒ วิจราม อณฺณเว)
น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ ๓ ฯ
ดูกรท่านผู้เบียดเบียนมนุษย์ ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย นกทั้งหลายย่อมกล่าวถึงข้าพเจ้าผู้มีชื่อว่านกจักรพราก ติดต่อกันมาว่า ในบรรดานกทั้งหลายเขายกย่องกันว่า เราเป็นนกที่มีความงดงาม (เราเป็นนกมีรูปร่างงดงามเที่ยวอยู่ที่สระ) เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร.
กึ อณฺณเว กานิ ผลานิ ภุญฺเช
มํสํ กุโต ขาทถ จกฺกวากา
กึ โภชนํ ภุญฺชถ โว อโนมา
พลญฺจ วณฺโณ จ อนปฺปรูโป ๑ ฯ
๑ สี. ยุ. นนฺทิมเน ฯ ๒ ม. อภิรูปา ฯ ๓ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ
ดูกรนกจักรพราก ท่านทั้งหลายกินผลไม้อะไรที่สระนี้ หรือว่าท่านกินเนื้อที่ไหน หรือว่าท่านกินโภชนาหารอะไร กำลังและวรรณะของท่านจึงไม่เสื่อมทรามผิดรูปไป?
น อณฺณเว สนฺติ ผลานิ ธงฺก
มํสํ กุโต ขาทิตุํ จกฺกวาเก
เสวาลภกฺขมฺห อปาณโภชนา
(น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ)
อภีตรูปา วิจราม อณฺณเว ๒ ฯ
ดูกรกา ที่สระนี้จะมีผลไม้ก็หาไม่ เนื้อที่นกจักรพรากจะกิน ก็มิได้มีที่ไหน เราจะกินแต่สาหร่ายกับน้ำ (เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร)เราเป็นนกมีรูปร่างงดงามเที่ยวอยู่ที่สระนี้.
น เม อิทํ รุจฺจติ จกฺกวาเก ๓
อสฺมึ ภเว โภชนสนฺนิกาโส
อโหสิ ปุพฺเพ ตโต เม อญฺญถา
อิจฺเจว เม วิมติ เอตฺถ ชาตา ฯ
ดูกรนกจักรพราก อาหารที่ท่านกินนี้เราไม่ชอบใจ อาหารที่ท่านกินในภพนี้อย่างไร ท่านก็คล้ายกันกับอาหารนั้น ครั้งก่อนเราเคยเป็นอย่างนี้มาแล้ว แต่บัดนี้เรากลายเป็นอย่างอื่นไป ด้วยเหตุนี้แหละ เราจึงเกิดความสงสัยในสีกายของท่าน.
อหมฺปิ มํสานิ ผลานิ ภุญฺเช
อนฺนานิ จ โลณิกเตลิกานิ
รสํ มนุสฺเสสุ ลภามิ โภตฺตุํ
สูโรว สงฺคามมุขํ วิเชตฺวา
น จ เม ตาทิโส วณฺโณ จกฺกวาก ยถา ตว ฯ
แม้เราได้กินเนื้อ ผลไม้ และข้าวคลุกด้วยเกลือเจือด้วยน้ำมัน เราได้กินอาหารมีรสที่เขากินกันในหมู่มนุษย์ จึงได้กล้าหาญเข้าต่อสู่สงครามได้ ดูกรนกจักรพราก แต่สีสันวรรณะของเราหาได้เหมือนของท่านไม่.
อสุทฺธภกฺโขสิ ขณานุปาตี
กิจฺเฉน เต ลพฺภติ อนฺนปานํ
น ตุสฺสสิ รุกฺขผเลหิ ธงฺก
มํสานิ วา ยานิ สุสานมชฺเฌ ฯ
ดูกรกา ท่านเป็นผู้กินอาหารไม่บริสุทธิ์ มักจะโฉบลงในขณะที่เขาพลั้งเผลอ จะได้กินข้าวน้ำก็โดยยาก ผลไม้ทั้งหลายท่านก็ไม่ชอบใจกินหรือเนื้อในกลางป่าช้าท่านก็ไม่ชอบใจกิน.
โย สาหเสน อธิคมฺม โภเค
ปริภุญฺชติ ธงฺก ขณานุปาตี
ตโต อุปกฺโกสติ นํ สภาโว
อุปกฺกุฏฺโฐ วณฺณพลํ ชหาติ ฯ
๑ ม. อนปฺปรูปา ฯ ๒ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๓ ม. จกฺกาวาก ฯ
ดูกรกา ผู้ใดอาศัยบริโภคโภคสมบัติด้วยกรรมอันสาหัส มักจะโฉบลงในขณะที่เขาพลั้งเผลอ ภายหลังสภาวธรรมก็ย่อมติเตียนผู้นั้น ผู้นั้นถูกสภาวธรรมติเตียนแล้ว ก็ย่อมละทิ้งสีและกำลังเสีย.
อปฺปมฺปิ เจ นิพฺพุตึ ภุญฺชติ ยทิ
อสาหเสน อปรูปฆาตี
พลญฺจ วณฺโณ จ ตทสฺส โหติ
น หิ สพฺโพ อาหารมเยน วณฺโณติ ฯ
จกฺกวากชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
ถ้าผู้ใดได้บริโภคอาหารแม้สักนิดหน่อย ซึ่งเป็นของเย็นไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยกรรมอันผลุนผลัน กำลังกายและวรรณะก็ย่อมมีแก่ผู้นั้นวรรณะทั้งปวงจะได้มีแก่ผู้นั้นด้วยอาหารมีประการต่างๆ เท่านั้นก็หาไม่.
จบ จักกวากชาดกที่ ๘.
End of ๘. จักกวากชาดก