กุฏิทูสกวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 582–621 (Royal Thai)3/5 in จตุกกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๓ กุฏิทูสกวคฺโค
๑ กุฏิทูสกชาตกํ
๓. กุฏิทูสกวรรค
๑. กุฏิทูสกชาดก
ว่าด้วยลิงกับนกขมิ้น
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค กุฏิทูสกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
มนุสฺสสฺเสว เต สีสํ หตฺถปาทา จ วานร
อถ เกน นุ วณฺเณน อคารนฺเต น วิชฺชติ ฯ
ดูกรวานร ศีรษะ มือ และเท้าของท่านเหมือนของมนุษย์ เออก็ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่มีเรือนอยู่?
มนุสฺสสฺเสว เม สีสํ หตฺถปาทา จ สิงฺคิล
ยาหุ เสฏฺฐา มนุสฺเสสุ สา เม ปญฺญา น วิชฺชติ ฯ
ดูกรนกขมิ้น ศีรษะ มือ และเท้าของเราเหมือนของมนุษย์ก็จริง แต่ปัญญาที่บัณฑิตกล่าวว่า ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์ ของเราไม่มี.
อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส ลหุจิตฺตสฺส ทุพฺภิโน ๑
นิจฺจํ อทฺธุวสีลสฺส สุขภาโว ๒ น วิชฺชติ ฯ
ผู้มีจิตไม่มั่นคง มีจิตกลับกลอก มักประทุษร้ายมิตร มีปกติไม่ยั่งยืนเป็นนิจ ย่อมไม่มีความสุข.
โส กรสฺสุ อานุภาวํ วีติวตฺตสฺสุ สีลิยํ
สีตวาตปริตฺตาณํ กรสฺสุ กุฏิกํ ๓ กปีติ ฯ
กุฏิทูสกชาตกํ ปฐมํ ฯ
ท่านจงกระทำอานุภาพ เปลี่ยนปกติเดิมเสียเถิด ดูกรวานร ท่านจงกระทำกระท่อมไว้เป็นเครื่องป้องกันความหนาว และลมเถิด.
จบ กุฏิทูสกชาดกที่ ๑.
๒ ทุทฺทุภายชาตกํ
๒. ทุททุภายชาดก
ว่าด้วยพวกกระต่ายตื่นตูม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค ทุททุภายชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ทุทฺทุภายติ ๔ ภทฺทนฺเต ยสฺมึ เทเส วสามหํ
อหมฺเปตํ น ชานามิ กิเมตํ ทุทฺทุภายติ ฯ
๑ ยุ. ทูภิโน ฯ ๒ สี. สุวิภาโว ฯ ๓ สี. กุลวํ ฯ ม. กุฏวํ ฯ ๔ สี. ยุ. ททฺทภายติ ฯ
ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศใด ประเทศนั้นทำเสียงว่า ทุททุภะ แม้ข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้เสียงลั่นนั้นตรงไหนกัน อะไรทำให้เกิดเสียงว่า ทุททุภะ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้อีก.
เวลุวํ ปติตํ สุตฺวา ทุทฺทุภนฺติ สโส ชวิ
สสสฺส วจนํ สุตฺวา สนฺตตฺตา มิควาหินี ฯ
กระต่ายได้ยินผลมะตูมสุกหล่นมีเสียงว่า ทุททุภะ ก็วิ่งหนีไป หมู่เนื้อได้ฟังถ้อยคำของกระต่ายแล้ว พากันตกใจวิ่งหนีไปด้วย.
อปฺปตฺวา ปทวิญฺญาณํ ปรโฆสานุสาริโน
ปมาทปรมา ๑ พาลา เต โหนฺติ ปรปตฺติยา ฯ
ชนเหล่าใด มักเชื่อตามเสียงคนอื่น ยังไม่ทันได้ถึงร่องรอยแห่งวิญญาณเลย ชนเหล่านั้นนับว่า เป็นพาล มีความประมาทเป็นอย่างยิ่ง ดีแต่เชื่อผู้อื่น.
เย จ สีเลน สมฺปนฺนา ปญฺญายูปสเม รตา
อารกา วิรตา ธีรา น โหนฺติ ปรปตฺติยาติ ฯ
ทุทฺทุภายชาตกํ ๒ ทุติยํ ฯ
ส่วนชนเหล่าใด สมบูรณ์ด้วยศีล ด้วยปัญญา ยินดีในความสงบ ชนเหล่านั้นนับว่า เป็นบัณฑิต งดเว้นความชั่วห่างไกล ย่อมไม่เชื่อคนอื่นเลย.
จบ ทุททุภายชาดกที่ ๒.
๓ พฺรหฺมทตฺตชาตกํ
๓. พรหมทัตตชาดก
ว่าด้วยผู้ขอกับผู้ถูกขอ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค พรหมทัตตชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ทฺวยํ ยาจนโก ราช พฺรหฺมทตฺต นิคจฺฉติ
อลาภํ ธนลาภํ วา เอวํธมฺมา หิ ยาจนา ฯ
ดูกรมหาบพิตร ผู้ขอย่อมได้ ๒ อย่าง คือ ได้ทรัพย์ หรือไม่ได้ทรัพย์แท้จริง การขอมีอย่างนี้เป็นธรรมดา.
ยาจนํ โรทนํ อาหุ ปญฺจาลานํ รเถสภ
โย ยาจนํ ปจฺจกฺขาติ ตมาหุ ปฏิโรทนํ ฯ
ดูกรมหาบพิตร ผู้เป็นใหญ่ในปัญจาลรัฐ บัณฑิตกล่าวถึงการขอว่า เป็นการร้องไห้ ผู้ใด ปฏิเสธคำขอ บัณฑิตกล่าวคำปฏิเสธของผู้นั้นว่า เป็นการร้องไห้ตอบ.
มํ มาทฺทสํสุ ๓ โรทนฺตํ ปญฺจาลา สุสมาคตา
ตุวํ วา ปฏิโรทนฺตํ ตสฺมา อิจฺฉามหํ รโห ฯ
ชาวปัญจาลรัฐ ผู้มาประชุมกันแล้ว อย่าได้เห็นอาตมภาพผู้กำลังร้องไห้อยู่หรืออย่าได้เห็นพระองค์ผู้ทรงกรรแสงตอบอยู่ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงปรารถนาขอเฝ้าในที่ลับ.
ททามิ เต พฺราหฺมณ โรหิณีนํ
ควํ สหสฺสํ สห ปุงฺคเวน
อริโย หิ อริยสฺส กถํ น ทชฺชา
สุตฺวาน คาถา ตว ธมฺมยุตฺตาติ ฯ
พฺรหฺมทตฺตชาตกํ ตติยํ ฯ
๑ ม. ปนาทปรมา ฯ ๒ สี. ยุ. ททฺทภ-ชาตกํ ฯ ๓ ม. มามทฺทสํสุ ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าขอถวายวัวแดงหนึ่งพันพร้อมด้วยวัวจ่าฝูงแก่ท่าน อันอารยชนได้ฟังคาถาอันประกอบด้วยเหตุผลของท่านแล้วทำไมจะไม่พึงให้แก่ท่านผู้เป็นอารยชนเล่า.
จบ พรหมทัตตชาดกที่ ๓.
๔ จมฺมสาฏกชาตกํ
๔. จัมมสาฏกชาดก
อย่าไว้ใจสัตว์หน้าขน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค จัมมสาฏกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กลฺยาณรูโป วตายํ จตุปฺปโท
สุภทฺทโก เจว สุเปสโล จ
โย พฺราหฺมณํ ชาติมนฺตูปปนฺนํ
อปจายติ เมณฺฑวโร ยสสฺสี ฯ
แพะตัวนี้เป็นสัตว์ที่มีท่าทางงดงามดี เป็นที่เจริญใจ และมีศีล น่ารักใคร่ย่อมเคารพนบนอบพราหมณ์ ผู้สมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ทั้งหลาย นับได้ว่า เป็นแพะประเสริฐ มียศศักดิ์.
มา พฺราหฺมณ อิตฺตรทสฺสเนน
วิสฺสาสมาปชฺชิ จตุปฺปทสฺส
ทฬฺหปฺปหารํ อภิกตฺตุกาโม ๑
อวสกฺกติ ๒ ทสฺสติ สุปฺปหารํ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ท่านอย่าได้ไว้วางใจแก่สัตว์ ๔ เท้า เพียงได้เห็นมันครู่เดียว มันต้องการจะชนให้ถนัด จึงย่อตัวลงจักชนให้ถนัดถนี่.
อุรุฏฺฐี ภคฺคา ปติโต ๓ ขาริภาโร
สพฺพํ ภณฺฑํ พฺราหฺมณสฺเสว ๔ ภินฺนํ
อุโภปิ พาหา ปคฺคเยฺหว ๕ กนฺทติ
อภิธาวตํ หญฺญติ พฺรหฺมจารึ ๖ ฯ
กระดูกขาของพราหมณ์ก็หัก บริขารที่หาบอยู่ก็พลัดตก สิ่งของก็แตกทำลายหมด พราหมณ์ประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ว่า โธ่เอ๋ย แพะมาฆ่าพรหมจารีได้.
เอวํ โส นิหโต เสติ โย อปูชํ ปสํสติ ๗
ยถาหมชฺช ปหโต หโต เมณฺเฑน ทุมฺมตีติ ฯ
จมฺมสาฏกชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
____________
๑ สี. ม. อภิกงฺขมาโน ฯ ๒ ม. อวสกฺกตี ฯ ๓ ม. อูรุฏฺฐิ ภคฺคํ ปวฏฺฏิโต ฯ
๔ ม. สพฺพญฺจ ภณฺฑํ พฺราหฺมณสฺส ... ฯ ๕ ม. ปคฺคยฺห ฯ ๖ สี. ม. อภิธาวถ
หญฺญเต พฺรหฺมจารี ฯ ๗ สี. ยุ. นมสฺสติ ฯ
ผู้ใด สรรเสริฐบูชาคนที่ไม่ควรบูชา ผู้นั้น จะต้องถูกเขาห้ำหั่นนอนอยู่เหมือนกับเราผู้มีปัญญาทรามถูกแพะชนเอาในวันนี้.
จบ จัมมสาฏกชาดกที่ ๔.
๕ โคธชาตกํ ๑
๕. โคธชาดก
ว่าด้วยเหี้ยกับฤาษีปลอม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค โคธชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สมณนฺตํ มญฺญมาโน อุปคญฺฉึ อสญฺญตํ
โส มํ ทณฺเฑน ปาหาสิ ยถา อสฺสมโณ ตถา ฯ
เราสำคัญว่าท่านเป็นสมณะ จึงได้เข้ามาหาท่านผู้ไม่สำรวม ท่านได้ขว้างเราด้วยท่อนไม้ เหมือนไม่ใช่สมณะ.
กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธ กินฺเต อชินสาฏิยา
อพฺภนฺตรนฺเต คหนํ พาหิรํ ปริมชฺชสิ ฯ
แน่ะท่านผู้โง่เขลา ประโยชน์อะไรด้วยชฎาแก่ท่าน ประโยชน์อะไรด้วยหนังเสือแก่ท่าน ภายในของท่านรุงรัง เกลี้ยงเกลาแต่ภายนอก.
เอหิ โคธ นิวตฺตสฺสุ ภุญฺช สาลีนโมทนํ
เตลํ โลณญฺจ เม อตฺถิ ปหุตํ ๒ มยฺหํ ปิปฺผลิ ฯ
แน่ะเหี้ย ท่านจงกลับมาบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีก่อนเถิด น้ำมันเกลือ และดีปลีของเราก็มีมาก.
เอส ภิยฺโย ปเวกฺขามิ วมฺมิกํ สตโปริสํ
เตลํ โลณญฺจ กินฺเตสิ ๓ อหิตํ มยฺหํ ปิปฺผลีติ ฯ
โคธชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
เราจะเข้าไปสู่จอมปลวก อันลึก ชั่วร้อยบุรุษ ยิ่งขึ้นดีกว่า น้ำมัน และเกลือของท่านจะเป็นประโยชน์อะไร ดีปลีก็หาเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เราไม่.
จบ โคธชาดกที่ ๕.
๖ กกฺการุชาตกํ
๖. กักการุชาดก
ว่าด้วยผู้ควรประดับดอกฟักทิพย์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค กักการุชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กาเยน โย นาวหเร วาจาย น มุสา ภเณ
ยโส ลทฺธา น มชฺเชยฺย สเว กกฺการุมรหติ ฯ
ผู้ใด ไม่ลักสิ่งของด้วยกาย ไม่พูดเท็จด้วยวาจา ได้รับยศแล้วไม่พึงมัวเมา ผู้นั้นแล ย่อมควรจะประดับดอกฟักทิพย์.
ธมฺเมน วิตฺตเมเสยฺย น นิกตฺยา ธนํ หเร
โภเค ลทฺธา น มชฺเชยฺย สเว กกฺการุมรหติ ฯ
ผู้ใด แสวงหาทรัพย์มาได้โดยชอบธรรม ไม่ล่อลวงเอาทรัพย์เขามา ได้โภคทรัพย์แล้วก็ไม่มัวเมา ผู้นั้นแล ย่อมควรจะประดับดอกฟักทิพย์.
ยสฺส จิตฺตํ อหาลิทฺทํ สทฺธา จ อวิราคินี
เอโก สาทุํ น ภุญฺเชยฺย สเว กกฺการุมรหติ ฯ
ผู้ใด มีจิตไม่จืดจางเร็ว และมีศรัทธาไม่คลายง่ายๆ ไม่บริโภคของดีๆแต่ผู้เดียว ผู้นั้นแล ย่อมควรจะประดับดอกฟักทิพย์.
สมฺมุขา วา ติโรกฺขา ๔ วา โย สนฺเต น ปริภาสติ
ยถาวาที ตถาการี สเว กกฺการุมรหตีติ ฯ
กกฺการุชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. โคธราชชาตกํ ฯ ๒ ม. ปหูตํ ฯ ๓ ม. กิตฺเตสิ ฯ ๔ ยุ. ปโรกฺขา วา ฯ
ผู้ใด ไม่บริภาษสัตบุรุษ ทั้งต่อหน้า หรือลับหลัง พูดอย่างใด ทำอย่างนั้น ผู้นั้นแล ย่อมควรจะประดับดอกฟักทิพย์.
จบ กักการุชาดกที่ ๖.
๗ กากาติชาตกํ ๑
๗. กากาติชาดก
ว่าด้วยนางกากี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค กากาติชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
วาติ จายํ ตโต คนฺโธ ยตฺถ เม วสตี ปิยา
ทูเร อิโต หิ กากาติ ๒ ยตฺถ เม นิรโต มโน ฯ
หญิงคนรักของเราอยู่ ณ ที่แห่งใด กลิ่นของนางยังหอมฟุ้งมาจากที่แห่งนั้นถึงที่นี่ ใจของเรายินดีในนางคนใด นางคนนั้น ชื่อกากาติ อยู่ไกลจากที่นี้ไป.
กถํ สมุทฺทมตริ กถํ อตริ เกปุกํ ๓
กถํ สตฺต สมุทฺทานิ กถํ สิมฺพลิมารุหิ ฯ
ท่านข้ามทะเลไปได้อย่างไร ท่านข้ามแม่น้ำชื่อเกปุกะไปได้อย่างไร ท่านข้ามสมุทรทั้ง ๗ ไปได้อย่างไร ท่านขึ้นต้นงิ้วได้อย่างไร?
ตยา สมุทฺทมตรึ ตยา อตริ เกปุกํ ๔
ตยา สตฺต สมุทฺทานิ ตยา สิมฺพลิมารุหึ ฯ
เราข้ามทะเลไปกับท่าน ข้ามแม่น้ำชื่อเกปุกะไปกับท่าน ข้ามสมุทรทั้ง ๗ไปกับท่าน ขึ้นต้นงิ้วไปกับท่าน.
ธิรตฺถุ มํ มหากายํ ธิรตฺถุ มํ อเจตนํ
ยตฺถ ชายายหํ ชารํ อาวหามิ วหามิ จาติ ฯ
กากาติชาตกํ สตฺตมํ ฯ
น่าติเตียนตัวเราผู้มีกายใหญ่โต น่าติเตียนตัวเราผู้มีความสำนึกตัว เพราะว่า เราต้องนำมาบ้าง นำไปบ้าง ซึ่งชู้ของเมียตนเอง.
จบ กากาติชาดกที่ ๗.
๘ อนนุโสจิยชาตกํ
๘. อนนุโสจิยชาดก
ทุกคนจะต้องตายควรเมตตากัน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค อนนุโสจิยชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
พหูนํ วิชฺชตี โภตี เตหิ เม กึ ภวิสฺสติ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ ปิยํ สมฺมิลฺลหาสินึ ฯ
นางสัมมิลลหาสินีผู้เจริญ ได้ไปอยู่ในระหว่างพวกสัตว์ที่ตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อนางไปอยู่กับสัตว์เหล่านั้น จักชื่อว่า ได้เป็นอะไรกับเรา เพราะฉะนั้น เราจึงมิได้เศร้าโศกถึงนางสัมมิลลหาสินีที่รักนี้.
ตํ ตญฺเจ อนุโสเจยฺย ยํ ยํ ตสฺส น วิชฺชติ
อตฺตานมนุโสเจยฺย สทา มจฺจุวสํ ปตฺตํ ๕ ฯ
๑ ม. กากวตีชาตกํ ฯ ๒ ม. กากวตี ฯ ๓-๔ สี. ยุ. เกพุกํ ฯ ๕ ม. ปตํ ฯ๑
ถ้าบุคคลจะพึงเศร้าโศก ถึงความตายอันจะไม่เกิดมีแก่สัตว์ ผู้เศร้าโศกนั้น ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนซึ่งจะต้องตกไปสู่อำนาจของมัจจุราชทุกเมื่อ.
น เหว ติฏฺฐํ นาสีนํ น สยานํ น ปตฺถคุํ ๑
ยาวุปฺปตฺติ นิมิสฺสติ ๒ ตตฺราปิ สรตี ๓ วโย ฯ
สัตว์ที่ยืน นั่ง นอน หรือเดินอยู่ อายุสังขารหาได้เป็นไปตามด้วยไม่วัยย่อมเสื่อมไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา.
ตตฺถตฺตนิ วตปฺปนฺเถ ๔ วินาภาเว อสํสเย
ภูตํ เสสํ ทยิตพฺพํ จวิตํ ๕ อนนุโสจิยนฺติ ฯ
อนนุโสจิยชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
เพราะวัยเสื่อมไปอย่างนั้นหนอ อัตภาพย่อมบกพร่อง หนทางที่คนเดินเมื่อต้องมีความพลัดพรากจากกันโดยไม่ต้องสงสัย หมู่สัตว์ที่ยังเหลืออยู่ ควรมีเมตตาเอ็นดูกัน ส่วนที่ตายไปแล้ว ไม่ควรจะต้องเศร้าโศกถึง.
จบ อนนุโสจิยชาดกที่ ๘.
๙ กาฬพาหุชาตกํ
๙. กาฬพาหุชาดก
ว่าด้วยลิงหลอกเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค กาฬพาหุชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ยํ อนฺนปานสฺส ปุเร ลภาม
ตนฺทานิ สาขมิคเมว คจฺฉติ
คจฺฉามทานิ วนเมว ราธ
อสกฺกตาวมฺห ธนญฺชยาย ฯ
ในกาลก่อน เราได้ข้าวและน้ำอันใด จากสำนักพระราชา มาบัดนี้ ข้าวและน้ำนั้น มาขึ้นอยู่กับสาขมฤคหมด ดูกรพี่ราธะ บัดนี้ เราเป็นผู้อันพระเจ้าธนญชัยไม่สักการะแล้ว พากันกลับไปป่าตามเดิมเถิด.
ลาโภ อลาโภ ยโส อยโส จ
นินฺทา ปสํสา จ สุขํ จ ทุกฺขํ
เอเต อนิจฺจา มนุเชสุ ธมฺมา
มา โสจิ กึ โสจสิ โปฏฺฐปาท ฯ
ดูกรน้องโปฏฐปาทะ ธรรมในหมู่มนุษย์เหล่านี้ คือ ลาภ ความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์ เป็นของไม่เที่ยง เจ้าอย่าเศร้าโศกเสียใจไปเลย จะเศร้าโศกเสียใจไปทำไม?
อทฺธา ตุวํ ปณฺฑิตโกสิ ราธ
ชานาสิ อตฺถานิ อนาคตานิ
กตํ นุโข สาขมิคํ ทกฺขาม ๑
นิทฺธาปิตํ ๒ ราชกุลโตว ชมฺมํ ฯ
๑ สี. ม. ปทฺธคุํ ฯ ๒ สี. ยาว ปาติ นิมิสติ ฯ ม. ยาว พฺยาติ นิมิสติ ฯ
๓ ม. รสตี ฯ ๔ ม. วตปฺปทฺเธ ฯ ๕ สี. ม. วีตํ ฯ
ดูกรพี่ราธะ คุณพี่เป็นบัณฑิตแท้ ย่อมรู้ถึงผลประโยชน์ทั้งหลายที่ยังไม่มาถึง ทำอย่างไรหนอ เราจะได้เห็นสาขมฤคผู้ลามก ถูกเขาขับไล่ออกจากราชสกุล.
จาเลติ กณฺณํ ภกุฏึ กโรติ
มุหุํ มุหุํ ภายเต ๓ กุมาเร
สยเมว ตํ กาหติ กาฬพาหุ
เยนารกา ฐสฺสติ อนฺนปานาติ ฯ
กาฬพาหุชาตกํ นวมํ ฯ
ลิงกาฬพาหุ กระดิกหู และกลอกหน้ากลอกตา ทำให้พระราชกุมารทรงหวาดเสียวพระทัยอยู่เสมอๆ มันจะทำตัวของมันเองให้จำต้องห่างไกลจากข้าวและน้ำ.
จบ กาฬพาหุชาดกที่ ๙.
๑๐ สีลวีมํสชาตกํ
๑๐. สีลวีมังสชาดก
ว่าด้วยธรรมที่นำความสุขมาให้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต กุฏิทูสกวรรค สีลวีมังสชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สีลํ กิเรว กลฺยาณํ สีลํ โลเก อนุตฺตรํ
ปสฺส โฆรวิโส นาโค สีลวาติ น หญฺญติ ฯ
ได้ยินว่า ศีลแล เป็นความงาม ศีลเป็นเยี่ยมในโลก ขอพระองค์จงทอดพระเนตรงูใหญ่ มีพิษร้าย ย่อมไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยมารู้สึกตัวว่าเป็นผู้มีศีล.
ยาวเทวสฺสหู กิญฺจิ ตาวเทว อขาทิสุํ
สงฺคมฺม กุลลา โลเก น หึสนฺติ อกิญฺจนํ ฯ
นกตะกรุมทั้งหลายในโลก พากันล้อมจิกชิ้นเนื้อที่เหยี่ยวคาบอยู่ในปากชั่วเวลาที่มันคาบชิ้นเนื้อนิดหน่อยอยู่เท่านั้น หาได้เบียดเบียนคนที่ไม่มีความกังวลไม่.
สุขํ นิราสา สุปติ อาสา ผลวตี สุขา
อาสํ นิราสํ กตฺวาน สุขํ สุปติ ปิงฺคลา ฯ
ผู้ไม่มีความหวัง ย่อมหลับเป็นสุข ความหวัง ย่อมเผล็ดผลเป็นสุขได้นางปิงคลาทาสี ได้ทำความหวังจนหมดหวังแล้ว จึงหลับเป็นสุขได้.
น สมาธิปโร อตฺถิ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
น ปรํ นาปิ อตฺตานํ วิหึสติ สมาหิโตติ ฯ
สีลวีมํสชาตกํ ทสมํ ฯ
กุฏิทูสกวคฺโค ตติโย ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
สมนุสฺส สทุทฺทุ สยาจนโก
อถ เมณฺฑวรุตฺตม โคธวโร
อถ กาย สเกปุก โภตีวโร
อถ ราธ สุสีลวเรน ทส ฯ
๑ ม. ทกฺขิสาม ฯ ๒ สี. ยุ. นิพฺพาปิตํ ฯ ม. นิทฺธาวิตํ ฯ ๓ สี. ภาสยเต ฯ
ม. ภายยเต ฯ
ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า ธรรมอันจะนำความสุขมาให้ยิ่งไปกว่าสมาธิย่อมไม่มี ผู้มีจิตตั้งมั่น ย่อมไม่เบียดเบียนทั้งคนอื่น และตนเอง.
จบ สีลวีมังสชาดกที่ ๑๐.
จบ กุฏิทูสกวรรคที่ ๓.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุฏิทูสกชาดก ๒. ทุททุภายชาดก
๓. พรหมทัตตชาดก ๔. จัมมสาฏกชาดก
๕. โคธชาดก ๖. กักการุชาดก
๗. กากาติชาดก ๘. อนนุโสจิยชาดก
๙. กาฬพาหุชาดก ๑๐. สีลวีมังสชาดก.
End of กุฏิทูสกวรรค