ปุจิมันทวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 542–581 (Royal Thai)2/5 in จตุกกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๒ ปุจิมนฺทวคฺโค
๑ ปุจิมนฺทชาตกํ
๒. ปุจิมันทวรรค
๑. ปุจิมันทชาดก
ว่าด้วยผู้รอบคอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค ปุจิมันทชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อุฏฺเฐหิ โจร กึ เสสิ โก อตฺโถ สุปเนน ๔ เต
มา ตํ คเหสุ ๑ ราชาโน คาเม กิพฺพิสการกํ ฯ
๑ ม. เสยฺยชาตกํ ฯ ๒ ม. เสยฺย ฯ ๓ สี. ยุ. วิวรวคฺโค ฯ
๔ สี. สุปิเตน ฯ ยุ. สุปิเนน ฯ
แน่ะโจร ลุกขึ้นเถิด จะมัวนอนอยู่ทำไม ท่านต้องการอะไร ด้วยการนอน ราชบุรุษอย่าจับท่านผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านเลย.
นนุ ๒ โจรํ คเหสฺสนฺติ คาเม กิพฺพิสการกํ
กึ ตตฺถ ปุจิมนฺทสฺส วเน ชาตสฺส ติฏฺฐโต ฯ
ราชบุรุษทั้งหลายจ้องจับโจรผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้าน ในเรื่องนั้น ธุระอะไรของปุจิมันทเทวดาผู้เกิดอยู่ในป่าเล่า?
น ตฺวํ อสฺสตฺถ ชานาสิ มม โจรสฺส จนฺตรํ
โจรํ คเหตฺวา ราชาโน คาเม กิพฺพิสการกํ
อจฺเจนฺติ ๓ นิมฺพสูลสฺมึ ตสฺมึ เม สงฺกเต มโน ฯ
ดูกรอัสสัตถเทวดา ท่านไม่รู้เหตุที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ระหว่างเรากับโจรราชบุรุษทั้งหลาย จับโจรผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านได้แล้วจะเสียบโจรไว้บนหลาวไม้สะเดา ใจของเรารังเกียจในเรื่องนั้น.
สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ
อนาคตภยา ธีโร อุโภ โลเก อเวกฺขตีติ ฯ
ปุจิมนฺทชาตกํ ปฐมํ ฯ
บัณฑิตพึงรังเกียจสิ่งที่ควรรังเกียจ พึงป้องกันภัยที่ยังไม่มาถึงตัว พิจารณาดูโลกทั้ง ๒ เพราะภัยในอนาคต.
จบ ปุจิมันทชาดกที่ ๑.
๒ กสฺสปมนฺทิยชาตกํ
๒. กัสสปมันทิยชาดก
ว่าด้วยรู้ตัวว่าผิดแล้วสารภาพผิด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค กัสสปมันทิยชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อปิ กสฺสป มนฺทิยา ยุวา สปติ หนฺติ วา
สพฺพนฺตํ ขมเต ธีโร ปณฺฑิโต ตํ ติติกฺขติ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เด็กหนุ่มจะด่าแช่ง หรือจะตีก็ตาม ด้วยความเป็นเด็กหนุ่ม บัณฑิตผู้มีปัญญา ย่อมอดทนความผิดที่พวกเด็กทำแล้วทั้งหมดนั้นได้.
สเจปิ สนฺโต วิวทนฺติ ขิปฺปํ สนฺธิยเร ๔ ปุน
พาลา ปตฺตาว ภิชฺชนฺติ น เต สมถมชฺฌคู ฯ
ถ้าแม้สัตบุรุษทั้งหลาย วิวาทกัน ก็กลับเชื่อมกันได้สนิทโดยเร็ว ส่วนคนพาลทั้งหลาย ย่อมแตกกันเหมือนภาชนะดิน เขาย่อมไม่ได้ความสงบเวรกันได้เลย.
เอเต ภิยฺโย สมายนฺติ สนฺธิ เตสํ น ชีรติ
โย จาธิปนฺนํ ชานาติ โย จ ชานาติ เทสนํ ฯ
ผู้ใด รู้โทษที่ตนล่วงแล้ว ๑ ผู้ใด รู้แสดงโทษ ๑ คนทั้งสองนั้น ย่อมพร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้น ความสนิทสนมของเขา ย่อมไม่เสื่อมคลาย.
เอโส หิ อุตฺตริตโร ภาราวโห ธุรนฺธโร ๕
โย ปเรสาธิปนฺนานํ สยํ สนฺธาตุมรหตีติ ฯ
กสฺสปมนฺทิยชาตกํ ทุติยํ ฯ
๑ ม. คเหสุํ ฯ ๒ ม. ยํ นุ ฯ ๓ ม. อปฺเปนฺติ ฯ ๔ ม. สนฺธียเร ฯ
๕ ม. ภารวโห ธุรทฺธโร ฯ
ผู้ใด เมื่อคนเหล่าอื่นล่วงเกินกัน ตนเองสามารถจะเชื่อมให้สนิทสนมได้ ผู้นั้นแลชื่อว่า เป็นผู้ประเสริฐยิ่ง ผู้นำภาระไป ผู้ทรงธุระไว้.
จบ กัสสปมันทิยชาดกที่ ๒.
๓ ขนฺติวาทิชาตกํ
๓. ขันติวาทิชาดก
โทษที่ทำร้ายพระสมณะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค ขันติวาทิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
โย เต หตฺเถ จ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทยิ
ตสฺส กุชฺฌ มหาวีร มา รฏฺฐํ วินสฺส ๑ อิทํ ฯ
ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรมาก ผู้ใด ให้ตัดมือ ตัดเท้า หู และจมูกของท่านท่านจงโกรธผู้นั้นเถิด อย่าได้ทำรัฐนี้ให้พินาศเสียเลย.
โย เม หตฺเถ จ ปาเท จ กณฺณนาสญฺจ เฉทยิ
จิรํ ชีวตุ โส ราชา นหิ กุชฺฌนฺติ มาทิสา ฯ
พระราชาพระองค์ใด รับสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของอาตมภาพ ขอพระราชาพระองค์นั้น จงทรงพระชนม์ยืนนาน บัณฑิตทั้งหลาย เช่นกับอาตมภาพ ย่อมไม่โกรธเคืองเลย.
อหุ อตีตมทฺธาเน ๒ สมโณ ขนฺติทีปโน
ตํ ขนฺติยาเยว ฐิตํ กาสิราชา อเฉทยิ ฯ
สมณะผู้สมบูรณ์ด้วยขันติ ได้มีมาในอดีตกาลแล้ว พระเจ้ากาสีรับคำสั่งให้ตัดมือ เท้า หู และจมูกของสมณะผู้ตั้งอยู่ในขันติ.
ตสฺส กมฺมผรุสสฺส ๓ วิปาโก กฏุโก อหุ
ยํ กาสิราชา เวเทสิ นิรยมฺหิ สมปฺปิโตติ ฯ
ขนฺติวาทิชาตกํ ตติยํ ฯ
พระเจ้ากาสีหมกไหม้อยู่ในนรก ได้เสวยวิบากอันเผ็ดร้อนของกรรมที่หยาบช้านั้น.
จบ ขันติวาทิชาดกที่ ๓.
๔ โลหกุมฺภิชาตกํ
๔. โลหกุมภิชาดก
ว่าด้วยสัตว์นรกในโลหกุมภี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค โลหกุมภิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ทุชฺชีวิตมชีวิมฺห เยสนฺโน น ททามเส ๔
วิชฺชมาเนสุ โภเคสุ ทีปํ นากมฺห อตฺตโน ฯ
เมื่อโภคะทั้งหลายมีอยู่ เราทั้งหลายไม่ได้ให้ทาน ไม่ได้ทำที่พึ่งให้แก่ตน เราจึงมีชีวิตเป็นอยู่ได้แสนยาก.
สฏฺฐึ ๕ วสฺสสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส
นิรเย ปจฺจมานานํ กทา อนฺโต ภวิสฺสติ ฯ
เมื่อเราทั้งหลายหมกไหม้อยู่ในนรก ตลอดหกหมื่นปีบริบูรณ์ โดย
ประการทั้งปวง เมื่อไรที่สุดจักปรากฏ?
นตฺถิ อนฺโต กุโต อนฺโต น อนฺโต ปฏิทิสฺสติ
ตทาหิ ปกตํ ปาปํ มม ตุยฺหญฺจ มาริส ๑ ฯ
๑ ม. วินสา ฯ ๒ ม. อตีตมทฺธานํ ฯ ๓ สี. ยุ. กมฺมสฺส ฯ ๔ ม. เย สนฺเต น ททมฺหเส ฯ
๕ ม. สฏฺฐิ ฯ
ดูกรชาวเราเอ๋ย ที่สุดไม่มี ที่สุดจักมีแต่ที่ไหน ที่สุดจักไม่ปรากฏ ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ เพราะในกาลนั้น ทั้งเรา และท่านได้กระทำบาปกรรมไว้แล้ว.
โสหํ นูน อิโต คนฺตฺวา โยนึ ลทฺธาน มานุสึ
วทญฺญู สีลสมฺปนฺโน กาหามิ กุสลํ พหุนฺติ ฯ
โลหกุมฺภิชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
เราไปจากที่นี้ ได้กำเนิดมนุษย์ พอรู้จักภาษาแล้ว จักเป็นคนสมบูรณ์ไปด้วยศีล จักทำกุศลให้มากทีเดียว.
จบ โลหกุมภิชาดกที่ ๔.
๕ มํสชาตกํ ๒
๕. มังสชาดก
วาทศิลป์ของคนขอ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค มังสชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ผรุสา วต เต วาจา มํสํ ยาจนโก อสิ
กิโลมสทิสี วาจา กิโลมํ สมฺม ทมฺมิ เต ฯ
วาจาของท่านหยาบคายจริงหนอ ท่านเป็นผู้ขอเนื้อ วาจาของท่านเช่นกับพังผืด ดูกรสหาย เราจะให้พังผืดแก่ท่าน.
องฺคเมตํ มนุสฺสานํ ภาตา โลเก ปวุจฺจติ
องฺคสฺส สทิสี วาจา องฺคํ สมฺม ททามิ เต ฯ
คำว่า พี่ชาย น้องชาย หรือพี่สาว น้องสาวนี้ เป็นอวัยวะของมนุษย์ทั้งหลาย อันเขากล่าวกันอยู่ในโลก วาจาของท่านเช่นกับอวัยวะ ดูกรสหาย เราจะให้เนื้ออวัยวะแก่ท่าน.
ตาตาติ ปุตฺโต วทมาโน กมฺเปติ หทยํ ปิตุ
หทยสฺส สทิสี วาจา หทยํ สมฺม ทมฺมิ เต ฯ
บุตรเรียกบิดาว่า พ่อ ย่อมทำให้หัวใจของพ่อหวั่นไหว วาจาของท่านเช่นกับหัวใจ เราจะให้เนื้อหัวใจแก่ท่าน.
ยสฺส คาเม สขา นตฺถิ ยถารญฺญํ ตเถว ตํ
สพฺพสฺส สทิสี วาจา สพฺพํ สมฺม ททามิ เตติ ฯ
มํสชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ในบ้านของผู้ใด ไม่มีเพื่อน บ้านของผู้นั้น ก็เป็นเหมือนกับป่า วาจาของท่านเช่นกับสมบัติทั้งมวล ดูกรสหาย เราจะให้เนื้อทั้งหมดแก่ท่าน.
จบ มังสชาดกที่ ๕.
๖ สสปณฺฑิตชาตกํ
๖. สสปัณฑิตชาดก
ผู้สละชีวิตเป็นทาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค สสปัณฑิตชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สตฺต เม โรหิตา มจฺฉา อุทกา ถลมุพฺภตา
อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ เอตํ ภุตฺวา วเน วส ฯ
ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ามีปลาตะเพียนแดงอยู่ ๗ ตัว ซึ่งนายพรานตกเบ็ดขึ้นมาจากน้ำ เอาไว้บนบก ข้าพเจ้ามีอาหารอย่างนี้ ท่านจงบริโภคอาหารนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด.
ทุสฺส เม เขตฺตปาลสฺส รตฺตึ ภตฺตํ อปาภตํ
มํสสูลา จ เทฺว โคธา เอกญฺจ ทธิวารกํ
อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ เอตํ ภุตฺวา วเน วส ฯ
๑ ม. มาริสา ฯ ๒ ม. สพฺพมํสลาภชาตกํ ฯ
อาหารของคนรักษานาคนโน้น ข้าพเจ้านำเอามาไว้ในกลางคืน คือ เนื้อย่าง ๒ ไม้ เหี้ย ๑ ตัว และนมส้ม ๑ หม้อ ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ามีอาหารอย่างนี้ ท่านจงบริโภคอาหารนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด.
อมฺพปกฺกํ ๑ ทกํ สีตํ สีตจฺฉายํ ๒ มโนรมํ
อิทํ พฺราหฺมณ เม อตฺถิ เอตํ ภุตฺวา วเน วส ฯ
ผลมะม่วงสุก น้ำเย็น ร่มเงาอันเย็น เป็นที่รื่นรมย์ใจ ดูกรพราหมณ์ข้าพเจ้ามีอาหารอย่างนี้ ท่านจงบริโภคอาหารนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด.
น สสสฺส ติลา อตฺถิ น มุคฺคา นปิ ตณฺฑุลา
อิมินา อคฺคินา ปกฺกํ มมํ ภุตฺวา วเน วสาติ ฯ
สสปณฺฑิตชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
กระต่ายไม่มีงา ไม่มีถั่ว ไม่มีข้าวสาร ท่านจงบริโภคเราตัวสุกไปด้วยไฟนี้ แล้วเจริญสมณธรรมอยู่ในป่าเถิด.
จบ สสปัณฑิตชาดกที่ ๖.
๗ มตโรทนชาตกํ
๗. มตโรทนชาดก
ว่าด้วยร้องไห้ถึงคนตาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค มตโรทนชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
มตมตเมว ๓ โรทถ น หิ ตํ โรทถ โย มริสฺสติ
สพฺเพว ๔ สรีรธาริโน อนุปุพฺเพน ชหนฺติ ชีวิตํ ฯ
ท่านทั้งหลาย ย่อมร้องไห้ถึงแต่คนที่ตายแล้วๆ ทำไมจึงไม่ร้องไห้ถึงคนที่จักตายบ้างเล่า สัตว์ทุกจำพวกผู้ดำรงสรีระไว้ ย่อมละทิ้งชีวิตไปโดยลำดับ.
เทวา มนุสฺสา จตุปฺปทา ปกฺขิคณา อุรคา จ โภคิโน
ยมฺหิ ๕ สรีเร อนิสฺสรา รมมานาว ชหนฺติ ชีวิตํ ฯ
เทวดา มนุษย์ สัตว์จตุบาท หมู่ปักษีชาติ และพวกงู ไม่มีอิสระในสรีระร่างกายนี้ ถึงจะอภิรมย์อยู่ (ในร่างกาย) นั้น ก็ต้องละทิ้งชีวิตไปทั้งนั้น.
เอวํ จลิตํ อสณฺฐิตํ สุขทุกฺขํ มนุเชสุ อเปกฺขิยํ ๖
กนฺทิตํ รุณตํ ๗ นิรตฺถกํ กึ โว โสกคณาภิกีรเร ฯ
สุขและทุกข์ที่เพ่งเล็งกันอยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นของแปรผัน ไม่มั่นคงอยู่อย่างนี้ การคร่ำครวญ การร่ำไห้ ไม่เป็นประโยชน์เลย เพราะเหตุไรกองโศกจึงท่วมทับท่านได้?
ธุตฺตา โสณฺฑา จ อกตา พาลา สูรา [๘] อโยคิโน
ธีรํ มญฺญนฺติ พาโลติ เย ธมฺมสฺส อโกวิทาติ ฯ
มตโรทนชาตกํ สตฺตมํ ฯ
___________
๑ สี. ยุ. อมฺพปกฺโกทกํ ฯ ๒ ม. สีตจฺฉายา มโนรมา ฯ ๓ ม. มตํ มตํ เอว ฯ
๔ ม. สพฺเพปิ ฯ ๕ ยุ. อสฺมึ ฯ ๖ ม. มนุเชสฺวเปกฺขิย ฯ
๗ ม. กนฺทิตรุทิตํ ฯ ๘ ยุ. ธีรา ฯ
พวกนักเลง และพวกคอเหล้า ผู้ไม่ทำความเจริญ เป็นพาล ห้าวหาญไม่มีความขยันหมั่นเพียร ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญบัณฑิตว่าเป็นพาลไป.
จบ มตโรทนชาดกที่ ๗.
๘ กณเวรชาตกํ
๘. กณเวรชาดก
ว่าด้วยหญิงหลายผัว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค กณเวรชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ยนฺตํ วสนฺตสมเย กณเวเรสุ ภาณุสุ
สามํ พาหาย ปีเฬสิ สา ตํ อาโรคฺยมพฺรวิ ฯ
ท่านกอดรัดนางสามาด้วยแขน ที่กอชบามีสีแดงในวสันตฤดู เธอได้สั่งความไม่มีโรคมาถึงท่าน.
อมฺโภ น กิร สทฺเธยฺยํ ยํ วาโต ปพฺพตํ วเห
ปพฺพตญฺเจ วเห วาโต สพฺพมฺปิ ปฐวึ วเห
ยตฺถ สามา กาลกตา สามํ อาโรคฺยมพฺรวิ ฯ
ดูกรท่านผู้เจริญ ได้ยินว่า ลมพึงพัดภูเขาไป ใครๆ คงไม่เชื่อถือ ถ้าลมจะพึงพัดเอาภูเขาไปได้ แม้แผ่นดินทั้งหมดก็พัดเอาไปได้ เพราะเหตุไร นางสามาตายแล้วจึงสั่งความไม่มีโรคมาถึงเราได้?
น เจว สา กาลกตา น จ สา อญฺญมิจฺฉติ
เอกภตฺตา ๑ กิร สามา ตเมว อภิกงฺขติ ฯ
นางสามานั้นยังไม่ตาย และไม่ปรารถนาชายอื่น ได้ยินว่า นางจะมีผัวเดียว ยังหวังเฉพาะท่านอยู่เท่านั้น.
อสนฺถุตํ มํ จิรสนฺถุเตน
นิมินิ สามา อธุวํ ธุเวน
มยาปิ สามา นิมิเนยฺย อญฺญํ
อิโต อหํ ทูรตรํ คมิสฺสนฺติ ฯ
กณเวรชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
นางสามาได้เปลี่ยนเราผู้ไม่เคยสนิทสนม กับสามีที่เคยสนิทสนมมานานเปลี่ยนเราผู้ยังไม่ทันได้ร่วมรัก กับสามีผู้เคยร่วมรักมาแล้ว นางสามาพึงเปลี่ยนผู้อื่นกับเราอีก เราจักหนีจากที่นี้ไปเสียให้ไกล.
จบ กณเวรชาดกที่ ๘.
๙ ติตฺติรชาตกํ
๙. ติตติรชาดก
ว่าด้วยบาปเกิดจากความจงใจ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค ติตติรชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สุสุขํ วต ชึวามิ ลภามิ เจว ภุญฺชิตุํ
ปริปนฺเถว ติฏฺฐามิ กา นุ ภนฺเต คตี มม ฯ
ข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างนี้สบายหนอ และได้บริโภคอาหารตามชอบใจ แต่ว่าข้าพเจ้าตั้งอยู่ในระหว่างอันตรายแท้ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ คติของข้าพเจ้าเป็นอย่างไรหนอ?
มโน เจ เต นปฺปณมติ ปกฺขิ ปาปสฺส กมฺมุโน
อวฺยาวฏสฺส ภทฺรสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
ดูกรปักษี ถ้าใจของท่านไม่น้อมไปเพื่อกรรมอันเป็นบาป บาปย่อมไม่แปดเปื้อนท่านผู้บริสุทธิ์ ไม่ขวนขวายกระทำบาปกรรม.
ญาตโก โน นิสินฺโนติ พหุ อาคจฺฉเต ชโน
ปฏิจฺจ กมฺมํ ผุสติ ตสฺมึ เม สงฺกเต มโน ฯ
๑ ม. เอกรตฺติกิรี ฯ ยุ. เอกภตฺตกิรี ฯ
นกกระทาเป็นอันมากพากันมาด้วยคิดว่า ญาติของเราจับอยู่ นายพรานนกย่อมได้รับกรรม เพราะอาศัยข้าพเจ้า ใจของข้าพเจ้ารังเกียจอยู่ใน
เรื่องนั้น.
น ปฏิจฺจ กมฺมํ ผุสติ มโน เจ นปฺปทุสฺสติ
อปฺโปสฺสุกฺกสฺส ภทฺรสฺส น ปาปมุปลิมฺปตีติ ฯ
ติตฺติรชาตกํ นวมํ ฯ
ถ้าใจของท่านไม่คิดประทุษร้าย กรรมที่นายพรานอาศัยท่านกระทำแล้วก็ไม่ติดท่าน บาปย่อมไม่แปดเปื้อนท่านผู้บริสุทธิ์ มีความขวนขวายน้อย.
จบ ติตติรชาดกที่ ๙.
๑๐ สุจฺจชชาตกํ
๑๐. สุจจชชาดก
ว่าด้วยภรรยาที่ดี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาต ปุจิมันทวรรค สุจจชชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สุจฺจชํ วต นจฺจชิ วาจาย อททํ คิรึ
กิญฺจิ ๑ ตสฺส จชนฺตสฺส วาจาย อททํ ๒ ปพฺพตํ ฯ
พระราชา เมื่อไม่ทรงพระราชทานภูเขาด้วยพระวาจา นับว่า ไม่พระราชทานสิ่งที่ควรให้ง่ายหนอ เมื่อพระองค์ไม่พระราชทานอะไรเลย ก็ชื่อว่าไม่ทรงพระราชทานภูเขาด้วยพระวาจา.
ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท
อกโรนฺตํ ภาสมานํ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ
คนฉลาดทำสิ่งใด ก็พูดถึงสิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งใด ก็ไม่พูดถึงสิ่งนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมรู้จักคนที่ไม่ทำดีแต่พูด.
ราชปุตฺต นโม ตฺยตฺถุ สจฺเจ ธมฺเม ฐิโตวสิ ๓
ยสฺส เต พฺยสนํ ปตฺโต สจฺจสฺมึ รมเต มโน ฯ
ข้าแต่พระลูกเจ้า ขอนอบน้อมแด่ฝ่าพระบาท พระองค์ทรงประสบความพินาศ แต่พระทัยของพระองค์ยังทรงยินดีอยู่ในสัจจะ พระองค์ชื่อว่าดำรงมั่นอยู่ในสัจจธรรม.
ยา ทลิทฺที ทลิทฺทสฺส อฑฺฒา อฑฺฒสฺส กิตฺติมา ๔
สา หิสฺส ปรมา ภริยา สหิรญฺญสฺส อิตฺถิโยติ ฯ
สุจฺจชชาตกํ ทสมํ ฯ
ปุจิมนฺทวคฺโค ทุติโย ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
อถ โจร สกสฺสป ขนฺติวโร
ทุชฺชีวิตตา จ วรา ผรุสา
อถ สุํ มตํ จ วสนฺต สุขํ
สุจฺจชํวตนจฺจชินา จ ทส ฯ
๑ ม. กึ หิตสฺส ... ฯ ๒ ม. อทุํ ฯ ๓ ม. ฐิโต จสิ ฯ ๔ ม. กิตฺติม ฯ
หญิงใด เมื่อสามีขัดสนก็ขัดสนด้วย เมื่อสามีมั่งคั่งก็พลอยเป็นผู้มั่งคั่งมีชื่อเสียงด้วย หญิงนั้นแหละ นับว่า เป็นยอดภรรยาของเขา เมื่อมีเงินก็ย่อมมีหญิงเป็นธรรมดา.
จบ สุจจชชาดกที่ ๑๐.
จบ ปุจิมันทวรรคที่ ๒.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปุจิมันทชาดก ๒. กัสสปมันทิยชาดก
๓. ขันติวาทิชาดก ๔. โลหกุมภิชาดก
๕. มังสชาดก ๖. สสปัณฑิตชาดก
๗. มตโรทนชาดก ๘. กณเวรชาดก
๙. ติตติรชาดก ๑๐. สุจจชชาดก.
End of ปุจิมันทวรรค