arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑

กุสลจิตตกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๕๘–๑๘๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๖ ในวรรคที่ ๒๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กุสลจิตตกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๙๙๙–๑๐๐๑

หน้า ๙๙๙

{๑๘๕๗} [๘๙๓] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานมีอยู่” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยทั้งปวงหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสังโยชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานก็ต้องมีอยู่

จบ ปรินิพพานกถา

(๒๐๙) ๒. กุสลจิตตกถา

ว่าด้วยเรื่องพระอรหันต์มีกุศลจิตปรินิพพาน

{๑๘๕๘} [๘๙๔] สกวาทีถามว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพานหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์สะสมอยู่ซึ่งบุญญาภิสังขาร สะสมอยู่ซึ่งอเนญชาภิสังขาร ทำอยู่ซึ่งกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ เพื่อภพ เพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อความเป็นอธิบดี เพื่อสมบัติใหญ่ เพื่อบริวารมาก เพื่อความงามในเทพ เพื่อความงามในมนุษย์ปรินิพพานหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๘๕๙} ส. พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพานหรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า เพราะเหตุที่พระอรหันต์เป็นผู้ถึงความไพบูลย์แห่งสติ แม้เมื่อจะปรินิพพาน ก็จะมีสติสัมปชัญญะปรินิพพาน ฉะนั้น จึงถือว่า พระอรหันต์เป็นผู้มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๙)
หน้า ๑๐๐๐

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์สะสมอยู่ ... เลิกสะสมอยู่ ... ละขาดอยู่ ... ถือมั่นอยู่ ... ชำระล้างอยู่ ... หมักหมมอยู่ ... กำจัดอยู่ ... อบอวลอยู่ปรินิพพานหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. พระอรหันต์สะสมอยู่ก็มิใช่ เลิกสะสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วดำรงอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าพระอรหันต์สะสมอยู่ก็มิใช่ เลิกสะสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วดำรงอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน”ส. พระอรหันต์ละขาดอยู่ก็มิใช่ ถือมั่นอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้วดำรงอยู่ ชำระล้างอยู่ก็มิใช่ หมักหมมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้างแล้วดำรงอยู่ กำจัดอยู่ก็มิใช่ อบอวลอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าพระอรหันต์กำจัดอยู่ก็มิใช่ อบอวลอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน”{๑๘๖๐} [๘๙๕] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะปรินิพพานมิใช่หรือ ?

หน้า ๑๐๐๑

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าพระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะปรินิพพาน ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน”

จบ กุสลจิตตกถา

(๒๑๐) ๓. อาเนญชกถา

ว่าด้วยเรื่องพระอรหันต์ปรินิพพานขณะอยู่ในอาเนญชสมาธิ

{๑๘๖๑} [๘๙๖] สกวาทีถามว่า พระอรหันต์ดำรงอยู่ในอาเนญชสมาธิปรินิพพานหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ดำรงอยู่ในความเป็นผู้มีจิตเป็นปกติปรินิพพานมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าพระอรหันต์ดำรงอยู่ในความเป็นผู้มีจิตเป็นปกติปรินิพพาน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์ดำรงอยู่ในอาเนญชสมาธิปรินิพพาน”{๑๘๖๒} ส. พระอรหันต์ดำรงอยู่ในอาเนญชสมาธิปรินิพพานหรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อาเนญชสมาธิ สมาธิอันไม่หวั่นไหว ภาวะจิตที่ตั้งมั่นโดยไม่หวั่นไหว หมายถึงอรหัตตผลสมาธิซึ่งมีจตุตถฌานเป็นบาทฐาน บ้างก็ว่ามีอรูปฌานเป็นบาทฐาน หรือสมาธิขั้นจตุตถฌานในไป หรือเจตนาที่แน่วแน่ในอรูปฌาน ๔ (ม.อุ.อ. ๔๒, ขุ.อุ.อ. ๑๙๕)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า พระอรหันต์ดำรงอยู่ในอาเนญชสมาธิปรินิพพาน เพราะเข้าใจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำรงอยู่ในจตุตถานเสด็จดับขันธปรินิพพาน ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า ต้องออกจากอาเนญชสมาธิหรือจตุตถฌานก่อนแล้วจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๙-๓๒๐)

จบ กุสลจิตตกถา