พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๕
อัทธากถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑๕–๑๖๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๑ ในวรรคที่ ๑๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๑๕. ปณฺณรสมวคฺค
(๑๔๗) ๓. อทฺธากถา
๓. อัทธากถา (๑๔๗)
ว่าด้วยกาล
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๕ อัทธากถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๒๕–๔๒๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๖๖–๗๗๐
*อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ? อามนฺตา. รูปนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ? อามนฺตา. รูปนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ? อามนฺตา. รูปนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ? อามนฺตา. รูปนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อตีตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อตีโต อทฺธาติ? อามนฺตา. อตีตา ปญฺจทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อนาคโต อทฺธาติ? อามนฺตา. อนาคตา ปญฺจทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ? อามนฺตา. ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อตีตา ปญฺจกฺขนฺธา อตีโต อทฺธา, อนาคตา ปญฺจกฺขนฺธา อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ? อามนฺตา. ปนฺนรส อทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อตีตานิ ทฺวาทสายตนานิ อตีโต อทฺธา, อนาคตานิ ทฺวาทสายตนานิ อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ทฺวาทสายตนานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ? อามนฺตา. ฉตฺตึส อทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อตีตา อฏฺฐารส ธาตุโย อตีโต อทฺธา, อนาคตา อฏฺฐารส ธาตุโย อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนา อฏฺฐารส ธาตุโย ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ? อามนฺตา. จตุปญฺญาส อทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ *อตีตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตีโต อทฺธา, อนาคตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺนานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ? อามนฺตา. ฉสฏฺฐิ อทฺธาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม
สก. เป็นรูปใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กาลที่เป็นอดีตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. เป็นรูปใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กาลที่เป็นอนาคตเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. เป็นรูปใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กาลที่เป็นปัจจุบันเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. เป็นรูปใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีตใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลที่เป็นอดีตมี ๕ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็น อนาคตใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลที่เป็นอนาคตมี ๕ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลที่เป็นปัจจุบันมี ๕ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ขันธ์ ๕ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลมี ๑๕ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อายตนะ ๑๒ ที่เป็น อนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลมี ๓๖ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลมี ๕๔ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นกาลที่เป็นอดีต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคต เป็นกาลที่เป็นอนาคต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นกาลที่เป็นปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่
สก. กาลมี ๖๖ อย่างใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
- ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๑๘-๗๑๙/๒๗๘)
- ๒เพราะมีความเห็นว่า กาลเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาที ที่เห็นว่า กาลไม่จัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ เป็นเพียงคำบัญญัติเรียก แต่คำบัญญัติว่า “รูป” เป็นต้นจัดเป็นสภาวะที่สำเร็จมาจากเหตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๒๐-๗๒๑/๒๗๙)
*น วตฺตพฺพํ “อทฺธา ปรินิปฺผนฺโน”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “ตีณิมานิ ภิกฺขเว กถาวตฺถูนิ. กตมานิ ตีณิ. อตีตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย ‘เอวํ อโหสิ อตีตมทฺธานนฺ’ติ, อนาคตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย ‘เอวํ ภวิสฺสติ อนาคตมทฺธานนฺ’ติ, เอตรหิ วา ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย ‘เอวํ โหติ เอตรหิ ปจฺจุปฺปนฺนนฺ’ติ. อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ กถาวตฺถูนี”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ. อทฺธากถา นิฏฺฐิตา.
- ๑องฺ. ติก. ๒๐/๖๘/๑๙๒
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กาลเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว” ใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้กถาวัตถุ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ควรกล่าวถ้อยคำย้อนอดีตกาลว่า อดีตกาลได้มีมาแล้วอย่างนี้
๒. ควรกล่าวถ้อยคำมุ่งถึงอนาคตกาลว่า อนาคตกาลจักมีอย่างนี้
๓. ควรกล่าวถ้อยคำสืบเนื่องกับปัจจุบันกาลว่า ปัจจุบันกาลมีอยู่ อย่างนี้ภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ ประการนี้”
มีอยู่จริงมิใช่หรือ
สก. ใช่
ปร. ดังนั้น กาลจึงเป็นสภาวะสำเร็จแล้ว
อัทธากถา จบ
- ๑กถาวัตถุ หมายถึงเรื่องที่นำมาอภิปรายหรือเสวนากัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๖๘/๒๐๕)
- ๒ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๖๘/๒๗๐
จบ อัทธากถา