arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๕

อัทธากถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑๕–๑๖๑๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๑ ในวรรคที่ ๑๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อทฺธากถา

อัทธากถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๕ อัทธากถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคโต อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อตีโต อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อนาคตํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อนาคโต อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ปญฺจ ขนฺธา อตีโต อทฺธา อนาคตา ปญฺจ ขนฺธา อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปณฺณรส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ ทฺวาทสายตนานิ อตีโต อทฺธา อนาคตานิ ทฺวาทสายตนานิ อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนานิ ทฺวาทสายตนานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉตฺตึส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา อฏฺฐารส ธาตุโย อตีโต อทฺธา อนาคตา อฏฺฐารส ธาตุโย อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนา อฏฺฐารส ธาตุโย ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุปญฺญาส อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตีโต อทฺธา อนาคตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อนาคโต อทฺธา ปจฺจุปฺปนฺนานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉสฏฺฐี อทฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

สกวาที อัทธา (ระยะกาล) เป็นปรินิปผันนะ (สภาวะที่สำเร็จแล้ว) หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. เป็นรูป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณ

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อัทธาส่วนอดีต เป็นปรินิปผันนะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นรูป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณ

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อัทธาส่วนอนาคต เป็นปรินิปผันนะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นรูป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณ

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อัทธาส่วนปัจจุบัน เป็นปรินิปผันนะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นรูป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณ

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีต

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธาส่วนอดีต เป็น ๕ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอนาคต เป็นอัทธาส่วน

อนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธาส่วนอนาคต เป็น ๕ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วน

ปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธาส่วนปัจจุบัน เป็น ๕ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีต ขันธ์ ๕ ที่เป็นอนาคต เป็น

อัทธาส่วนอนาคต ขันธ์ ๕ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธา เป็น ๑๕ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อายตนะ ๑๒ ที่เป็น อดีตเป็นอัทธาส่วนอดีต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นอนาคต

เป็นอัทธาส่วนอนาคต อายตนะ ๑๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธา เป็น ๓๖ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีตเป็นอัทธาส่วนอดีต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นอนาคตเป็น

อัทธาส่วนอนาคต ธาตุ ๑๘ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธา เป็น ๕๔ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต เป็นอัทธาส่วนอดีต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอนาคต

เป็นอัทธาส่วนอนาคต อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นปัจจุบัน เป็นอัทธาส่วนปัจจุบันหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อัทธาเป็น ๖๖ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

น วตฺตพฺพํ อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตีณิมานิ ภิกฺขเว กถาวตฺถูนิ ฯ กตมานิ ตีณิ ฯ อตีตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ อโหสิ อตีตมทฺธานนฺติ อนาคตํ วา ภิกฺขเว อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ ภวิสฺสติ อนาคตมทฺธานนฺติ เอตรหิ วา ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ อารพฺภ กถํ กเถยฺย เอวํ โหติ เอตรหิ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ กถาวตฺถูนีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตนหิ อทฺธา ปรินิปฺผนฺโนติ ฯ

อทฺธากถา ฯ

ฉบับหลวง

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อัทธา เป็นปรินิปผันนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุมี ๓ อย่าง.

๓ อย่างเป็นไฉน? บุคคลพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอดีตว่าระยะกาลที่ล่วงแล้วได้เป็นแล้วอย่างนี้ ดังนี้บ้าง พึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอนาคตว่า ระยะกาลส่วนอนาคตจักเป็นอย่างนี้ ดังนี้บ้างพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนปัจจุบัน ณ บัดนี้ว่า ปัจจุบันเป็นอยู่ในบัดนี้ อย่างนี้ ดังนี้บ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุมี ๓ อย่าง

ฉะนั้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น อัทธาก็เป็นปรินิปผันนะ น่ะสิ

อัทธากถา จบ

จบ อัทธากถา