arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต · อันธวรรค

๑๐. โลกสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๖–๑๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในอันธวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรค โลกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๔ หน้า ๒๙๔–๒๙๖

หน้า ๒๙๔

๑๐. โลกสูตร

[๑๙๖] เทวดาทูลถามว่า

เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลก

ย่อมชมเชยในอะไร โลกยึดถือซึ่งอะไร

โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอะไร.

[๑๙๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

เมื่ออายตนะ ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิด

ขึ้น โลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะ ๖

โลกยึดถืออายตนะ ๖ นั่นแหละ โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะ ๖

จบโลกสูตร

จบ อันธวรรค ที่ ๗

หน้า ๒๙๕

อรรถกถาโลกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในโลกสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-

ในคำว่า กิสฺมึ โลโก สมุปฺปนฺโน นี้เทวดาทูลถามว่า เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น บทว่า ฉสุ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า เมื่ออายตนะภายใน ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น. บทว่า ฉสุ กุพฺพติ ได้แก่ ย่อมทำความชมเชยในอายตนะ ๖ เหล่านั้นนั่นแหละ. บทว่า อุปาทาย อธิบายว่าก็โลกยึดถือ คือ อาศัยแล้ว เกี่ยวเนื่องแล้วซึ่งอายตนะเหล่านั้นนั่นแหละเป็นไป. บทว่า วิหญฺติ แปลว่า ย่อมเดือดร้อน คือย่อมบีบคั้น ในเพราะอายตนะ ๖ เหล่านั้นนั่นเอง อธิบายว่า ปัญหานี้มาด้วยสามารถแห่งอายตนะอันเป็นภายในด้วยประการฉะนี้ ส่วนการนำมาด้วยสามารถแห่งอายตนะทั้งภายในและภายนอก ก็ย่อมสมควร. เพราะว่า เมื่ออายตนะภายใน ๖ เกิดขึ้นแล้วอายตนะภายนอกนี้ก็ชื่อว่าเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่าโลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะภายนอก ๖ โลกยึดถืออายตนะภายใน ๖ โลกย่อมเดือดร้อน ในเพราะอายตนะภายนอก ๖ ดังนี้.

จบอรรถกถาโลกสูตรที่ ๑๐

จบอันธวรรคที่ ๗

สูตรที่กล่าวในอันธวรรคนั้น คือ

๑. นามสูตร ๒. จิตตสูตร ๓. ตัณหาสูตร ๔. สัญโญชนสูตร ๕.

พันธนสูตร ๖. อัพภาหตสูตร ๗. อุฑฑิตสูตร ๘. ปิหิตสูตร ๙. อิจฉาสูตร๑๐. โลกสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา.

หน้า ๒๙๖

ฆัตวาวรรคที่ ๘

๑. ฆัตวาสูตร

ว่าด้วยเทวตาปัญหา ๓ ข้อ

[๑๙๘] เทวดานั้น ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า

ฆ่าอะไรหนอจึงอยู่เป็นสุข ฆ่า

อะไรหนอจึงไม่เศร้าโศก ข้าแต่พระโคดมพระองค์ชอบฆ่าอะไรซึ่งเป็นธรรมอันเดียว.

[๑๙๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

ฆ่าความโกรธเสียได้จึงอยู่เป็นสุข

ฆ่าความโกรธเสียจึงไม่เศร้าโศก แน่ะ

เทวดา พระอริยเจ้าทั้งหลาย สรรเสริญ

การฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ มี

ยอดหวาน เพราะฆ่าความโกรธนั้นเสีย

แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.

จบ ๑๐. โลกสูตร