arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · วนสังยุต

๖. อนุรุทธสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๗๓–๗๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๔ ในวนสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ อนุรุทฺธสุตฺตํ

อนุรุทธสูตรที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วนสังยุต อนุรุทธสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธพำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อญฺญตรา ตาวตึสกายิกา เทวตา ชาลินี นาม อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส ปุราณทุติยิกา เยนายสฺมา อนุรุทฺโธ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ คาถาย อชฺฌภาสิ

ตตฺถ จิตฺตํ ปณิเธหิ ยตฺถ เต วุสิตํ ปุเร

ตาวตึเสสุ เทเวสุ สพฺพกามสมิทฺธิสุ

ปุรกฺขโต ปริวุโต เทวคเณหิ ๒ โสภสีติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล เทวดาชั้นดาวดึงส์องค์หนึ่งชื่อชาลิ นีเป็นภรรยาเก่าของ

ท่านพระอนุรุทธ เข้าไปหาท่านถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านด้วยคาถาว่าท่านจงตั้งจิตของท่านไว้ในหมู่ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยอารมณ์อันน่าใคร่ทั้งปวง ที่ท่านเคยอยู่ในกาลก่อนท่านจะเป็นผู้อันหมู่เทวดาแวดล้อมเป็นบริวาร ย่อมงดงาม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ทุคฺคตา เทวกญฺญาโย สกฺกายสฺมึ ปติฏฺฐิตา

เต จาปิ ทุคฺคตา สตฺตา เทวกญฺญาหิ ปตฺถิตาติ ฯ

๑ ยุ. เอตฺถนฺตเร จสทฺโท อตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. เทวกญฺญาหิ ฯ

ฉบับหลวง

อ. เหล่านางเทพกัลยาผู้มีคติอันทราม ดำรงมั่นอยู่ในกายของตนสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น แม้เป็นผู้มีคติอันทรามก็ถูกนางเทพกัลยาปรารถนา ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

น เต สุขํ ปชานนฺติ เย น ปสฺสนฺติ นนฺทนํ

อาวาสํ นรเทวานํ ติทสานํ ยสสฺสินนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ท. เหล่าสัตว์ผู้ไม่ได้เห็นที่อยู่อันเป็นที่น่าเพลิดเพลินของนรเทพชั้นไตรทศ ผู้มียศ ก็ชื่อว่าไม่รู้จักความสุข ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

น ตฺวํ พาเล วิชานาสิ ยถา อรหตํ วโจ

อนิจฺจา สพฺเพ สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน

อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข

นตฺถิทานิ ปุนาวาโส เทวกายสฺมิ ชาลินี

วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ

ฉบับหลวง

อ. ดูกรเทวดาผู้เขลา ท่านไม่รู้แจ้งตามคำของพระอรหันต์ว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา บังเกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมไป การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้นเสียได้เป็นสุข บัดนี้การอยู่ครอบครองของเราไม่มีอีกต่อไป ตัณหาประดุจดังว่าข่ายในหมู่เทพของเราก็ไม่มีสงสารคือชาติสิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่ ไม่มีอีกต่อไป ฯ

จบ ๖. อนุรุทธสูตร